ความคืบหน้าของ Cryptocurrencies ในสิงคโปร์ช่วงปลายปี 2564 และไตรมาสที่ 1/2565

สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย มีเป้าหมายในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางสำหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิทัลในภูมิภาค ข้อมูลจากสำนักข่าว Bloomberg ระบุว่า ในปี 2564 การลงทุนในภาคสกุลเงินดิจิทัลและ Blockchain ในสิงคโปร์เพิ่มขึ้นมากกว่า 10 เท่า ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย ในสิงคโปร์ขอรายงานพัฒนาการของตลาดสกุลเงินคริปโต (Cryptocurrencies) ในสิงคโปร์  ดังนี้    

วิสาหกิจที่ได้รับใบอนุญาตบริการชำระเงิน DPT ภายใต้ PSA

ตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 สิงคโปร์ได้เริ่มใช้กฎหมายบริการชำระเงิน (The Payment Services Act – PSA) เพื่อควบคุมดูแลหน่วยงานที่จัดการหรืออำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนสกุลเงินคริปโต หรือโทเคนการชำระเงินดิจิทัล (Digital Payment Tokens – DPT) โดยผู้ซื้อขาย แลกเปลี่ยน และผู้ให้บริการในด้านนี้จะต้องได้รับใบอนุญาตจากธนาคารกลางสิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore – MAS) ทั้งนี้ เมื่อเดือนธันวาคม 2564 MAS เปิดเผยว่า ผู้สมัครที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการ DPT จำนวน 3 ราย ได้แก่ (1) บริษัท DBS Vickers นายหน้าที่ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลของธนาคาร DBS โดยได้รับอนุญาตเมื่อเดือนตุลาคม 2564 (2) บริษัท Independent Reserve ผู้ให้บริการสินทรัพย์เสมือนของออสเตรเลีย โดยได้รับอนุญาตเมื่อเดือนตุลาคม 2564 เช่นกัน และ (3) FOMO Pay สตาร์ทอัพฟินเทคสิงคโปร์ ซึ่งได้รับอนุญาตเมื่อเดือนกันยายน 2564 จากนั้น (4) เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2564 บริษัท Triple A ผู้ให้บริการชำระเงินด้วยสกุลเงินดิจิทัลของสิงคโปร์ ก็ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการ DPT เช่นกัน ทำให้ปัจจุบันมีผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการ DPT ในสิงคโปร์ทั้งสิ้นจำนวน 4 ราย

อย่างไรก็ตาม จากผู้สมัครเพื่อดำเนินการบริการ DPT จำนวน 176 ราย MAS ได้ปฏิเสธหรือถอนใบสมัคร จำนวน 103 ราย และยังมีผู้สมัครที่อยู่ในระหว่างการพิจารณา จำนวน 70 ราย

การสั่งให้ Binance ยุติการให้บริการในสิงคโปร์

เมื่อเดือนกันยายน 2564 MAS ได้สั่งการให้ Binance.com แพลตฟอร์มซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลชั้นนำระดับโลก หยุดให้บริการชำระเงินสกุลคริปโตในสิงคโปร์ เนื่องจากบริษัทฯ อาจละเมิดกฎหมายบริการชำระเงินโดยไม่มีใบอนุญาตที่เหมาะสม ต่อมา เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2564 Binance Asia Services บริษัทย่อยของ Binance.com ที่ดำเนินการเปิดแพลตฟอร์มซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลในสิงคโปร์ในชื่อ Binance.sg ได้ประกาศถอนใบสมัครขอใบอนุญาตจาก MAS และในที่สุดยุติการให้บริการในสิงคโปร์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2565

MAS ออกแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ให้บริการ DPT ต่อการโฆษณา

เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2565 MAS ได้ออกแนวทางปฏิบัติต่อผู้ให้บริการ DPT ว่าไม่ควรส่งเสริมบริการ DPT ต่อสาธารณชนทั่วไปในสิงคโปร์ โดยผู้ให้บริการเหล่านี้จะไม่สามารถโฆษณาในช่องทาง ได้แก่ (1) บนพื้นที่สาธารณะ เช่น ระบบและสถานีขนส่งสาธารณะ เว็บไซต์สาธารณะ แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ สื่อวิทยุกระจายเสียง สิ่งพิมพ์ และตู้ ATM และ (2) ผ่านการมีส่วนร่วมของบุคคลที่สาม เช่น social media influencers

