เกี่ยวกับเรา

สารจาก ดร. สุริยา จินดาวงษ์ เอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐสิงคโปร์

สวัสดีครับท่านผู้ประกอบการไทยและผู้ใช้บริการเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์ทุกท่าน

ผมมีความยินดีที่ในปี 2564 นี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ ได้จัดตั้งศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์ เพื่อให้บริการข้อมูลข่าวสารด้านเศรษฐกิจและธุรกิจในทุกวงการของสิงคโปร์แก่คนไทย โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลฯ แห่งนี้ จะเป็นคลังความรู้ด้านเศรษฐกิจและธุรกิจของสิงคโปร์ที่รอบด้าน และเป็นประโยชน์ให้ทุกท่านก้าวทันกระแสและแนวโน้มพัฒนาการทางเศรษฐกิจของสิงคโปร์ในเชิงลึก

ถึงแม้โลกจะยังคงเผชิญหน้ากับการแพร่ระบาดของโควิด-19 และพยายามฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ไทยและสิงคโปร์ยังคงเป็นหุ้นส่วนที่มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันในทุกระดับ และเป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญของกันและกัน โดยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่มีมูลค่าการค้าระหว่างกันเพิ่มขึ้นท่ามกลางสถานการณ์โรคระบาดที่เริ่มขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมา ความเชื่อมโยงและความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศจะช่วยส่งเสริมให้เกิดความยั่งยืนด้านการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว

สำหรับสาขาธุรกิจและอุตสาหกรรมที่สิงคโปร์ให้ความสำคัญและประสงค์ร่วมมือกับไทยมากขึ้น ประกอบด้วย

  1. อาหาร ไม่ว่าจะเป็นการค้าสินค้าเกษตร และการพัฒนาด้านเทคโนโลยีทางอาหารและเกษตรกรรมร่วมกัน
  2. ชีวการแพทย์และการแพทย์ทางไกล รวมถึงการลงทุนในการจัดตั้งบริษัทผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19
  3. การขนส่งและโลจิสติกส์ ซึ่งสิงคโปร์ใช้นวัตกรรมที่ทันสมัยในการให้บริการด้านโลจิสติกส์ และเตรียมฟื้นฟูการบินระหว่างประเทศในโอกาสแรก
  4. การเป็นศูนย์กลางการเงินของภูมิภาคและการพัฒนาธนาคารดิจิทัล
  5. การพัฒนาที่ยั่งยืนและการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) รวมถึงสาขาอื่น ๆ ที่ไทยมีศักยภาพที่โดดเด่น เช่น สถาปัตยกรรม โฆษณาและการประชาสัมพันธ์ ภาพยนตร์และบันเทิง อัญมณีและความงาม และแรงงานในภาคการก่อสร้าง เป็นต้น

ทั้งนี้ ประเด็นที่ท่านผู้ประกอบการไทยควรพิจารณาในการวางแผนธุรกิจกับสิงคโปร์มากยิ่งขึ้น ได้แก่

  1. ความยั่งยืน (Sustainability) โดยคำนึงถึงแนวทาง BCG Economy (Bio, Circular, Green Economy)
  2. นวัตกรรม (Innovation) โดยรวมถึงการเชื่อมโยงระหว่างความคิดสร้างสรรค์กับเทคโนโลยีดิจิทัล
  3. การก้าวไปสู่อนาคต (Future Oriented) เพื่อพร้อมรับมือกับความท้าทายใหม่ ๆ ที่อาจไม่คาดคิด

โดยสรรหาแนวทางการเตรียมการเพื่อ “just in case” มากกว่า “just in time” ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญของการฟื้นฟูเศรษฐกิจช่วงหลังโควิด-19 ที่ยั่งยืนร่วมกัน

สุดท้ายนี้ ผมหวังว่าพี่น้องชาวไทยที่อาศัยอยู่ในสิงคโปร์และในประเทศไทยทุกท่านจะมีสุขภาพแข็งแรง และติดตามมาตรการทางสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตัวให้เหมาะสมเพื่อป้องกันโรคระบาดต่าง ๆ ซึ่งผมรวมถึงข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทีมประเทศไทยในสิงคโปร์ทุกคน พร้อมจะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนของไทยและสิงคโปร์อย่างแข็งขัน เพื่อกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมความร่วมมือไทย – สิงคโปร์ในทุกมิติ อันจะยังประโยชน์แก่ประเทศชาติ ภาคธุรกิจ และประชาชนของสองประเทศ รวมถึงภูมิภาคอาเซียนสืบไป

สุริยา จินดาวงษ์

สิงหาคม 2564