
DITP: ผู้ค้าปลีกในสิงคโปร์เพิ่มการจำหน่ายเนื้อสัตว์เลี้ยงแบบปล่อยอิสระ ตอบรับกระแสรักสุขภาพ
ผู้ค้าปลีกหลายรายรวมถึงเครือซูเปอร์มาร์เก็ตบางแห่งในสิงคโปร์ ระบุว่า ชาวสิงคโปร์หันมาซื้อเนื้อสัตว์ออร์แกนิกและเนื้อสัตว์เลี้ยงแบบปล่อยอิสระ (Free-Range Meat) มากขึ้น โดยทั่วไปเนื้อสัตว์เลี้ยงแบบปล่อยอิสระหมายถึงเนื้อที่มาจากสัตว์ซึ่งไม่ได้ถูกกักขังอยู่ในคอกตลอดเวลา แต่มีอิสระในการเคลื่อนไหวและเข้าถึงพื้นที่กลางแจ้งได้
นาย Joe Stevens ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียม Little Farms กล่าวว่า ฐานลูกค้าของบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา จากเดิมที่ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติและชาวสิงคโปร์ที่เคยอาศัยอยู่ต่างประเทศ มาเป็นชาวสิงคโปร์ในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ ปัจจุบัน ลูกค้าร้อยละ 75ของ Little Farms เป็นชาวสิงคโปร์ เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 60 ในปี 2566 โดยมองว่า การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงแนวโน้มที่กว้างขึ้นในสิงคโปร์ โดยผู้บริโภคมีความรู้ด้านโภชนาการมากขึ้น และให้ความสำคัญกับแหล่งที่มา ความโปร่งใส และความสดใหม่ของอาหารมากขึ้น
เช่นเดียวกันร้านขายของชำออนไลน์ The Meat Club ระบุว่า ตอนเริ่มกิจการในปี 2558 ลูกค้าส่วนใหญ่ประมาณ ร้อยละ 85 เป็นชาวต่างชาติ แต่ปัจจุบันลูกค้าประมาณครึ่งหนึ่งเป็นชาวสิงคโปร์
คู่สามีภรรยาสิงคโปร์ตัดสินใจเปิดแผงขายเนื้อ Wholesome Meat เพื่อจำหน่ายเนื้อวัวแบล็กแองกัสเลี้ยงด้วยหญ้าจากออสเตรเลียให้กับผู้บริโภคในราคาที่แข่งขันได้ โดยกล่าวว่า แม้ว่าผู้สูงอายุชาวสิงคโปร์บางคนอาจยังไม่คุ้นเคยกับแนวคิดวัวเลี้ยงด้วยหญ้า แต่ผู้บริโภครุ่นใหม่กลับตระหนักดี โดยผู้บริโภคบางรายขอหลักฐานยืนยันว่าเนื้อวัวที่จำหน่ายมาจากวัวเลี้ยงด้วยหญ้าจริง หรือครอบครัวที่มีเด็กเล็กมักซื้อสินค้าทางร้าน เพราะต้องการแหล่งโปรตีนคุณภาพดีให้ลูกที่กำลังเติบโต ในขณะที่ร้านขายของชำพรีเมียมขยายกิจการและซูเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ เพิ่มทางเลือกเนื้อสัตว์เลี้ยงแบบปล่อยอิสระและสินค้าออร์แกนิก
ในสิงคโปร์ ผู้บริโภคจึงมีตัวเลือกหลากหลายมากขึ้น ตั้งแต่ปี2563 ซูเปอร์มาร์เก็ต Little Farms ได้ขยายจำนวนร้านค้าปลีกเป็นสองเท่า จาก 4 แห่ง เป็น 8 แห่ง พร้อมเปิดร้านค้าออนไลน์ 2 แห่ง ได้แก่ littlefarms.com และ Little Farms บน Amazon.sg
ร้าน The Meat Club ก็เพิ่มจำนวนสินค้าเป็นสองเท่า จากเดิมประมาณ 70–80 รายการ ก่อนปี 2563 เป็นประมาณ 160 รายการในปัจจุบัน
เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2568 ร้านค้าของชำสหรัฐฯ Whole Foods Market เปิดตัวสินค้าออร์แกนิกและสินค้าที่มาจากแหล่งที่รับผิดชอบอย่างหลากหลายสู่ตลาดเอเชียภายใต้แบรนด์ของตัวเองเกือบ 300 รายการ ในร้าน Little Farms รวมถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ Amazon.sg และ Amazon Fresh โดยก่อนหน้านี้ สินค้าเหล่านี้จำหน่ายเฉพาะในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และอังกฤษ ขณะเดียวกัน เครือซูเปอร์มาร์เก็ตต่าง ๆ ก็เพิ่มการจำหน่ายเนื้อสัตว์เลี้ยงแบบปล่อยอิสระ
ตัวแทนของซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ในสิงคโปร์ FairPrice Group กล่าวว่า สังเกตเห็นความต้องการเนื้อสัตว์เลี้ยงแบบปล่อยอิสระจากลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการเติบโตสูงสุดอยู่ที่เนื้อหมูเลี้ยงแบบปล่อยอิสระ โดยปัจจุบัน FairPrice Group มีสินค้าประเภทเนื้อสัตว์เลี้ยงแบบปล่อยอิสระมากกว่า 40 รายการ รวมถึงไข่ หมู และไก่ จำหน่ายทั้งในร้านและออนไลน์ นอกจากนี้ หลังจากการเข้าซื้อกิจการซูเปอร์มาร์เก็ต Cold Storage และ Giant โดยบริษัท Macrovalue ของมาเลเซียก็คาดว่า จะมีสินค้าพรีเมียมหลากหลายยิ่งขึ้นใน Cold Storage เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม สุขภาพไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่กระตุ้นให้ผู้บริโภคซื้อเนื้อสัตว์ออร์แกนิกและเนื้อสัตว์เลี้ยงแบบปล่อยอิสระ
ผู้บริโภคบางกลุ่มมองว่า เนื้อสัตว์เลี้ยงแบบปล่อยอิสระเพราะรสชาติดีกว่าและสวัสดิภาพสัตว์ดีกว่า
นาย Brad Ross ซีอีโอของ The Meat Club กล่าวว่า ในนิวซีแลนด์ แกะและวัวส่วนใหญ่เลี้ยงแบบปล่อยอิสระและกินหญ้าในออสเตรเลีย วัวแม้เลี้ยงด้วยอาหารเมล็ดพืชก็ใช้เวลาร้อยละ 85–90 ของชีวิตอยู่บนทุ่งหญ้า ซึ่งแตกต่างจากระบบการเลี้ยงในหลายประเทศอื่นอย่างชัดเจน แหล่งที่มานี้สะท้อนให้เห็นทั้งรสชาติ คุณค่าทางโภชนาการ
และความน่าเชื่อถือ ซึ่งตรงกับสิ่งที่ครอบครัวชาวสิงคโปร์ต้องการ
แม้ว่าอุตสาหกรรมนี้จะเติบโตขึ้น แต่ Dr Swaroopa Lahiri อาจารย์ด้านการศึกษาโลกที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) ผู้มีงานวิจัยเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเกษตรกล่าวว่า ตลาดเนื้อสัตว์เลี้ยงแบบปล่อยอิสระ “น่าจะยังคงเป็นสินค้าพรีเมียม เว้นแต่ราคาจะลดลงอย่างมาก” ผู้บริโภคที่ใส่ใจราคาอาจเลือกซื้อเนื้อสัตว์จากตลาดสดหรือซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปในราคาลดพิเศษ
ความคิดเห็นของสคต. และข้อเสนอแนะ
ตลาดเนื้อสัตว์ออร์แกนิกและเนื้อสัตว์เลี้ยงแบบปล่อยอิสระในสิงคโปร์กำลังเติบโตอย่างชัดเจนโดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ รสชาติ และความโปร่งใสของแหล่งที่มาของอาหารซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านขายของชำพรีเมียมต่างขยายสินค้าในกลุ่มนี้มากขึ้น ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าหลากหลายและคุณภาพสูง
ได้ง่ายขึ้น
เนื่องจากไทยมีผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกและเนื้อสัตว์เลี้ยงแบบปล่อยอิสระ อีกทั้งยังเป็นผู้ส่งออกเนื้อไก่สด แช่แข็ง
และไข่ไก่มายังสิงคโปร์อยู่แล้ว จึงมีโอกาสขยายส่วนแบ่งตลาดได้มากขึ้น ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคชาวสิงคโปร์ทั้งในร้านค้าปลีกพรีเมียมและช่องทางออนไลน์
โดยเน้นคุณภาพ ความปลอดภัย และความโปร่งใสของแหล่งที่มา ในขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการไทยควรรักษาและยกระดับมาตรฐานการผลิตให้เป็นไปตามกฎระเบียบของสิงคโปร์อย่างเคร่งครัดเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดสิงคโปร์อย่างมีประสิทธิภาพ
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงสิงคโปร์
แหล่งข้อมูล: