เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2567 กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของสิงคโปร์ (Government of Singapore Investment Corporation – GIC) ได้ออกรายงานผลประกอบการประจำปีและทิศทางการลงทุนของ GIC สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

อัตราเงินเฟ้อและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ลดโอกาสในการลงทุนระยะกลาง

รายงานผลประกอบการของ GIC ในปีงบประมาณที่สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 ระบุว่า GIC มีอัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (real rate of return) ตลอด 20 ปีเฉลี่ยที่ร้อยละ 3.9 ต่อปีหลังคำนวณอัตราเงินเฟ้อ โดยผลตอบแทนปีล่าสุดอยู่ที่ร้อยละ 5.8 ซึ่งต่ำที่สุดในรอบ 4 ปี หากไม่คำนวณอัตราเงินเฟ้อ แสดงให้เห็นถึงผลกระทบของเงินเฟ้อต่อการลงทุน

รายงานของ GIC ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราผลตอบแทนจากการลงทุน ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อที่คงตัว ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น และเศรษฐกิจที่ยังคงซบเซาของจีน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์การลงทุนทั่วโลก และลดทอนโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนระยะกลาง

แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจมหภาคจะมีความยืดหยุ่น ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในระยะสั้น แต่แนวโน้มการลงทุนก็ยังคงมีความเสี่ยง หากอัตราเงินเฟ้อโลกคงอยู่ในระดับปัจจุบันหรือเพิ่มขึ้น ธนาคารกลางในหลายประเทศอาจต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไป และมีโอกาสที่จะเพิ่มอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงที่จะนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยและสร้างความเครียดให้กับครัวเรือนและธุรกิจที่ต้องดิ้นรนกับต้นทุนการกู้ยืมสูง

GIC ตั้งข้อสังเกตถึงความเสี่ยงที่เกิดจากตลาดอสังหาริมทรัพย์จีนซึ่งตกต่ำลงว่า อาจส่งผลให้เศรษฐกิจจีนชะลอตัวอย่างกะทันหัน นอกจากนี้ ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ความไม่สงบในตะวันออกกลาง อาจขัดขวางการเติบโตและเพิ่มอัตราเงินเฟ้อเนื่องจากการหยุดชะงักของอุปทานและการค้าน้ำมัน    

ทิศทางการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI)

GIC เห็นว่าการนำ AI มาใช้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยในช่วงปีที่ผ่านมา GIC ได้ลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI หลายแห่ง อาทิ การลงทุนในบริษัท Atlan ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพด้าน data และ AI ของสิงคโปร์ จำนวน 141 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ และการลงทุนจำนวน 671 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ในบริษัท Databricks ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพด้าน data intelligence ในสหรัฐฯ

Dr. Jeffrey Jaensubhakij ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ GIC ประเมินว่า ในขณะที่ AI มีโอกาสช่วยเพิ่มผลผลิต แต่ไม่ใช่ทุกประเทศและทุกบริษัทที่พร้อมจะใช้ประโยชน์จาก AI อย่างเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะการเตรียมการด้าน AI ระหว่างประเทศที่พัฒนาแล้วกับเศรษฐกิจเกิดใหม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ GIC จึงต้องประเมินและทำความเข้าใจแผนการใช้ AI ของแต่ละบริษัทอย่างมีประสิทธิภาพ โดยแผนการใช้ AI ของแต่ละประเทศและแต่ละบริษัทมีส่วนสำคัญอย่างมากในการตัดสินใจลงทุนของ GIC

ข้อมูลเพิ่มเติม

GIC เป็นหน่วยงานที่จัดการเงินทุนสำรองของ สป. โดยมุ่งเน้นการรักษาและเพิ่มเงินทุนสำรองต่างประเทศของสิงคโปร์ ในระยะยาว โดยกระจายความเสี่ยงเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ GIC มีการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขึ้น แม้วิกฤติด้านอสังหาริมทรัพย์ในจีนจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง แต่ GIC มองเห็นโอกาสในด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยและพาณิชย์ในเมืองใหญ่ ๆ ที่มีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาจำนวนมาก โดยในอนาคตคาดว่าสภาพแวดล้อมการลงทุนจะถูกกำหนดโดยการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่จะคงอยู่ในระยะยาว การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อัตราเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยที่สูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะสร้างความกดดันต่อรัฐบาล บริษัท และครัวเรือนที่มีหนี้สูง


ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์


ข้อมูลอ้างอิง