การเยือนฟิลิปปินส์ของนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ส่งสัญญาณใหม่สู่ความร่วมมือเศรษฐกิจสีเขียวและภูมิภาค

การเยือนฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการของนายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 4–5 มิถุนายน 2568 นับเป็นก้าวสำคัญของนโยบายต่างประเทศเชิงรุกในภูมิภาคอาเซียนของรัฐบาลชุดใหม่ของสิงคโปร์ โดยถือเป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกของนายกรัฐมนตรีหว่องหลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากมิติด้านการทูตแล้ว ยังสะท้อนถึงยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจของสิงคโปร์ที่กำลังขยายตัวสู่ประเด็นพลังงานสะอาด คาร์บอนเครดิต และการพัฒนาที่ยั่งยืน

จุดเน้นด้านเศรษฐกิจ: พลังงานสะอาดและคาร์บอนเครดิต โอกาสแห่งอนาคต

การหารือระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับความร่วมมือด้านพลังงานหมุนเวียน ซึ่งสิงคโปร์มองว่าฟิลิปปินส์มีศักยภาพสูง โดยเฉพาะด้านพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ทั้งนี้ สิงคโปร์ต้องการขับเคลื่อน ASEAN Power Grid ผ่านการลงทุนของภาคเอกชน ซึ่งจะไม่เพียงแต่จะสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับอาเซียนเท่านั้น แต่ยังเปิดช่องทางให้บริษัทสิงคโปร์ขยายการลงทุนในตลาดพลังงานสีเขียวของภูมิภาคอีกด้วย

ในขณะเดียวกัน การเร่งรัดความตกลงทางกฎหมายด้านการซื้อขายคาร์บอนเครดิตข้ามพรมแดน ตาม Article 6 ของความตกลงปารีส (Paris Agreement) ถือเป็นการวางกรอบความร่วมมือที่มีผลผูกพันจริง โดยจะเอื้อต่อการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนทั้งสองประเทศมากขึ้น เพิ่มการถ่ายทอดเทคโนโลยี การลงทุนสีเขียว และการสร้างงานในภาคเศรษฐกิจสีเขียว (green jobs) ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำของทั้งสิงคโปร์และฟิลิปปินส์

เศรษฐกิจและสังคม: สุขภาพ การศึกษา และแรงงาน – เสริมรากฐานระยะยาว

มิติด้านเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนควบคู่ไปกับประเด็นสังคม ได้แก่ ความร่วมมือด้านสาธารณสุขและแรงงาน โดยเฉพาะการยกระดับทักษะบุคลากรสาธารณสุขและส่งเสริมให้บุคลากรที่เคยทำงานในต่างประเทศกลับมามีส่วนร่วมในระบบสุขภาพของฟิลิปปินส์ ตอกย้ำถึงความสำคัญของแรงงานฟิลิปปินส์กว่า 200,000 คนในสิงคโปร์ ที่มีบทบาทต่อระบบเศรษฐกิจและสาธารณสุขของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ การจัดทำข้อตกลงระหว่างมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) และคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (Civil Service Commission) ของฟิลิปปินส์ เพื่อพัฒนาภาวะผู้นำด้านดิจิทัลและสาธารณสุขยังนับเป็นการลงทุนระยะยาวในทุนมนุษย์ที่สอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและนโยบายเศรษฐกิจฐานความรู้ (knowledge-based economy)

ขับเคลื่อนอาเซียน: สิงคโปร์–ฟิลิปปินส์ กับบทบาทผู้นำภูมิภาค

ทั้งสองประเทศแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการส่งเสริมความเป็นเอกภาพและความร่วมมือในอาเซียนเพื่อรับมือกับความท้าทายระดับโลก และร่วมผลักดันความร่วมมือกับประเทศนอกภูมิภาค เช่น EU และ GCC โดยเฉพาะในประเด็นเศรษฐกิจ การค้า และพลังงาน อันเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าอาเซียนกำลังจะยกระดับบทบาทจากการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจสู่การเป็น “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ระดับโลก”

สิงคโปร์ยังยืนยันการสนับสนุนการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนของฟิลิปปินส์ในปี 2569 และตั้งเป้าทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดก่อนที่สิงคโปร์จะรับตำแหน่งประธานอาเซียนต่อในปี 2570 ซึ่งสะท้อนถึงการวางแผนเพื่อสร้างความต่อเนื่องและความเป็นหุ้นส่วนที่ยั่งยืนของทั้งสองประเทศในเวทีภูมิภาค

บทสรุป

ความสัมพันธ์ระหว่างสิงคโปร์กับฟิลิปปินส์กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงใหม่ของการเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจเชิงกลยุทธ์ที่ครอบคลุมทั้งพลังงานสะอาด เทคโนโลยีดิจิทัล การค้าคาร์บอน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การเยือนของนายกรัฐมนตรีหว่องจึงไม่เพียงแต่เป็นการแนะนำตัวในฐานะผู้นำครม.ชุดใหม่ของสิงคโปร์เท่านั้น แต่เป็นการ “ปักธง” วิสัยทัศน์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนของสิงคโปร์ในภูมิภาคด้วย ซึ่งไทยควรจับตาอย่างใกล้ชิดทั้งในมิติของการแข่งขัน การสร้างพันธมิตร และการวางตำแหน่งของไทยในห่วงโซ่เศรษฐกิจสีเขียวของอาเซียนในอนาคต


ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์


แหล่งอ้างอิง

  • Cover Image: Freepik