Meralion: นวัตกรรม AI สิงคโปร์ ดูแลผู้สูงอายุและป้องกันภัยหลอกลวง

สิงคโปร์กำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลจาก Singstat ระบุว่าในปี 2567 จำนวนประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 5 จากปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นอัตราการเพิ่มสูงสุดในทุกช่วงวัยแนวโน้มนี้ส่งผลทั้งต่อผลิตภาพทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุที่เผชิญปัญหาความเหงา สุขภาพถดถอย และภัยหลอกลวงจากมิจฉาชีพเพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว สิงคโปร์ได้นำเทคโนโลยี AI เข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญ

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 นาง Josephine Teo รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาดิจิทัลและสารสนเทศ และรัฐมนตรีกำกับดูแลแผนงาน Smart Nation และความมั่นคงทางไซเบอร์ของสิงคโปร์ (Minister for Digital Development and Information, and Minister-in-charge of Smart Nation and Cybersecurity) ได้เปิดเผยในงาน Asia Tech x Singapore 2025 ถึงความคืบหน้าโมเดล AI “Meralion” (Multimodal Empathetic Reasoning and Learning in One Network) ซึ่งพัฒนาโดย A*Star โดยได้รับทุนสนับสนุนจากมูลนิธิวิจัยแห่งชาติ (National Research Foundation) และ Infocomm Media Development Authority (IMDA) มีเป้าหมายเพื่อยกระดับการดูแลความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุและป้องกันการหลอกลวงทางโทรศัพท์

จุดเด่นของ Meralion: AI ที่เข้าใจ “เสียง” และ “ใจ” ของผู้สูงวัย

Meralion ถูกออกแบบมาเพื่อดูแลความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุและป้องกันการหลอกลวงทางโทรศัพท์ โดยเฉพาะในบริบทของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งยังขาด AI ที่เข้าใจภาษาท้องถิ่นและวัฒนธรรมเฉพาะถิ่นอย่างแท้จริง โดยมีจุดเด่น ดังนี้

1. วิเคราะห์บทสนทนาและรายงานความเป็นอยู่

Meralion ถูกใช้งานโดยนักสังคมสงเคราะห์เพื่อโทรติดตามผู้สูงอายุ เช่น แจ้งเตือนให้รับประทานยา และสนทนาเพื่อประเมินสภาพจิตใจโดย AIสามารถวิเคราะห์โทนเสียง คำพูด และถ้อยคำที่อาจสะท้อนความเศร้า โกรธ หรือสับสน พร้อมจัดทำรายงานสรุปส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ดูแลต่อไป ซึ่งแม้ระบบจะมีความล้ำหน้า แต่ก็ยังคงทำงานควบคู่กับบุคลากรมนุษย์เพื่อความแม่นยำและปลอดภัย

2. รองรับภาษาท้องถิ่นกว่า 8 ภาษาในประโยคเดียว

Meralion ผ่านการฝึกจาก National Speech Corpus ของสิงคโปร์ ทำให้สามารถเข้าใจภาษาท้องถิ่นได้หลายภาษาในเวลาเดียวกัน เช่น อังกฤษ จีนกลาง มลายู เตลูกู ไทย และภาษาอังกฤษแบบสิงคโปร์ผสมกับคำท้องถิ่น (Singlish) ความสามารถนี้ ทำให้ Meralion สามารถเข้าถึงและตอบสนองผู้ใช้ในอาเซียนได้ครอบคลุมมากกว่า 450 ล้าน

3. ตรวจจับอารมณ์และส่งต่อกรณีฉุกเฉิน

นอกเหนือจากคำพูดMeralion ยังสามารถประเมินอารมณ์จากโทนเสียง ความดัง น้ำเสียง การหยุดเว้นระหว่างคำ และสัญญาณอารมณ์แฝง เพื่อให้คำแนะนำเบื้องต้น เช่น การพักผ่อน หรือการประคบน้ำแข็ง หากพบว่าเป็นกรณีเร่งด่วน ระบบจะส่งต่อไปยังเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลอย่างเป็นระบบต่อไป

พัฒนาอย่างต่อเนื่อง: Meralion กับอนาคตของ AI เพื่อสังคม

หลังเปิดตัวในรูปแบบโอเพ่นซอร์สในช่วงต้นปี 2567 Meralion ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งสตาร์ทอัพ ห้องปฏิบัติการวิจัย และแวดวงวิชาการ โดยมียอดดาวน์โหลดกว่า 90,000 ครั้งภายในเดือนธันวาคม 2567 สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการเทคโนโลยี AI ที่เข้าใจบริบทของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างแท้จริง

ปัจจุบัน IMDA และ A*Star กำลังเร่งพัฒนา Meralion เวอร์ชั่นใหม่ในรูปแบบ แชทบอต AI (Conversational AI) เพื่อให้สามารถโต้ตอบและให้บริการในวงกว้างยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในภาษาจีนที่มีสำเนียงหลากหลาย ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการฝึกฝนเพิ่มเติมเพื่อรองรับผู้ใช้งานที่พูดภาษาจีนภาคใต้หรือภาษาท้องถิ่นอื่น ๆ ที่มีอยู่ในสิงคโปร์และภูมิภาค

