เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2567 นาย Gan Kim Yong รัฐมนตรีกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์ และเอกอัครราชทูต Katherine Tai ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เป็นประธานร่วมในการประชุมคณะกรรมการร่วมข้อตกลงการค้าเสรีสหรัฐฯ – สิงคโปร์ (United States-Singapore Free Trade Agreement – USSFTA) ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

ความสำคัญของ USSFTA

USSFTA มีผลใช้บังคับเมื่อปี 2547 โดยเป็นหนึ่งใน FTA แรก ๆ ที่สิงคโปร์ลงนามกับประเทศคู่ค้าสำคัญของสิงคโปร์ และถือเป็น FTA แรกของสหรัฐฯ กับประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และยังคงเป็น FTA เดียวของสหรัฐฯ ที่ทำกับประเทศในภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้ USSFTA เป็นความตกลงที่ครอบคลุมและมีมาตรฐานสูง โดยช่วยขจัดอุปสรรคในการค้าสิงค้าและบริการ รวมถึงอุปสรรคในการลงทุน ซึ่งถือเป็นต้นแบบสำหรับการทำ FTA ระหว่างสิงคโปร์กับประเทศอื่น ๆ ในเวลาต่อมา โดยหลังมีผลใช้บังคับการค้าระหว่างสองประเทศในปี 2565 มีมูลค่า 120,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 3 เท่าจาก 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2546 (ก่อนการใช้ USSFTA) และข้อมูลของ US Chamber of Commerce ระบุมูลค่า two-way goods trade ของปี 2566 มีจำนวน 82,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งมากกว่า 3 เท่าของมูลค่าการค้าในช่วงที่เพิ่งลงนามความตกลง

โดยที่ปี 2567 เป็นวาระครบรอบ 20 ปีของ USSFTA ทั้งสองฝ่ายได้ยืนยันถึงความสำคัญทางยุทธศาสตร์และการค้าของ USSFTA ในฐานะข้อตกลงที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นประโยชน์ร่วมกัน  เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ประกอบการจากทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดย่อม ขนาดเล็ก และขนาดกลาง (MSMEs) จะสามารถใช้ประโยชน์จาก USSFTA ได้ และเห็นพ้องที่จะเดินหน้าต่อไปในด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและการอำนวยความสะดวกทางการค้า

นาย Gan Kim Yong กล่าวว่าสิงคโปร์มีความยินดีกับวาระครบรอบ 20 ปีของ USSFTA ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างสิงคโปร์กับสหรัฐฯ การประชุมนี้ยังสะท้อนถึงความสนใจร่วมกันของทั้งสองประเทศที่จะพัฒนาความร่วมมือทวิภาคีที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน โดยเฉพาะการอำนวยความสะดวกทางการค้าผ่านเครื่องมือดิจิทัล เพื่อประกันว่าธุรกิจสิงคโปร์โดยเฉพาะ MSMEs จะยังคงได้รับประโยชน์จาก USSFTA ต่อไป โดยสิงคโปร์ยังคงมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความร่วมมือกับสหรัฐฯ และแสวงหาวิธีการใหม่ ๆ เพื่อเปิดโอกาสสำหรับธุรกิจและประชาชนของสิงคโปร์

ข้อสังเกต

USSFTA สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนาภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในระยะยาว โดยมุ่งขจัดอุปสรรคทางการค้าและการลงทุน บุกเบิกการค้าอิเล็กทรอนิกส์ สร้างมาตรฐานระดับสูงในด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงความร่วมมือด้านศุลกากร ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการค้าและการลงทุนระหว่าง สป. กับสหรัฐฯ ในระยะยาวต่อไป

ในปี 2565 สหรัฐฯ เป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับ 2 ของสิงคโปร์ และในภาพรวม การลงทุนของสหรัฐฯ ในสิงคโปร์มากกว่าที่ลงทุนในจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้รวมกัน ทำให้สิงคโปร์เป็นประเทศผู้รับการลงทุนจากสหรัฐฯ มากที่สุดในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก ขณะที่สิงคโปร์เป็นนักลงทุนจากเอเชียที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ในสหรัฐฯ ซึ่ง USSFTA เป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมการค้าระหว่างภาคธุรกิจของสิงคโปร์กับคู่ค้ารายใหญ่ในสหรัฐฯ

US Chamber of Commerce มองว่า USSFTA เป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ (ground-breaking achievement) เพราะไม่เพียงแต่จะช่วยขจัดอุปสรรคทางด้านภาษีเท่านั้น แต่ยังเปิดกว้างให้กับการค้าในภาคบริการที่หลากหลายมากขึ้น เป็นเครื่องมือในการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และเพิ่มโอกาสให้แก่การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ นอกจากนี้ FTA มิใช่เพียงพันธกรณีทางกฎหมายเท่านั้น แต่แสดงถึงความเป็นผู้นำทางด้านเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในภูมิภาค และความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ที่จะมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอย่างจริงจังในระยะยาว (long term and meaningful economic engagement) ซึ่งการเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจดังกล่าวของสหรัฐฯ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่หุ้นส่วนและพันธมิตรของสหรัฐฯ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้


ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์


ข้อมูลอ้างอิง