การจ้างแรงงานต่างชาติในสิงคโปร์ และประเภทใบอนุญาตทำงานสำหรับแรงงานต่างชาติที่เข้ามาทำงาน
ในสาธารณรัฐสิงคโปร์
กฎระเบียบด้านการจ้างแรงงานต่างชาติในสาธารณรัฐสิงคโปร์
ผู้ต้องการทำงานในสิงคโปร์ควรศึกษาหรือมีความรู้เบื้องต้นในระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำงานและการจ้างงานในสิงคโปร์ ดังนี้
1) กฎหมายจ้างงาน (Employment Act) คุ้มครองลูกจ้างทั้งชาวท้องถิ่นและชาวต่างชาติที่อยู่ภายใต้สัญญาจ้าง
แต่มีข้อยกเว้นกรณีลูกจ้างระดับบริหาร (managerial, executive) ที่จะไม่ได้รับการคุ้มครองเรื่องวันหยุดประจำสัปดาห์ ชั่วโมงทำงาน เป็นต้น ส่วนคนทำงานบ้าน (domestic workers) ลูกเรือ (seamen) และข้าราชการ จะไม่ได้อยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายฉบับนี้ แต่ยึดสัญญาจ้างงานเป็นหลัก ซึ่งสัญญาจ้างต้องครอบคลุมเนื้อหาดังต่อไปนี้ ชั่วโมงทำงาน ค่าจ้าง โบนัส ค่าตอบแทน การทำงานล่วงเวลา วันหยุด วันลา การสิ้นสุดสัญญา ผลตอบแทนเมื่อเลิกจ้างเกษียณ ลาคลอด ลาดูแลบุตร
2) กฎหมายภาษี (Taxation) ชาวต่างชาติที่ทำงานในสิงคโปร์ทุกคนต้องยื่นแบบรายการเงินได้เพื่อเสียภาษีซึ่งจะคำนวณอัตราตามกฎหมาย ดังนี้
2.1) ผู้ทำงานหรืออยู่ในสิงคโปร์เกิน 183 วันตามปีภาษี (มกราคม – ธันวาคม) โดยภายหลังหักค่าลดหย่อนแล้วต้องนำรายได้มาคำนวณอัตราภาษีตามตารางอัตราของผู้พำนักอาศัย (resident rate) ซึ่งอยู่ระหว่างร้อยละ 0 – 22
2.2) ผู้ทำงานหรืออยู่ในสิงคโปร์ต่ำกว่า 183 วันตามปีภาษี จะได้รับการยกเว้นภาษี หากทำงานไม่เกิน 60 วัน (บางอาชีพไม่ได้รับยกเว้น เช่น นักแสดง) แต่หากทำงานเกิน 60 วันแต่น้อยกว่า 183 วัน เสียภาษีร้อยละ 15 โดยไม่มีการหักลดหย่อน การคำนวณภาษีของกลุ่มนี้ใช้อัตราของผู้พำนักอาศัยชั่วคราว (non-resident rate)1
3) กฎหมายเงินทดแทน (Work Injury Compensation Act – WICA) เป็นกฎหมายที่ให้ความคุ้มครองลูกจ้างทั้งชาวท้องถิ่นและชาวต่างชาติที่อยู่ภายใต้สัญญาจ้างโดยไม่คำนึงถึงรายได้ กรณีประสบอันตรายหรือโรคที่เกิดจากการทำงานโดยไม่ต้องยื่นฟ้องในรูปแบบคดีแพ่ง ยกเว้นผู้ประกอบอาชีพส่วนตัว ผู้รับเหมาอิสระ คนทำงานบ้าน และข้าราชการในเครื่องแบบ ความคุ้มครองที่ครอบคลุมตามกฎหมายฉบับนี้ ได้แก่ ค่ารักษาพยาบาลเมื่อเกิดอุบัติเหตุเนื่องจากการทำงาน ค่าทดแทนระหว่างลาป่วยตามคำสั่งแพทย์ ค่าทดแทนกรณีพิการหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในงาน2
4) กฎหมายเข้าเมือง (Immigration Act) สิงคโปร์เข้มงวดเรื่องการเข้าเมืองผิดกฎหมายหรือการอยู่ในสิงคโปร์เกินกำหนด หากถูกจับจะมีโทษปรับ จำคุก บางกรณีมีโทษเฆี่ยนด้วย ดังนั้น ผู้หางานควรตรวจสอบให้มั่นใจว่าจะได้รับใบอนุญาตทำงานจากกระทรวงแรงงานสิงคโปร์ก่อนเดินทางเข้าประเทศสิงคโปร์ กรณีแรงงานไทยที่สัญญาจ้างงานใกล้หมดอายุและไม่มั่นใจว่านายจ้างจะต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้หรือไม่ ควรปรึกษาสำนักงานแรงงานในประเทศสิงคโปร์แต่เนิ่น ๆ ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานสิงคโปร์จัดทำแอปพลิเคชัน SGWorkPass ให้แรงงานดาวน์โหลดเพื่อตรวจสอบรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานรวมถึงกำหนดวันที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อในประเทศสิงคโปร์อย่างถูกกฎหมาย

