
อนาคตธุรกิจและแรงงานในยุค AI สรุปประเด็นสำคัญจาก ATxEnterprise 2026
ระหว่างวันที่ 20 – 22 พฤษภาคม 2569 สำนักสารสนเทศ การสื่อสารและการพัฒนาสื่อ (Infocomm Media Development Authority – IMDA) ได้เป็นเจ้าภาพร่วมจัดงาน Asia Tech x Singapore 2026 (ATxEnterprise) งานแสดงเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมระดับภูมิภาค โดยภายในงานมีการเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายอุตสาหกรรม
ประเด็นที่ได้รับความสนใจสูงสุดคือบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเปลี่ยนจากเครื่องมือช่วยทำงานไปสู่เทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐาน บทความฉบับนี้ได้รวบรวมสาระสำคัญจากการสัมมนา เพื่อให้ผู้อ่านเตรียมพร้อมรับมือกับวิวัฒนาการของตลาดแรงงาน เมื่อ AI เข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบการทำงานเดิม
1. การเปลี่ยนผ่านการรับรู้: จากมนุษย์สู่ปัญญาประดิษฐ์
ในการเสวนาหัวข้อ The Human Edge in an AI World ศาสตราจารย์ Rocky Scopelliti (นักวิชาการด้าน Futurologist) ชี้ว่า “ความจริง” ของมนุษย์มักถูกสร้างขึ้นจากการตีความผ่านประสบการณ์และอคติส่วนบุคคล ขณะที่ AI ได้วิวัฒนาการข้ามขีดจำกัดทางประสาทสัมผัสของมนุษย์ไปสู่ “การรับรู้ประดิษฐ์” (Artificial Perception) ซึ่งสามารถวิเคราะห์ความน่าจะเป็นจากข้อมูลมหาศาล และสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ได้อย่างแม่นยำ
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางศักยภาพที่เหนือกว่าของเทคโนโลยี สิ่งที่ยังคงเป็นข้อได้เปรียบของมนุษย์ (The Human Edge) ที่เครื่องจักรไม่อาจทดแทนได้ คือการใช้วิจารณญาณประเมินผลกระทบในมิติด้านคุณธรรม จริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งเป็นเข็มทิศสำคัญสำหรับผู้นำองค์กรในการกำกับดูแลเทคโนโลยี
2. ความท้าทายใหม่ของตลาดแรงงาน
ในการเสวนาหัวข้อ AI Readiness at Scale เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม 2569 ซึ่งมีนาย Ashik Ashokan จาก Cannes Lions เป็นผู้ดำเนินการอภิปราย พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ศาสตราจารย์ Rocky Scopelliti นาย Raymond Chan (Genue.AI) นาย Alok Prakash (Singapore MIT Alliance for Research and Technology) และ ดร. Asad Abu Bakar Ali (Merck Sharp & Dohme) ได้ร่วมวิเคราะห์ถึงผลกระทบของ AI ต่อโครงสร้างการจ้างงาน โดยสรุปประเด็นสำคัญ ดังนี้
(1) ผลกระทบต่อตำแหน่งงานระดับเริ่มต้นและทักษะขั้นสูง การนำ AI เข้ามาใช้ในสถานที่ทำงานส่งผลให้เกิดการแทนที่ในตำแหน่งงานระดับเริ่มต้น (Entry-level roles) การเปลี่ยนแปลงนี้สร้างความท้าทายอย่างมากต่อบัณฑิตจบใหม่ที่ต้องเผชิญกับช่องว่างทางทักษะ (Skills gap)
ขณะเดียวกัน AI กลับเข้ามาช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้กับผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะขั้นสูง (High-skill professionals) อย่างไรก็ตาม ดร. Asad ได้ยกตัวอย่างจากอุตสาหกรรมยาว่า การนำ AI มาใช้คิดค้นยาใหม่แม้จะเพิ่มประสิทธิภาพอย่างมาก แต่ก็สร้างความกังวลเรื่องการแย่งงานผู้เชี่ยวชาญทักษะสูงได้เช่นกัน