MAS ระบุเหตุผลสำหรับมาตรการครั้งนี้ว่า การซื้อขาย DPT นั้นมีความเสี่ยงสูงและไม่เหมาะสมสำหรับบุคคลทั่วไป เนื่องจากราคาของสกุลเงินดิจิทัลนั้นมีการผันผวนจากการเก็งกำไรอย่างมาก และผู้ให้บริการ DPT บางรายยังประชาสัมพันธ์บริการของตนอย่างมากเกินไปโดยไม่ตระหนักถึงความเสี่ยงของผู้ใช้บริการ อย่างไรก็ตาม ผู้ให้บริการ DPT ยังสามารถทำการตลาดหรือโฆษณาผ่านทางเว็บไซต์ แอปพลิเคชันมือถือ หรือ บัญชีสื่อสังคมออนไลน์ที่เป็นทางการของบริษัทได้           

ข้อมูลเพิ่มเติม  

มาตรฐานในการควบคุมอุตสาหกรรมสกุลเงินดิจิทัลที่สูงมากของสิงคโปร์อาจทำให้การลงทุนของบริษัทต่างชาติรวมถึงบริษัทฟินเทคในสิงคโปร์นั้นชะลอตัวลงในระยะนี้ อย่างไรก็ตาม นาย Loo Siew Yee ผู้ช่วยผู้ว่าการสายงานนโยบาย การชำระเงิน และอาชญากรรมทางการเงิน MAS ได้ออกมาเน้นย้ำถึงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี Blockchain และการประยุกต์ใช้สกุลเงินดิจิทัลในการพัฒนาธุรกิจและประเทศต่อไป

บริษัทตรวจสอบบัญชีระดับโลกอย่าง KPMG คาดการณ์ว่า ในปี 2565 จำนวนฟินเทคในสิงคโปร์จะเติบโต เห็นได้จากการเติบโตของตลาดฟินเทคในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 จนมีมูลค่า 4,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าจากช่วงครึ่งหลังของปี 2563 ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งแม้ว่าจะมีมาตรการกำกับดูแลที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้สำนักข่าว Vulcan Post ยังได้แสดงความเห็นว่ามาตรการกำกับดูแลที่ประกาศใช้โดย MAS จะไม่ส่งผลลบต่ออัตราการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลและเทคโนโลยี Blockchain ในสิงคโปร์ในระยะยาว เพราะสิงคโปร์เพียงกำลังพัฒนาความชัดเจนด้านกฎระเบียบเพื่อไม่ให้นักลงทุนได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงที่สูงของสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งเสถียรภาพและความชัดเจนของกฎเกณฑ์นี้เองที่เป็นกลไกเบื้องหลังความสำเร็จทางเศรษฐกิจของสิงคโปร์ที่ผ่านมา

เมื่อปี 2560 บริษัทแห่งหนึ่งในสิงคโปร์ได้เปิดร้านคาเฟ่ “ดูคาตัส” ซึ่งเป็นร้านอาหารแห่งแรกของสิงคโปร์ที่รองรับการชำระเงินด้วยสกุลเงินดิจิทัล รวมถึงสกุลเงิน “ดูคาตัส” ซึ่งเป็นสกุลเงินที่ทางร้านคิดค้นขึ้นมาเองในการซื้อขายสินค้าในร้าน โดยเจ้าของร้านได้เน้นย้ำถึงการสนับสนุนการนำสกุลเงินดิจิทัลของทางร้านมาใช้เพื่อการพาณิชย์เท่านั้น ไม่ใช่เพื่อเก็งกำไร สอดคล้องกับนโยบายของธนาคารกลางสิงคโปร์ที่ได้ออกมาเตือนประชาชนให้ระมัดระวังความเสี่ยงจากการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลแบบเก็งกำไร     


ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์


ข้อมูลอ้างอิง