5) กฎหมายอื่น ๆ ผู้เข้าทำงานในสิงคโปร์ต้องทราบและปฏิบัติตามกฎหมายของสิงคโปร์อย่างเคร่งครัดเพราะบทลงโทษของแต่ละความผิดมีตั้งแต่จับ ปรับ จำคุก เฆี่ยน จนถึงประหารชีวิต ในขณะเดียวกัน สิงคโปร์มีบทลงโทษนายจ้างที่ทารุณข่มเหงแรงงานต่างชาติทั้งจำคุก ปรับ และเฆี่ยนเช่นกัน ดังนั้น หากแรงงานไทยไม่ได้รับการปฏิบัติที่ถูกต้องจากนายจ้าง สามารถยื่นเรื่องร้องทุกข์ต่อสำนักงานแรงงานในประเทศสิงคโปร์เพื่อขอความช่วยเหลือ
ตัวอย่างการกระทำผิดและบทลงโทษเกี่ยวกับการทำงานในสิงคโปร์
| การกระทำผิด | บทลงโทษ |
| 1. นายจ้างที่จ้างงานลูกจ้างชาวต่างชาติ โดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน | – ปรับระหว่าง 5,000 – 30,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือ โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำคุกและปรับ – สำหรับการกระทำความผิดซ้ำต้องได้รับโทษจำคุกและปรับระหว่าง 10,000 – 30,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ |
| 2. ลูกจ้างฝ่าฝืนเงื่อนไขใบอนุญาตทำงาน | โทษปรับไม่เกิน 10,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำคุกและปรับ |
| 3. ลูกจ้างให้ข้อมูลเท็จในการขอใบอนุญาตทำงานหรือต่อใบอนุญาตการทำงาน | โทษปรับไม่เกิน 20,000 เหรียญสิงคโปร์ หรือ จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือทั้งจำคุกและปรับ |
| 4. นายจ้างรับเงินหรือผลประโยชน์อื่นใดจากแรงงานต่างชาติ หรือ จากผู้ที่เกี่ยวข้องกับแรงงานต่างชาติ เพื่อแลกกับการให้ได้ทำงาน หรือรักษาสถานะการจ้างงานไว้ | โทษปรับไม่เกิน 30,000 เหรียญสิงคโปร์ หรือ จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือทั้งจำคุกและปรับ |
| 5. นายจ้างขอใบอนุญาตการทำงานให้ลูกจ้างชาวต่างชาติ โดยไม่ได้ประกอบกิจการจริงหรือไม่จำเป็นต้องใช้ลูกจ้างชาวต่างชาติ | โทษจำคุก 6 เดือนและปรับไม่เกิน 6,000 เหรียญสิงคโปร์ และอาจมีโทษเฆี่ยนด้วย |
| 6. ลูกจ้างชาวต่างชาติทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต การทำงาน | โทษปรับไม่เกิน 20,000 เหรียญสิงคโปร์ หรือ จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือทั้งจำคุกและปรับ |
ข้อแนะนำ : ผู้เข้ามาทำงานในสิงคโปร์และถือใบอนุญาตทำงานประเภท Work Permit (WP) ควรศึกษาข้อปฏิบัติที่สำคัญอื่น ๆ ได้แก่ ห้ามทำงานกับนายจ้างอื่นนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในใบอนุญาต ห้ามหารายได้พิเศษ ห้ามมีความสัมพันธ์ด้านชู้สาวหรือมีบุตรกับชาวสิงคโปร์หรือผู้ที่ได้รับอนุญาตให้อยู่สิงคโปร์แบบถาวร (Permanent Resident : PR) หากเป็นหญิงห้ามตั้งครรภ์หรือให้กำเนิดบุตรระหว่างถือใบอนุญาตทำงาน ต้องพกใบอนุญาตทำงานตัวจริงไว้กับตัวเพื่อพร้อมให้ตรวจสอบ