(2) ความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลและความรับผิดชอบ ปัญหาความถูกต้องของข้อมูลยังคงเป็นข้อจำกัดสำคัญ แม้ AIจะสามารถประมวลผลข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว แต่ยังมีโอกาสสร้างข้อมูลที่คลาดเคลื่อนหรือไม่ตรงกับข้อเท็จจริงได้อยู่เสมอ ด้วยเหตุนี้ องค์กรจำนวนมากจึงยังจำเป็นต้องพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้เฉพาะด้านในการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนนำไปใช้งานจริง
(3) ช่องว่างของระบบการศึกษากับความต้องการจริง ระบบการศึกษาปรับตัวไม่ทันความเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีพัฒนาอย่างรวดเร็ว และการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาในหลายประเทศมีแนวโน้มจะใช้เวลานาน ส่งผลให้ผู้สำเร็จการศึกษาจำนวนไม่น้อยมีทักษะที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ช่องว่างดังกล่าวกำลังกลายเป็นความท้าทายสำคัญของทั้งภาคการศึกษา ภาคธุรกิจและภาครัฐ
3. ทิศทางการปรับตัวของบุคลากรและองค์กรธุรกิจในยุค AI
ผู้ร่วมเสวนาได้เสนอแนวทางสำคัญสำหรับการเตรียมความพร้อมในยุค AI ดังนี้
(1) วิวัฒนาการของทักษะการทำงาน ศาสตราจารย์ Rocky Scopelliti ชี้ให้เห็นว่าจากประวัติศาสตร์
ที่ผ่านมา การหยุดชะงักทางเทคโนโลยีมักนำไปสู่การปรับตัวของตลาดแรงงานเสมอ ซึ่งความก้าวหน้าของ AI
ในปัจจุบันก็ต้องการการเปลี่ยนแปลงในลักษณะเดียวกัน สถาบันการศึกษาและองค์กรจำเป็นต้องเตรียม
ความพร้อมให้บุคลากรสำหรับบทบาทที่ต้องใช้ทักษะการรับรู้และการตัดสินใจขั้นสูง โดยมุ่งเน้นไปที่การคิด
เชิงวิพากษ์ การทำงานร่วมกัน และการแก้ปัญหา
(2) การปรับตัวและการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้ตลอดชีวิตและการปรับตัวเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งยวดสำหรับคนทำงานทุกช่วงวัย นาย Raymond Chan ตั้งข้อสังเกตว่ากลุ่มคนทำงานอาวุโสมักมีแรงต้านในการนำเครื่องมือ AI มาใช้ องค์กรจึงจำเป็นต้องให้การสนับสนุนเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจด้าน AI (AI literacy) และคนทำงานจำเป็นต้องยอมละทิ้งกระบวนทัศน์และแนวปฏิบัติเก่าๆ (Unlearn) เพื่อเปิดรับเครื่องมือใหม่ๆ
(3) สภาพแวดล้อมการทำงานแห่งอนาคต ในอนาคต การประเมินคุณค่าของพนักงานจะไม่ได้วัดจาก
จำนวนชั่วโมงทำงานเพียงอย่างเดียว แต่จะให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถ
ในการแก้ปัญหามากขึ้น องค์กรที่สามารถเปิดพื้นที่ให้บุคลากรได้คิด ทดลอง และสร้างสรรค์แนวทางใหม่ ๆ
จะมีโอกาสปรับตัวได้ดีกว่าในยุคแห่งความเปลี่ยนแปลง
บทสรุป
งานเสวนานี้ชี้ให้เห็นว่า ตลาดแรงงานกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ โดย AI ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานในปัจจุบันแล้ว ความสำเร็จนับจากนี้จึงไม่ได้อยู่ที่การหลีกหนีหรือแข่งกับเทคโนโลยี แต่อยู่ที่การปรับตัวและกล้าเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเดิม ๆ ทั้งองค์กรและคนทำงานต้องเรียนรู้ที่จะใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยแก้ปัญหา ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะที่ AI ยังทำแทนไม่ได้ เช่น การคิดวิเคราะห์ การตรวจสอบข้อเท็จจริง และความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ (Ownership) ซึ่งทักษะเฉพาะของมนุษย์เหล่านี้จะยังคงเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาองค์กรและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนต่อไป
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์