1. สิงคโปร์และเซี่ยงไฮ้เน้นย้ำความสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2567 นาย Edwin Tong รัฐมนตรีวัฒนธรรม ชุมชนและเยาวชนสิงคโปร์ เป็นประธานการประชุม Singapore-Shanghai Comprehensive Cooperation Council (SSCCC) ครั้งที่ 5 ร่วมกับนาย Gong Zheng นายกเทศมนตรีนครเซี่ยงไฮ้ โดยได้หารือถึงการเสริมสร้างความเชื่อมโยงด้านการค้าและการลงทุนระหว่างสิงคโปร์และเซี่ยงไฮ้ รวมถึงภูมิภาคสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี (Yangtze River Delta – YRD) และขยายความร่วมมือให้ครอบคลุมถึงเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญอันดับต้น ๆ ของทั้งสิงคโปร์และเซี่ยงไฮ้ ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2560 เศรษฐกิจดิจิทัลของสิงคโปร์เติบโตกว่าร้อยละ 13 ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโดยรวม ในขณะที่เศรษฐกิจดิจิทัลของเซี่ยงไฮ้ภายในปี 2568 จะมีมูลค่ามากกว่าร้อยละ 60 ของ GDP เซี่ยงไฮ้ หรือประมาณ 3 ล้านล้านหยวน (544,677 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์) ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะร่วมกันแลกเปลี่ยนความรู้และความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค รวมถึงการปรับปรุงกฎระเบียบระหว่างหน่วยงานของรัฐเพื่ออำนวย ความสะดวกการค้าดิจิทัล อาทิ electronic Bills of Lading (eBL) ซึ่งจะช่วยให้การซื้อขายระหว่างบริษัทเป็นไปอย่างราบรื่นและกระตุ้นการไหลเวียนของการค้าได้มากขึ้น

2. สิงคโปร์และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวร่วมมือด้านคาร์บอนเครดิต

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2567 นาง Grace Fu รัฐมนตรีความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมสิงคโปร์ และ Minister-in-charge of Trade Relations และนาย Bounkham Vorachit รัฐมนตรีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านคาร์บอนเครดิตภายใต้มาตรา 6 ของข้อตกลงปารีส ในระหว่างการเยือนสิงคโปร์อย่างเป็นทางการของนาย Sonexay Siphandone นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในโอกาสการฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตสิงคโปร์ – สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ครบรอบ 50 ปี โดยมุ่งเน้นความร่วมมือด้านการถ่ายโอนคาร์บอนเครดิตการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติ และความรู้เกี่ยวกับกลไกตลาดคาร์บอน

3. ผู้ใช้งานสนามบินชางงีเพิ่มขึ้นถึงระดับใกล้เคียงช่วงก่อนโควิด-19

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2567 Changi Airport Group – CAG รายงานสถิติการใช้สนามบินชางงีในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 ซึ่งรองรับผู้โดยสารกว่า 33 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 99.3 ของจำนวนผู้โดยสารในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 โดยจำนวนผู้โดยสารจากจีนเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566 และเกินกว่าจำนวนผู้โดยสารก่อนการระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าสนามบินชางงีมีโอกาสสูงที่จะฟื้นตัวกลับไปสู่ระดับก่อนโควิด-19 โดยคาดว่าการแข่งขันฟอร์มูล่าวันในเดือนกันยายน 2567 จะช่วยดึงดูดนักเดินทางให้เข้ามายังสิงคโปร์ได้ใกล้เคียงกับการจัดคอนเสิร์ตของ Taylor Swift เมื่อเดือนมีนาคม 2567

4. สิงคโปร์มีศักยภาพสูงในการเป็นศูนย์บริหารเงิน

ผลสำรวจของธนาคาร DBS จากผู้บริหารระดับสูง 570 คน จาก 15 บริษัททั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ยุโรป และอเมริกาเหนือ ระบุว่าสิงคโปร์เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับการย้ายศูนย์บริหารเงิน (treasury centre) เนื่องจากสิงคโปร์เป็นศูนย์กลางการซื้อขายเงินตราต่างประเทศชั้นนำ และมีทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ในฐานะประตูเชื่อมระหว่างตะวันออกและตะวันตก มีสภาพแวดล้อมทางการเมืองที่มั่นคง โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่แข็งแกร่งและมีสถานะเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย-แปซิฟิก โดยปัจจัยสำคัญในการเลือกสถานที่ตั้งศูนย์บริหารเงิน ได้แก่ การเข้าถึงตลาดโลก สภาพแวดล้อมทางการเมืองที่มั่นคง สภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้ออำนวย การทำงานร่วมกับพันธมิตรด้านบริการทางการเงินที่มีความรู้เชิงลึกในภาคส่วนต่าง ๆ และมีศักยภาพด้านเทคโนโลยี


ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์


ข้อมูลอ้างอิง