ประเภทของใบอนุญาตทำงาน
สิงคโปร์มีใบอนุญาตทำงานหลายประเภท แรงงานไทยที่เข้ามาทำงานในสิงคโปร์ส่วนใหญ่มักได้รับใบอนุญาตทำงาน
4 ประเภท ได้แก่
- Employment Pass (EP) สำหรับผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหาร (Professionals)
- S-Pass สำหรับผู้เชี่ยวชาญระดับรองและช่างเทคนิค (Associate Professionals and Technicians)
- Work Permit (WP) สำหรับแรงงานต่างชาติกึ่งฝีมือ (Semi-skilled workers) และแรงงานไร้ฝีมือ (Unskilled workers)
- Work Permit for Migrant Domestic Worker (MDW) สำหรับผู้ทำงานบ้าน ซึ่งต้องปฏิบัติงานภายในที่พักอาศัยที่ได้แจ้งไว้กับกระทรวงแรงงานเท่านั้น
ใบอนุญาตแต่ละประเภทมีเงื่อนไขและข้อกำหนดที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของแรงงานและประเภทของงานที่ได้รับมอบหมาย ดังนี้
1) Employment Pass (EP) เป็นใบอนุญาตทำงานสำหรับคนต่างชาติระดับวิชาชีพ (Professional) และระดับบริหาร (Executive) โดยกระทรวงแรงงานสิงคโปร์ได้กำหนดคุณสมบัติของชาวต่างชาติที่จะเข้ามาทำงานในระดับนี้ว่าจะต้องมีวุฒิการศึกษาจากสถาบันที่ได้มาตรฐาน มีประสบการณ์การทำงานที่เป็นที่ยอมรับ และได้รับค่าตอบแทนไม่ต่ำกว่า 5,600 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือ 6,200 ดอลลาร์สิงคโปร์ ในภาคบริการการเงิน (Financial Services) หรือหากอายุเกิน 45 ปีขึ้นไป ต้องได้รับค่าตอบแทนไม่ต่ำกว่า 10,700 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือ 11,800 ดอลลาร์สิงคโปร์ ในภาคบริการการเงิน (ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568)
| ภาคอุตสาหกรรม | อายุ | เงินเดือนขั้นต่ำปัจจุบัน (ดอลลาร์สิงคโปร์) | เงินเดือนขั้นต่ำใหม่ (2568) (ดอลลาร์สิงคโปร์) |
| ภาคที่ไม่ใช่การเงิน | 23 ปี | 5,000 | 5,600 |
| 45 ปีขึ้นไป | 10,500 | 10,700 | |
| ภาคการเงิน | 23 ปี | 5,500 | 6,200 |
| 45 ปีขึ้นไป | 11,500 | 11,800 |
(มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2568)
2) S Pass เป็นใบอนุญาตทำงานสำหรับผู้เชี่ยวชาญระดับรองและช่างเทคนิค (Associate Professionals and Technicians) โดยการพิจารณาอนุมัติใบอนุญาตจะขึ้นอยู่กับคุณสมบัติหลายด้าน อาทิ ระดับค่าจ้าง วุฒิการศึกษา ลักษณะของงาน ประสบการณ์ และทักษะเฉพาะทาง เช่น ผู้ชำนาญงานในสาขาต่าง ๆ หรือช่างเทคนิคประเภทต่าง ๆ ทั้งนี้ ผู้สมัครจะต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญา อนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพด้านเทคนิคจากหลักสูตรเต็มเวลา และมีประสบการณ์ทำงานในสาขาอาชีพนั้นมาแล้วระยะหนึ่ง
ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 เป็นต้นไป รัฐบาลสิงคโปร์จะปรับเกณฑ์อัตราเงินเดือนขั้นต่ำสำหรับผู้สมัครหรือผู้ต่ออายุใบอนุญาตทำงานประเภท S Pass เป็นอย่างน้อย 3,300 ดอลลาร์สิงคโปร์ สำหรับวิชาชีพทั่วไป หรือ 3,800 ดอลลาร์สิงคโปร์ สำหรับภาคบริการทางการเงิน
| ภาคอุตสาหกรรม | เงินเดือนขั้นต่ำที่ปรับใหม่สำหรับผู้สมัคร S Pass ใหม่หรือต่ออายุ (ดอลลาร์สิงคโปร์) | |
| 1 กันยายน 2566 | 1 กันยายน 2568 | |
|---|---|---|
| ภาคเศรษฐกิจโดยรวม (ทุกภาคส่วนยกเว้นภาคบริการทางการเงิน) | อย่างน้อย 3,150 | อย่างน้อย 3,300 |
| ภาคบริการทางการเงิน | อย่างน้อย 3,650 | อย่างน้อย 3,800 |
(มีผลตั้งแต่ 1 กันยายน 2568)
รายละเอียดเพิ่มเติม: Employment Pass
ค่าธรรมเนียมแรงงานต่างชาติ (levy) สำหรับผู้ถือบัตร S-Pass
ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 รัฐบาลสิงคโปร์จะปรับเพิ่มอัตราค่าธรรมเนียมแรงงานต่างชาติ (levy) สำหรับแรงงานต่างชาติที่ถือใบอนุญาตทำงานประเภท S Pass โดยการปรับเพิ่มครั้งนี้จะมีผลครอบคลุมทุกภาคส่วนอัตราค่าธรรมเนียมสำหรับแรงงานในกลุ่ม Tier 1 (ซึ่งมีสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 10 ของจำนวนแรงงานทั้งหมดของบริษัท) จะปรับเพิ่มจาก 550 ดอลลาร์สิงคโปร์ เป็น 650 ดอลลาร์สิงคโปร์ ซึ่งเท่ากับอัตราของ Tier 2 (มีสัดส่วนระหว่างร้อยละ 10 – 15)
| ระดับ (Tier) | โควตา (ร้อยละ) | อัตรารายเดือนปัจจุบัน (ดอลลาร์สิงคโปร์) | อัตรารายเดือนใหม่ ตั้งแต่ 1 กันยายน 2568 (ดอลลาร์สิงคโปร์) |
| Basic / Tier 1 | สูงสุดร้อยละ 10 ของจำนวนแรงงานทั้งหมด | 550 | 650 |
| Tier 2 | ระหว่างร้อยละ 10 ถึง 15 ของจำนวนแรงงานทั้งหมด | 650 | ไม่มีการเปลี่ยนแปลง |
3) ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit – WP) เป็นใบอนุญาตที่ออกให้แก่แรงงานต่างชาติกึ่งฝีมือ (semi-skilled workers) และแรงงานไร้ฝีมือ (unskilled workers) เพื่อเข้ามาทำงานในประเทศสิงคโปร์ รัฐบาลสิงคโปร์มีมาตรการกำกับดูแลอย่างเข้มงวดผ่านการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการจ้างแรงงานต่างชาติ (foreign worker levy) จากนายจ้าง การกำหนดอัตราส่วนแรงงานท้องถิ่นต่อแรงงานต่างชาติและรวมถึงการจำกัดระยะเวลาการจ้างงาน และจำกัดประเทศต้นทางของแรงงานในแต่ละภาคเศรษฐกิจ
แรงงานไทยส่วนใหญ่ที่ทำงานในประเทศสิงคโปร์อยู่ในภาคก่อสร้าง (Construction ) อุตสาหกรรมปิโตรเคมี (Petrochemical Industry) และอุตสาหกรรมต่อเรือและซ่อมบำรุงเรือ (Marine shipyard) โดยถือใบอนุญาตทำงานประเภท Work Permit โดยแรงงานไทยบางส่วนมีทักษะเฉพาะทางที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน อาทิ ทักษะในการติดตั้งโครงสร้างเหล็กและ
งานระบบต่าง ๆ ทักษะในการบำรุงรักษาเครื่องจักรและกระบวนการผลิตในโรงงานปิโตรเคมี เป็นต้น