อีกหนึ่งความร่วมมือที่น่าจับตามองคือการประยุกต์ใช้ Meralion โดยบริษัท Axiom IT Solutions ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่งคงปลอดภัยทางไซเบอร์ในสิงคโปร์ ที่ได้นำ Meralion มาพัฒนา AI สำหรับการดูแลผู้สูงอายุควบคู่กับการคัดกรองสายหลอกลวง (Scam Call Filtering AI) ในระบบต้นแบบที่สาธิตในงานเทคโนโลยี โดยเมื่อตรวจพบสายเรียกเข้า AI จะรับสายแทนพร้อมประเมินความน่าเชื่อถือของบทสนทนา และตัดสินใจว่าจะปล่อยสายให้ถึงผู้ใช้หรือบล็อกทันที

ข้อมูลเพิ่มเติม: ภัยหลอกลวงออนไลน์และความเสี่ยงเร่งด่วนของผู้สูงอายุในสิงคโปร์

แม้สิงคโปร์จะได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศที่มีระบบดิจิทัลก้าวหน้าและมาตรการป้องกันที่เข้มแข็ง แต่ปัญหาการหลอกลวงทางการเงิน (scam) ยังคงเป็นภัยเงียบที่สร้างผลกระทบอย่างรุนแรง โดยเฉพาะต่อกลุ่มผู้สูงอายุ โดยเมื่อปี 2567 กลุ่มผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไป แม้จะคิดเป็นเพียงร้อยละ 8.4 ของผู้เสียหายจากคดีหลอกลวงทั้งหมด แต่กลับมีมูลค่าความเสียหายเฉลี่ยต่อรายอยู่ที่ประมาณ 38,190 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือกว่า 1.05 ล้านบาทไทย ซึ่งถือว่าสูงสุดเมื่อเทียบกับทุกช่วงอายุ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงระดับความเสี่ยงและช่องว่างทางการรับรู้ของผู้งวัยในการป้องกันภัยทางไซเบอร์

ทิศทางการใช้งานในอนาคต: โอกาสของผู้ประกอบการไทยในระบบนิเวศ AI ดูแลผู้สูงวัย

แม้เทคโนโลยีจะพร้อมใช้งานในระดับหนึ่งแล้ว แต่รูปแบบการประยุกต์ใช้จริงยังอยู่ระหว่างการพัฒนาโดยทิศทางที่เป็นไปได้ ได้แก่ การผนวกเข้ากับบริการเสริมของบริษัทโทรคมนาคม การพัฒนาเป็นแอปพลิเคชันสำหรับครอบครัวที่ต้องการปกป้องผู้สูงวัย ไปจนถึงการใช้งานในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หรือ องค์กรด้านสวัสดิการสังคม ทั้งนี้ เป็นที่ชัดเจนว่าการพัฒนา AI เช่น Meralion ไม่ได้จำกัดอยู่ในมิติของประสิทธิภาพทางธุรกิจเท่านั้น แต่ยังสะท้อนแนวคิด “AI for Good” หรือการใช้เทคโนโลยีเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างแท้จริง

สำหรับประเทศไทยซึ่งกำลังก้าวสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบเช่นกัน ระบบนิเวศของเทคโนโลยีเพื่อผู้สูงอายุจึงถือเป็นพื้นที่ใหม่ที่เต็มไปด้วยโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะในมิติของเทคโนโลยี นวัตกรรมบริการ และการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของสังคมไทยอย่างแท้จริง

ตัวอย่างหนึ่งที่เป็นไปได้คือ การพัฒนาแชทบอท (Chatbot) หรือระบบวิเคราะห์เสียงที่เข้าใจภาษาไทยในหลากหลายสำเนียง สามารถโต้ตอบกับผู้สูงอายุด้วยภาษาที่คุ้นเคยและเป็นมิตร นอกจากนี้ ธุรกิจด้านสุขภาพยังสามารถเชื่อมต่อ AI เข้ากับบริการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน (Home-based Care) โดยออกแบบให้ใช้งานได้ง่ายสำหรับครอบครัวทั่วไป เช่น บริการดูแลรายวันหรือแจ้งเตือนการรับประทานยาแบบเรียลไทม์

ในอีกด้านหนึ่ง ธุรกิจโทรคมนาคมและเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) ก็มีบทบาทสำคัญ โดยสามารถนำ AI ไปฝังในอุปกรณ์อัจฉริยะ เช่น สายรัดข้อมืออัจฉริยะที่สามารถติดตามสัญญาณชีพวิเคราะห์อารมณ์ หรือแจ้งเตือนเมื่อพบพฤติกรรมที่อาจเสี่ยงต่ออันตราย เช่น การล้ม หรือการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิร่างกายอย่างรวดเร็ว

แนวทางเหล่านี้ไม่เพียงช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตขงผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาวอย่างยั่งยืน


ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์


แหล่งข้อมูลอ้างอิง