
รัฐบาลสิงคโปร์เผยแพร่รายงานการประเมินความเสี่ยงระดับชาติเกี่ยวกับการฟอกเงิน
เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2567 ธนาคารกลางสิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore – MAS) ได้เผยแพร่รายงานการประเมินความเสี่ยงระดับชาติเกี่ยวกับการฟอกเงิน (Money Laundering National Risk Assessment – ML NRA) ฉบับปี 2567
การปรับปรุงวิธีการประเมินความเสี่ยงเกี่ยวกับการฟอกเงิน
รายงาน ML NRNA ฉบับปี 2567 เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างต่อเนื่องของสิงคโปร์ในการรักษาความมีประสิทธิภาพของระบบต่อต้านการฟอกเงินที่ใช้อยู่ ท่ามกลางความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเป็นการปรับปรุงจากรายงานฉบับก่อนหน้าเมื่อปี 2557 โดยรวบรวมข้อมูลความเสี่ยงที่พบจากหน่วยงานกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมายของสิงคโปร์ และหน่วยข่าวกรองทางการเงิน สำนักงานรายงานธุรกรรมที่น่าสงสัย (Singapore’s Financial Intelligence Unit – the Suspicious Transaction Reporting Office – STRO) รวมถึงความคิดเห็นจากภาคเอกชนมาใช้ประกอบการยกระดับการประเมินความเสี่ยงในการฟอกเงิน เพื่อเป็นแนวทางให้สถาบันการเงินและธุรกิจที่มีความเสี่ยงต่อการฟอกเงินนำไปดำเนินการเพื่อลดความเสี่ยงให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง
จุดสังเกตความเสี่ยงต่อการฟอกเงินในรายงาน ML NRA ฉบับปรับปรุงปี 2567
ประเภทของการฟอกเงินที่พบบ่อยที่สุดในสิงคโปร์ ได้แก่ (1) เงินทุนผิดกฎหมายที่ไหลเข้าหรือผ่านสิงคโปร์ผ่านบัญชีธนาคาร (2) การใช้นิติบุคคลในทางที่ผิด เช่น การใช้บริษัทอื่นบังหน้าเพื่อโอนเงินผิดกฎหมาย และ (3) การใช้เงินผิดกฎหมายซื้อสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง เช่น อสังหาริมทรัพย์ อัญมณีและโลหะมีค่า
ภาคการธนาคารและสถาบันการบริหารความมั่งคั่ง ถูกประเมินว่ามีความเสี่ยงด้านการฟอกเงินสูงที่สุด และมีความเสี่ยงจะถูกอาชญากรใช้ประโยชน์ เนื่องจากธนาคารมีหน้าที่อำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมจำนวนมากในระบบการเงิน ทำให้มีโอกาสพบลูกค้าที่มีความเสี่ยงการฟอกเงินที่สูงกว่าภาคธุรกิจอื่น โดยบริการที่มีความเสี่ยงต่อการฟอกเงินสูงสุดคือการจัดการความมั่งคั่ง (wealth management)
ในกลุ่มธุรกิจและวิชาชีพที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน อาชีพที่ปรึกษาทางธุรกิจที่ให้บริการระดับองค์กร (corporate service providers – CSP) มีความเสี่ยงด้านการฟอกเงินที่สูงกว่าอาชีพอื่น เนื่องจากบทบาทของ CSP ในการให้บริการต้นน้ำ เช่น การจัดตั้งบริษัท จึงมีความเสี่ยงต่อการช่วยเหลืออาชญากรในการใช้นิติบุคคลในทางที่ผิด นอกจากนี้ ธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ บริษัททรัสต์ที่ได้รับใบอนุญาต คาสิโน และภาคธุรกิจอัญมณีและโลหะมีค่า เป็นต้น
ในภาคการเงิน ภาคส่วนที่มีความเสี่ยงสูงคือผู้ให้บริการ digital payment token (DPT) หรือผู้ให้บริการสินทรัพย์เสมือน (virtual assets service providers) รวมทั้งสถาบันการชำระเงินที่ให้บริการโอนเงินข้ามพรมแดน และผู้จัดการสินทรัพย์ภายนอก (external asset managers)
ข้อคิดเห็น
การฟอกเงินครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สิงคโปร์ เมื่อเดือนสิงหาคม 2566 ทำให้รัฐบาลสิงคโปร์หันมาทบทวนมาตรการตรวจจับความเสี่ยงต่อการฟอกเงินที่ใช้มา 10 ปี และตระหนักถึงความจำเป็นในการปรับปรุงแนวทางในการประเมินความเสี่ยงอย่างต่อเนื่องเพื่อให้แน่ใจว่ารัฐบาลจะก้าวทันอาชญากร และวางมาตรการที่เหมาะสมเพื่อบริหารจัดการกับความเสี่ยงในการฟอกเงิน ซึ่งช่วยให้สถาบันการเงินและธุรกิจที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจจับความเสี่ยงต่อการฟอกเงินได้มากขึ้น ตลอดจนช่วยให้สามารถยับยั้งกิจกรรมที่ผิดกฎหมายได้ทันท่วงที
ML NRA นำเสนอภาพรวมความเสี่ยงด้านการฟอกเงินที่สำคัญของสิงคโปร์ โดยคำนึงถึงตัวบ่งชี้เชิงคุณภาพและเชิงปริมาณที่ครอบคลุมเกี่ยวกับภัยคุกคาม จุดอ่อน และปัจจัยการควบคุม โดยภัยคุกคามด้านการฟอกเงินที่สำคัญของสิงคโปร์เกิดจากการกระทำผิดทางอาญาหลายประเภท เนื่องจากอาชญากรพยายามแสวงหาประโยชน์จากเสถียรภาพทางการเมืองและความเปิดกว้างทางเศรษฐกิจของสิงคโปร์ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานและบริการหลากหลายประเภทที่ภาคการเงินของสิงคโปร์มีความพร้อม โดยรายงานฯ เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความเสี่ยงเหล่านี้เพิ่มขึ้น ขณะที่การใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ก็ส่งผลให้มีการพัฒนารูปแบบและวิธีการฟอกเงินที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์
ข้อมูลอ้างอิง
- https://www.mas.gov.sg/-/media/mas-media-library/publications/monographs-or-information-paper/amld/2024/money-laundering-national-risk-assessment.pdf
- https://www.straitstimes.com/singapore/courts-crime/new-report-finds-non-financial-sectors-including-real-estate-at-higher-risk-of-money-laundering
- Featured Image Source: Shutterstock