กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์ (Ministry of Trade and Industry – MTI) ประกาศสถานการณ์เศรษฐกิจของสิงคโปร์ในไตรมาสที่ 3/ 2567 สรุปได้ ดังนี้


1. รัฐบาลสิงคโปร์ปรับเพิ่มการคาดการณ์การเติบโตสำหรับปี 2567 เป็นประมาณร้อยละ 3.5 จากคาดการณ์เดิมที่ร้อยละ 2 – 3 เนื่องจากที่เศรษฐกิจสิงคโปร์ในไตรมาสที่ 3 เติบโตสูงถึงร้อยละ 5.4 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการเติบโตที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสที่ 4/ 2564 โดยเศรษฐกิจสิงคโปร์ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในภาคการผลิต การค้าส่ง และภาคการเงินที่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของอุปสงค์วงจรอิเล็กทรอนิกส์โลก ทั้งนี้ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสิงคโปร์ตั้งแต่เดือน มกราคม – กันยายน 2567 อยู่ที่ร้อยละ 3.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2566 ซึ่งเติบโตเพียงร้อยละ 1.1


2. MTI คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสิงคโปร์ในปี 2568 จะชะลอตัวลง โดยคาดการณ์ว่าจะเติบโตในช่วงร้อยละ 1 – 3 เนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก เช่น การเพิ่มภาษีศุลกากรการนำเข้าภายใต้การบริหารงานของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ซึ่งเป็นคู่ค้าหลักที่สำคัญของสิงคโปร์(การค้าระหว่างสิงคโปร์ – สหรัฐอเมริกาคิดเป็นร้อยละ 10 ของการค้าทั้งหมดของสิงคโปร์) รวมทั้งความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ยูเครน อย่างไรก็ดี ภาคอุตสาหกรรมบางประเภทของสิงคโปร์ เช่น อิเล็กทรอนิกส์ การบิน การขนส่ง และการเงิน น่าจะยังคงเติบโตได้ดี เนื่องจากอุปสงค์ด้านอิเล็กทรอนิกส์และการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง แต่ภาคค้าปลีกและอาหารอาจยังคงประสบปัญหาจากการที่คนสิงคโปร์ เดินทางออกไปท่องเที่ยวนอกประเทศที่เพิ่มขึ้นและการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวที่ช้ากว่าคาด


3. ในขณะที่ MTI คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสิงคโปร์ในปี 2568 จะชะลอตัวลง นักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารหลายแห่งใน สป. กลับมองว่าเศรษฐกิจสิงคโปร์จะยังสามารถเติบโตที่ร้อยละ 2.5 – 2.7 หากไม่มีเหตุการณ์ที่ส่งผล กระทบอย่างรุนแรงจากภายนอก โดยคาดว่าอุปสงค์ด้านเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ของโลกจะยังคงสนับสนุนภาคการผลิตและเทคโนโลยีของสิงคโปร์และการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางสิงคโปร์ ที่น่าจะทะยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ย


ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์


แหล่งที่มาข้อมูล/ภาพ
  • Cover Image: Shutterstock