หลังจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สนามบินชางงี สิงคโปร์ยังเดินหน้าเพื่อคงความเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค โดยมีความพยายามที่จะเพิ่มจำนวนผู้โดยสารที่เดินทางผ่านสนามบินให้อยู่ในระดับเดียวกับก่อนการระบาด ในปี 2566 สนามบินชางงีมีจำนวนผู้โดยสารทั้งหมดคิดเป็นร้อยละ 91 ของปี 2562

สถิติจำนวนผู้โดยสารไตรมาสที่ 1 ปี 2567

ในไตรมาสที่ 1 ของปี  2567 ผู้โดยสารที่เดินทางผ่านสนามบินชางงีมีจำนวน 16.5 ล้านราย ซึ่งมากกว่าจำนวนผู้โดยสารในไตรมาสที่ 1 ของปี  2562 หรือช่วงก่อนโควิด-19 แสดงถึงสัญญาณที่ดีที่จะส่งผลต่อจำนวนเฉลี่ยตลอดทั้งปี

ข้อมูลของ Changi Airport Group (CAG) ระบุว่า จำนวนผู้โดยสารที่เดินทางผ่านสนามบินชางงีกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้คนเดินทางมากขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากคอนเสิร์ตของศิลปินระดับโลก เช่น Coldplay และ Taylor Swift รวมถึงการยกเว้นวีซ่าให้นักท่องเที่ยวจีนในช่วงไตรมาสที่ 1 อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก Sobie Aviation คาดการณ์ว่าในปี 2567 สนามบินชางงีจะรองรับผู้โดยสารราว 65 ล้านราย ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 95 ของจำนวนผู้โดยสารในปี 2562 ซึ่งอยู่ที่ 68.3 ล้านราย เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนและญี่ปุ่นซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักของสิงคโปร์มีแนวโน้มลดลง และสายการบิน Jetstar ยังไม่กลับมาทำการบินเท่าช่วงก่อนโควิด โดยฟื้นตัวเพียงร้อยละ 50 จากความสามารถเดิมในปี 2562 หากสายการบิน Jetstar กลับมาทำการบินได้เท่าเดิม จำนวนผู้โดยสารของปี 2567 น่าจะสามารถเพิ่มเป็นร้อยละ 98 ของปี 2562 นอกจากนี้ อุปสรรคในขณะนี้ยังคงเป็นปัญหาด้านกฎระเบียบที่ทำให้ไม่สามารถมีผู้โดยสารเต็มเที่ยวบินในเส้นทางสิงคโปร์-จาการ์ตา และค่าเงินดอลลาร์สิงคโปร์ที่แข็งตัวซึ่งส่งผลเสียต่อการท่องเที่ยวของสิงคโปร์ โดย Singapore Tourism Board คาดว่า ในปี 2567 จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามายังสิงคโปร์ประมาณ 15-16 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 79-84 ของปี 2562

กลยุทธ์ของสนามบินชางงีเพื่อเพิ่มจำนวนผู้โดยสาร

CAG วางแผนที่จะร่วมมือกับสนามบินชางงีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารในเส้นทางที่ได้รับความนิยมสูง โดยการเพิ่มเที่ยวบินหรือใช้เครื่องบินขนาดใหญ่ขึ้น อีกทั้งมองหาเส้นทางบินตรงเพิ่มเติมในอินเดีย เช่น ชัยปุระ ลัคเนา นอกจากนี้ ยังพิจารณาเพิ่มเส้นทางบินตรงระหว่างสิงคโปร์กับเมืองหลวงของมณฑลต่าง ๆ ในจีน เช่น กุ้ยหยาง (เมืองหลวงของมณฑลกุ้ยโจว) และฮาร์บิน (เมืองหลวงของมณฑลเหยหลงเจียง) นอกจากนี้ อาจพิจารณานักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่จากเอเชียกลางและตะวันออกกลาง โดยในระยะยาวสิงคโปร์จะได้ประโยชน์จากความต้องการเดินทางไปยังประเทศใกล้เคียงในภูมิภาคที่เพิ่มขึ้นและสามารถลดการพึ่งพาเส้นทางข้ามทวีปที่มีการแข่งขันสูง

การสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 5 (Terminal 5)

นาย Chee Hong Tat  รัฐมนตรีคมนาคมสิงคโปร์ ได้เปิดเผยว่า CAG ได้จัดการประกวดราคาก่อสร้างส่วนหลักของอาคารผู้โดยสาร 5 สนามบินชางงี ซึ่งจะเริ่มก่อสร้างปี 2568 การประกวดราคาครอบคลุมการก่อสร้างโครงสร้างย่อยของอาคาร ซึ่งจะประกอบด้วยงานฐานรากและชั้นใต้ดินสำหรับอาคารผู้โดยสารแห่งใหม่ ทางเชื่อมใต้ดินความยาว 2.5 กิโลเมตร ที่เชื่อมระหว่างอาคารผู้โดยสาร 2 กับอาคารผู้โดยสาร 5 หรือที่เรียกว่า T2 Connection (T2C) ซึ่งจะช่วยให้การเชื่อมต่อระหว่างอาคารผู้โดยสาร 5 และอาคารผู้โดยสารอื่น ๆ เป็นไปอย่างราบรื่น อาคารผู้โดยสารแห่งใหม่นี้จะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงานมากขึ้น โดยจะใช้ยานพาหนะอัตโนมัติและหุ่นยนต์เพื่อการขนส่งสินค้าและการจัดการสัมภาระ

CAG วางแผนจะเปิดใช้งานอาคารผู้โดยสาร 5 ในช่วงกลางปี 2573 โดยจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้มากกว่า 50 ล้านรายต่อปี ซึ่งมากกว่าจำนวนผู้โดยสารที่อาคารผู้โดยสาร 1 และ 3 รองรับได้รวมกัน อาคารผู้โดยสาร 5 จะตั้งอยู่ที่ Changi East Development โดยมีขนาด 3 เท่าของ Marina Bay และยังมี Changi East Urban District ซึ่งเป็นศูนย์กลางธุรกิจและไลฟ์สไตล์

ข้อมูลเพิ่มเติม

ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2567 ปริมาณการขนส่งสินค้าทางอากาศของสิงคโปร์อยู่ที่ 475,000 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 จากไตรมาสที่ 1 ของปี 2566 ซึ่งมาจากการขนถ่ายสินค้าที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าทางอากาศกับจีน

ปัญหาการขาดแคลนแรงงานนับเป็นความท้าทายหลัก ๆ ของสนามบินชางงีทั้งในระยะกลางและระยะยาว การวางแผนเปิดอาคารผู้โดยสารแห่งใหม่และการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย น่าจะช่วยตอบโจทย์การขาดแคลนแรงงานและการเป็นสังคมผู้สูงอายุของสิงคโปร์ อย่างไรก็ดี พนักงานสนามบินจำเป็นต้องมีทักษะที่สูงขึ้นและต้องเรียนรู้งานใหม่ ๆ โดยจะมีการออกแบบหรือกำหนดหน้าที่ใหม่สำหรับพนักงาน นอกจากนี้ สนามบินชางงีมีแผนที่จะเปิดตัวระบบการเดินทางแบบไร้เอกสาร (document-free travel) ภายในสิ้นปี 2567 ซึ่งการใช้ข้อมูลอัตลักษณ์ที่เก็บโดยระบบไบโอเมทริกซ์ที่ผ่านมาจะทำให้ผู้โดยสารที่เดินทางผ่านสนามบินชางงีไม่จำเป็นต้องแสดงหนังสือเดินทางของตนที่จุดตรวจ ทำให้การเดินทางสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น


ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์


ข้อมูลอ้างอิง