สำหรับใบอนุญาตทำงานประเภท Work Permit (Migrant Domestic Worker) ซึ่งออกให้แก่แรงงานทำงานบ้านนั้น ลูกจ้างต้องทำงานภายในบ้านที่ระบุไว้ในใบอนุญาตเท่านั้น และต้องมีคุณสมบัติด้านการศึกษาขั้นต่ำไม่ต่ำกว่า 8 ปี สำหรับแรงงานจากประเทศไทยต้องสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 เป็นอย่างน้อย
ตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 เป็นต้นไป รัฐบาลสิงคโปร์ได้ประกาศปรับปรุงข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับ Work Permit
หลายประการ ดังนี้
(1) ยกเลิกข้อจำกัดระยะเวลาการทำงานสูงสุด รัฐบาลจะยกเลิกข้อจำกัดระยะเวลาการทำงานสูงสุดของผู้ถือใบอนุญาต WP ซึ่งเดิมอยู่ระหว่าง 14 – 26 ปี (ขึ้นอยู่กับภาคอุตสาหกรรมและประเทศต้นทาง) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ยังมีคุณสมบัติเหมาะสมสามารถทำงานในประเทศได้อย่างต่อเนื่อง
(2) ปรับเพิ่มอายุสูงสุดของแรงงานต่างชาติที่ถือใบอนุญาต Work Permit โดยเพิ่มจาก 60 ปี เป็น 63 ปี และอายุของผู้สมัครใหม่จะเพิ่มจากไม่เกิน 50 ปี (หรือจาก 58 ปี สำหรับผู้ถือสัญชาติมาเลเซีย) เป็น 61 ปี
(3) ขยายรายชื่อประเทศต้นทางของแรงงานโดยเพิ่มรายชื่อประเทศต้นทางที่ได้รับอนุญาตให้ส่งแรงงานเข้าสิงคโปร์ ได้แก่ ภูฏาน กัมพูชา และ สปป.ลาว ภายใต้บัญชีประเทศแหล่งแรงงานทางเลือก (Non-Traditional Sources Occupation List) ปัจจุบัน บริษัทในภาคการผลิตและบริการของสิงคโปร์สามารถจ้างแรงงานต่างชาติที่ถือ Work Permit ได้จาก 6 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ ได้แก่ มาเลเซีย จีน ฮ่องกง มาเก๊า เกาหลีใต้ และไต้หวัน นอกจากนี้ ภายใต้บัญชีรายชื่ออาชีพสำหรับแหล่งแรงงานทางเลือก บริษัทสามารถจ้างแรงงานในบางอาชีพจากอีก 6 ประเทศ ได้แก่ บังกลาเทศ อินเดีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา และไทย
(4) ขยายกลุ่มอาชีพที่เปิดให้แรงงานต่างชาติสามารถทำงานได้เพิ่มเติม โดยรวมถึงตำแหน่งงานที่มีความต้องการสูง เช่น พนักงานขับรถบรรทุกหนัก พนักงานในภาคการผลิต และพ่อครัว เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรมหลัก
รายละเอียดเพิ่มเติม: Work Permit Conditions (https://www.mom.gov.sg/passes-and-permits/work-permit-for-foreign-worker/sector-specific-rules/work-permit-conditions)
นโยบายการจ้างแรงงานต่างชาติในประเทศสิงคโปร์
รัฐบาลสิงคโปร์มีมาตรการเพื่อควบคุมหรือจำกัดจำนวนแรงงานต่างชาติที่เข้ามาทำงานในสิงคโปร์ ดังนี้
1) มาตรการการจ้างงานที่เป็นธรรม (Fair Consideration Framework: FCF)
กระทรวงแรงงานสิงคโปร์ได้ออกมาตรการการจ้างงานที่เป็นธรรม (Fair Consideration Framework: FCF) ตั้งแต่ปี 2559 เพื่อส่งเสริมให้นายจ้างดำเนินการจ้างงานอย่างเท่าเทียมและไม่เลือกปฏิบัติในด้านอายุ เพศ สัญชาติ หรือเชื้อชาติ โดยกำหนดให้นายจ้างต้องประกาศรับสมัครงานสำหรับตำแหน่งที่ขอใบอนุญาตทำงานประเภท Employment Pass (EP) และ S Pass บนเว็บไซต์ MyCareersFuture.sg เป็นเวลาอย่างน้อย 28 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้แรงงานท้องถิ่นสามารถเข้าถึงตำแหน่งงานดังกล่าวก่อนที่จะเปิดรับแรงงานต่างชาติ
