เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา งาน Singapore FinTech Festival (SFF) ได้ตอกย้ำถึงบทบาทของสิงคโปร์
ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีทางการเงินหรือ FinTech ในระดับโลก โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 62,000 คนจาก 130 ประเทศ ภายในงาน นาย Chia Der Jiun กรรมการผู้จัดการ (Managing Director) ของธนาคารกลางสิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore – MAS) ได้แสดงวิสัยทัศน์ที่เน้นการพัฒนาชุมชน ความร่วมมือ และความสามารถในการกำหนดอนาคตของ FinTech

การเติบโตอย่างรวดเร็วของ FinTech ในสิงคโปร์

ตั้งแต่ธนาคารกลางสิงคโปร์เปิดตัวโครงการ Financial Sector Technology and Innovation Scheme ในปี 2558 ภูมิทัศน์ของ FinTech ในสิงคโปร์พัฒนาอย่างรวดเร็ว ในปัจจุบัน สิงคโปร์ยังคงเป็นผู้นำด้านการลงทุน FinTech ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในปี 2567 สามารถระดมทุนได้ถึง 995 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าจาการ์ตา (242 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และกรุงเทพฯ (198 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนความสำเร็จนี้ ได้แก่ นโยบายสนับสนุนจากรัฐบาล กฎระเบียบที่ชัดเจนและเอื้อต่อการพัฒนา และการเข้าถึงแหล่งเงินทุน

นโยบายสนับสนุนจากรัฐบาล

รัฐบาลสิงคโปร์มีบทบาทสำคัญในการผลักดัน FinTech โดยในปี 2567 ได้จัดตั้งองค์กร Global Finance & Technology Network (GFTN) เพื่อสนับสนุนนวัตกรรมทางการเงินทั้งในภูมิภาคและระดับสากล เพื่อมุ่งเน้นไปที่การขยายเครือข่าย FinTech ของสิงคโปร์สู่นานาชาติ ผ่านการการจัดงานประชุม FinTech ในระดับสากลเพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้และเครือข่ายระหว่างผู้เล่นในอุตสาหกรรม การให้คำปรึกษาและบริการวิจัยเพื่อสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมและกลยุทธ์ในภาคการเงินและเทคโนโลยี การให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลแก่ SMEs เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม การจัดตั้งกองทุนเพื่อลงทุนในสตาร์ทอัพเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนการเติบโตของบริษัทเทคโนโลยีใหม่ ๆ

กฎระเบียบที่ชัดเจนและเอื้อต่อการพัฒนา

สิงคโปร์เป็นตัวอย่างของประเทศที่สร้างสมดุลระหว่างการสนับสนุนนวัตกรรมกับการรักษาความมั่นคงทางการเงินนโยบายเหล่านี้ไม่เพียงแต่ส่งเสริมความเติบโตของ FinTech ในประเทศเท่านั้น แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่องด้วย หนึ่งในกฎระเบียบที่สำคัญของสิงคโปร์คือ Payment Services Act (PSA) ซึ่งเป็นกฎหมายที่รวมการบริการชำระเงินทั้งหมดไว้ในกรอบเดียว และ Personal Data Protection Act (PDPA) กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เข้มงวดซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ทั้งนักลงทุนและผู้บริโภค สิงคโปร์ยังมี Regulatory Sandboxes หรือพื้นที่ทดลองทางกฎระเบียบสำหรับนวัตกรรม ซึ่งเปิดโอกาสให้บริษัท FinTech สามารถทดสอบนวัตกรรมภายใต้การควบคุมที่ยืดหยุ่น โดยไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบทั้งหมดในช่วงแรก และการเชื่อมต่อที่ราบรื่นระหว่างธนาคารกับ FinTech หรือ Open Banking Framework ซึ่งสนับสนุนให้สถาบันการเงินใช้ APIs (Application Programming Interfaces) เพื่อให้สามารถผสานการทำงานระหว่างธนาคารแบบดั้งเดิมกับบริษัท FinTech ได้อย่างราบรื่น สร้างโอกาสให้เกิดนวัตกรรมและการเติบโตในอุตสาหกรรมการเงิน นอกจากนี้ โครงการ Financial Sector Incentive (FSI) ของสิงคโปร์ยังช่วยลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับองค์กรที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ด้วย

โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรม FinTech

คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจสิงคโปร์ (Economic Development Board – EDB) และ PwC Singapore คาดการณ์ว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเป็นพื้นที่ที่น่าสนใจสำหรับโอกาสของอุตสาหกรรม FinTech โดยสิงคโปร์จะกลายเป็นจุดเชื่อมโยงที่สำคัญของบริษัท FinTech ที่ต้องการขยายธุรกิจเข้าสู่ภูมิภาค เพราะนอกจากความเป็นเมืองที่เติบโตอย่างรวดเร็วและประชากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีแล้ว สิงคโปร์ยังมีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมทั้งด้านเทคโนโลยีและการเงิน เช่น ศูนย์ข้อมูลที่ทันสมัย ระบบชำระเงินแบบรวมศูนย์ และกฎระเบียบทางการเงินที่ชัดเจน
ขณะที่สิงคโปร์ยังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางของ FinTech ในภูมิภาค ไทยสามารถใช้โอกาสนี้ในการสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม FinTech โดยการเชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมในสิงคโปร์ ไทยจะสามารถสร้างพันธมิตรที่เข้มแข็งและส่งเสริมเครือข่ายการลงทุนใน FinTech ให้ขยายตัวอย่างมีประสิทธิภาพ


ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์


แหล่งที่มาข้อมูล/ภาพ