ทิศทางและยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม MICEจากเวที Thailand MICE Roadshow in Singapore 2026

เมื่อวันที่ 25 – 26 มีนาคม 2569 สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. (Thailand Convention and Exhibition Bureau: TCEB) และพันธมิตร ได้แก่ สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) (TICA) สมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) (TEA) ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท สิงคโปร์ (Grand Hyatt Singapore) โดยได้นำผู้ประกอบการด้านการจัดประชุมและนิทรรศการหรือ “อุตสาหกรรมไมซ์” (Meetings, Incentives, Conferences, and Exhibitions) ชั้นนำของไทยจำนวน 62 ราย เข้าร่วมแสดงศักยภาพ เพื่อดึงดูดนักลงทุนและผู้จัดงานสิงคโปร์

ในโอกาสดังกล่าว นางชลธี จันทร์รัชชกูล อุปทูตฯ สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ ได้กล่าวต้อนรับและชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยกำลังมุ่งสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านอุตสาหกรรมไมซ์ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและมีมูลค่าสูง (High-value, innovation-driven MICE destination) สิงคโปร์ยังคงเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่สำคัญยิ่ง โดยในปี 2568 ถือเป็นนักลงทุนต่างชาติอันดับหนึ่งของไทย ด้วยมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน (FDI) สูงกว่า 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์สิงคโปร์

ผู้บรรยายหญิงยืนพูดบนเวทีในงานสัมมนาที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมากนั่งฟังด้านล่าง

นอกจากนี้ ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการ สสปน. ได้เสนอว่า ความสำเร็จของการจัดงานไม่สามารถวัดได้จากจำนวนผู้เข้าร่วมงานเพียงอย่างเดียว แต่มุ่งเน้นไปที่ผลกระทบด้านประสบการณ์ (Impact on experiences) และผลลัพธ์ที่มีความหมาย (Meaningful outcomes) โดยไทยยังได้เตรียมเปิดตัวแผนแม่บท MICE Masterplan 2026 – 2027 ที่มุ่งเน้นด้านนวัตกรรมและความยั่งยืน (Innovation and Sustainability) เพื่อรองรับงานระดับโลกที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพ อาทิ งาน Gastech และการประชุมประจำปี IMF-World Bank (IMF-World Bank Annual Meetings)

ออกแบบงานอีเวนต์ธุรกิจยุคใหม่

ในการเสวนาหัวข้อ “Designing the Next Generation of Business Events: What Clients Expect in 2026” ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมการจัดงานประชุมระดับภูมิภาค ได้แก่ Ms. Florence Chua (Managing Director, PCMA APAC) Ms. Anna Patterson (Founder and Chief Amazement Officer, Sight Agency) และ Mr. El Kwang (Founder and Chief Engager, BEAMexperience) ได้ข้อสรุปที่สำคัญ ดังนี้

  1. การให้ความสำคัญกับคุณภาพข้อมูล ลูกค้าองค์กรในปัจจุบันให้ความสำคัญกับคุณภาพของข้อมูล (Data quality) เพื่อใช้ประเมินผลสัมฤทธิ์ของการจัดงาน แทนที่การประเมินผลตอบแทนจากการลงทุน (Return on Investment) แบบดั้งเดิม
  2. การผสานเทคโนโลยีเข้ากับประสบการณ์ การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย (Shiny technologies)
    มาประยุกต์ใช้จะต้องผสานเข้ากับการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ (Shiny experiences) อย่างกลมกลืน
  3. การยกระดับสู่พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้จัดงานจำเป็นต้องยกระดับตนเองเป็นพันธมิตรที่ไว้วางใจได้ (Trusted partner) เพื่อรองรับพฤติกรรมและความคาดหวังของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป
  4. มาตรฐานความยั่งยืนคือสิ่งที่ต้องมี (A Must) ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมมีความจำเป็นต้องเร่งปรับตัว โดยเฉพาะการปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความยั่งยืน (Sustainability Compliance) ซึ่งปัจจุบันการได้รับใบรับรองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ได้ถูกยกระดับจากเพียงทางเลือกมาเป็นสิ่งที่ต้องมี (A must) ในการดำเนินธุรกิจระดับสากล
  5. การส่งมอบประสบการณ์ท้องถิ่นคุณภาพสูง ลูกค้าต้องการการส่งมอบประสบการณ์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างแท้จริง (Authentic local experiences) โดยสิ่งสำคัญคือจะต้องคงไว้ซึ่งคุณภาพและมาตรฐานการจัดงานระดับสูง

บทสรุป

จากการจัดงาน Thailand MICE Roadshow 2026 สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางที่ชัดเจนของอุตสาหกรรมไมซ์ไทยในการก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและมีมูลค่าสูง ทั้งนี้ เพื่อให้ก้าวทันความคาดหวังของตลาดยุคใหม่ ผู้ประกอบการไทยจึงต้องเร่งยกระดับขีดความสามารถของตนเอง มุ่งเน้นการเป็นพันธมิตรที่ไว้วางใจได้ พร้อมส่งมอบประสบการณ์ท้องถิ่นคุณภาพสูง และที่สำคัญที่สุดคือการปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความยั่งยืน (Sustainability Compliance) อย่างเคร่งครัด ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ และยกระดับความพร้อมของไทยในการรองรับการจัดงานระดับโลกต่อไปอย่างยั่งยืน


ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์


แหล่งอ้างอิง:

  • Cover Image: Freepik