ต่อมาเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2568 รัฐสภาสิงคโปร์ได้ผ่านร่างกฎหมายความเป็นธรรมในสถานที่ทำงาน (Workplace Fairness Bill) ซึ่งจะมีผลใช้บังคับในปี 2569 เพื่อเสริมสร้างความเท่าเทียมในสถานที่ทำงาน และป้องกันการเลือกปฏิบัติในทุกรูปแบบ กฎหมายฉบับนี้จะช่วยเสริมความเข้มแข็งให้กับแนวปฏิบัติไตรภาคีว่าด้วยการจ้างงานที่เป็นธรรม (Tripartite Guidelines on Fair Employment Practices) ซึ่งจัดทำโดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงแรงงาน (Ministry of Manpower) สภาสหภาพแรงงานแห่งชาติ (National Trades Union Congress) และสมาพันธ์นายจ้างแห่งชาติของสิงคโปร์ (Singapore National Employers Federation)
2) นโยบายการปรับลดเพดานอัตราส่วนของแรงงานต่างชาติ (The Dependency Ratio Ceiling: DRC)
ในปี 2568 รัฐบาลสิงคโปร์ได้กำหนดเพดานอัตราส่วนการพึ่งพาแรงงานต่างชาติ (Dependency Ratio Ceiling: DRC) สูงสุดของจำนวนแรงงานต่างชาติเทียบกับจำนวนแรงงานทั้งหมดที่บริษัทในแต่ละภาคส่วนสามารถจ้างได้ ดังนี้
| ภาคส่วน | DRC (ร้อยละ) |
| ก่อสร้าง | 83.3 |
| กระบวนการผลิต | 83.3 |
| อู่ต่อเรือทะเล | 77.8 |
| การผลิต | 60 |
| บริการ | 35 |
หาก DRC สำหรับภาคบริการคือ ร้อยละ 35 หมายความว่า จำนวนผู้ถือใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) และ S Pass
ที่บริษัทในภาคบริการสามารถจ้างได้ต้องไม่เกินร้อยละ 35 ของจำนวนแรงงานทั้งหมดของบริษัท
นอกจากนี้ จำนวนผู้ถือใบอนุญาตทำงานสัญชาติจีน (PRC Work Permit holders) ที่บริษัทสามารถจ้างได้จะถูกจำกัดตามโควตาย่อย และมีเพดานสูงสุด ดังนี้
- ไม่เกินร้อยละ 8 ของจำนวนแรงงานทั้งหมดของบริษัท หากบริษัทอยู่ในภาคบริการ
- ไม่เกินร้อยละ 25 ของจำนวนแรงงานทั้งหมดของบริษัท หากบริษัทอยู่ในภาคการผลิต
ภายใต้โควตาที่มีอยู่ จำนวนผู้ถือ S Pass ที่บริษัทสามารถจ้างได้มีเพดาน ดังนี้
- ไม่เกินร้อยละ 10 ของจำนวนแรงงานทั้งหมดของบริษัทในภาคบริการ
- ไม่เกินร้อยละ 15 ในภาคก่อสร้าง การผลิต อู่ต่อเรือทะเล และกระบวนการผลิต
ทั้งนี้ โควตาแรงงานต่างชาติจะถูกคำนวณจากค่าเฉลี่ยของจำนวนพนักงานท้องถิ่นของบริษัทในช่วง 3 เดือน ข้อมูลเพิ่มเติม: S Pass quota and levy requirements (https://www.mom.gov.sg/passes-and-permits/s-pass/quota-and-levy/levy-and-quota-requirements)
แนวปฎิบัติและข้อควรระวังในการเข้ามาทำงานในสิงคโปร์
1) เมื่อเดินทางถึงประเทศสิงคโปร์ ควรรายงานตัวต่อสำนักงานแรงงานในประเทศสิงคโปร์ ในโอกาสแรก เพื่อประโยชน์
ในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานแก่สำนักงาน รวมถึงการติดต่อสื่อสารเพื่อขอรับความช่วยเหลือในอนาคต หากจำเป็น
2) นายจ้างต้องส่งแรงงานไปตรวจสุขภาพจากคลีนิคหรือโรงพยาบาลที่ได้รับการรับรอง เพื่อยื่นขอใบอนุญาตทำงานกับกระทรวงแรงงานสิงคโปร์ และโดยทั่วไปควรได้รับใบอนุญาตการทำงานภายใน 14 วัน หากเกินกำหนด ควรแจ้งสำนักงานแรงงานในประเทศสิงคโปร์ เพื่อช่วยประสานงานและตรวจสอบ สำหรับแรงงานที่ต้องมีใบอนุญาตอื่น ๆ ที่ใช้ในการทำงาน เช่น ใบขับขี่ ใบอนุญาตขับรถเครน ใบผ่านการทดสอบความปลอดภัยในการทำงาน เป็นต้น ใบอนุญาตเหล่านั้น
ต้องยังไม่หมดอายุ
3) แรงงานต่างชาติต้องปฏิบัติตามระเบียบของใบอนุญาตการทำงาน เช่น ต้องทำงานตามตำแหน่งงานและบริษัท
ของนายจ้างที่ระบุไว้ในใบอนุญาตทำงานเท่านั้น ต้องพักตามที่อยู่ที่นายจ้างจัดให้หรือที่อยู่ที่แจ้งไว้กับนายจ้าง
ห้ามแต่งงานกับชาวท้องถิ่น และต้องพกใบอนุญาตการทำงานติดตัวเพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้เสมอ เป็นต้น มิฉะนั้นกระทรวงแรงงานสิงคโปร์สามารถยกเลิกใบอนุญาตทำงานและถูกส่งตัวกลับประเทศไทย รวมถึงต้องปฏิบัติตามกฎหมายอื่น ๆ ของประเทศสิงคโปร์อย่างเคร่งครัด
4) นายจ้างจะลดค่าจ้างได้ก็ต่อเมื่อลูกจ้างยินยอมเท่านั้น ดังนั้น หากไม่เห็นด้วยกับนายจ้าง อย่าเซ็นสัญญาใด ๆ สัญญาจ้างต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร หากไม่มั่นใจให้ติดต่อสำนักงานแรงงานในประเทศสิงคโปร์เพื่อขอคำปรึกษาก่อนลงนาม
ในเอกสารใด ๆ ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง
5) ลูกจ้างและนายจ้างสามารถขอยกเลิกสัญญาจ้างก่อนกำหนดได้ โดยทั้งสองฝ่ายจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในสัญญาจ้างและกฎหมายของประเทศสิงคโปร์ เมื่อสัญญาจ้างสิ้นสุดลง แรงงานต่างชาติจะไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อในประเทศสิงคโปร์เพื่อหางานใหม่ หากแรงงานต่างชาติหลบหนีระหว่างการจ้างงาน นายจ้างสามารถยกเลิกใบอนุญาตการทำงาน และกรณีอยู่เกินกำหนด แรงงานต่างชาติอาจถูกดำเนินคดี ซึ่งจะมีโทษปรับ จำคุกหรือเฆี่ยนได้
6) การทำงานกับนายจ้างอื่น หรือหารายได้พิเศษ ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย
7) ลูกจ้างที่ยกเลิกสัญญาจ้างและเดินทางกลับประเทศก่อน 183 วัน จะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาร้อยละ 15
ของค่าจ้างทั้งหมด7
8) ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2566 นายจ้างจะต้องทำประกันสุขภาพ (Medical Insurance) ให้แก่ลูกจ้างที่ได้รับใบอนุญาตทำงานประเภท Work Permit จากรัฐบาลสิงคโปร์ โดยความคุ้มครองของประกันสุขภาพต้องมีวงเงินอย่างน้อย 60,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (เดิมอย่างน้อย 15,000 ดอลลาร์สิงคโปร์) หากไม่ดำเนินการจะมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือ ทั้งจำทั้งปรับ8