สิงคโปร์ layoff! AI ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในตลาดแรงงาน พร้อมปรับโครงสร้างองค์กรในปี 2567

ในปี 2567 เทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ (Automation) เข้ามามีบทบาทในภาคธุรกิจมากขึ้น หลายองค์กรเลือกใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดต้นทุน ลดภาระซ้ำซ้อน ปรับโครงสร้างองค์กร และลดการพึ่งพากำลังคนในสายงานที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะในสายงานสนับสนุน เช่น การเงิน ธุรการและการจัดการข้อมูล ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจและการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีระบบอัตโนมัติได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การนำเทคโนโลยีมาใช้ในองค์กรส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตลาดแรงงาน

ในไตรมาสที่ 4/2567 สิงคโปร์มีการเลิกจ้างงานเพิ่มขึ้นในหลายภาคส่วนเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 3/2567 เช่น อุตสาหกรรมเครื่องดื่ม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และการค้าขายออนไลน์ (E – commerce) โดยการเลิกจ้างงานครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในปี 2567 มีดังนี้

อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม (Food and Beverage) ได้รับผลกระทบอย่างมากจากการเปลี่ยนแปลงนี้ โดยในเดือนธันวาคม 2568 บริษัท Yeo Hiap Seng และ Oatly ต้องเลิกจ้างพนักงานรวม 59 คน เนื่องจากการปิดโรงงานในสิงคโปร์เพื่อปรับโครงสร้างต้นทุน

อุตสาหกรรมเทคโนโลยีด้านสุขภาพ (Health Technology) บริษัท Doctor Anywhere เลิกจ้างพนักงานจำนวน 45 คน เพื่อลดต้นทุนและตำแหน่งงานที่ซ้ำซ้อน โดยตำแหน่งที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่เป็นสายงานเทคโนโลยีและการเงิน

อุตสาหกรรมผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (Consumer Electronics) บรรษัทข้ามชาติอย่าง Canon, Samsung Electronics และ Dyson ต่างประกาศปรับโครงสร้างองค์กรโดยไม่เปิดเผยจำนวนพนักงานที่ถูกเลิกจ้าง ขณะที่ Epson ประกาศเลิกจ้างพนักงานถึง 350 คน เพื่อปรับโครงสร้างองค์กรและลดต้นทุน

อุตสาหกรรม E-commerce บริษัท Carousell แฟลตฟอร์มสินค้ามือสองของสิงคโปร์ประกาศเลิกจ้างพนักงาน 76 คน ตามมาด้วย Shein ที่เลิกจ้างพนักงาน 17 คน และ Lazada ที่แม้จะไม่ได้เปิดเผยจำนวนการเลิกจ้าง แต่ก็มีการปรับโครงสร้างองค์กรเช่นกัน

อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ (Logistics Industry) ได้รับผลกระทบจากการปรับโครงสร้างองค์กร บริษัทขนส่งพัสดุแบบด่วน Ninja Van ได้ประกาศเลิกจ้างพนักงานถึงร้อยละ 5 ของพนักงานในสิงคโปร์เพื่อลดต้นทุน

อุตสาหกรรมฟินเทค (Fintech Industry) ผลิตภัณฑ์ทางการเงินออนไลน์อย่างบริษัท MoneyHero ได้ประกาศเลิกจ้างพนักงานจำนวน 80 คน เพื่อมุ่งเน้นการลงทุนในเทคโนโลยี AI แทน

แนวโน้มการเลิกจ้างงานต้นปี 2568: เมื่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาแทนที่

อุตสาหกรรมเทคโนโลยีและแฟลตฟอร์มออนไลน์ยังคงได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากการปรับโครงสร้างองค์กรและการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ โดย Meta บริษัทแม่ของ Facebook ประกาศปลดพนักงานทั่วโลก 3,600 คน คิดเป็นร้อยละ 5 ของจำนวนพนักงานทั้งหมด รวมถึงในสิงคโปร์ซึ่งคาดว่ามีพนักงานทั้งหมดประมาณ 2,000 คน การปลดพนักงานครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่พนักงานที่มีผลการปฏิบัติงานต่ำที่สุด และพร้อมเดินหน้าจ้างผู้พัฒนาระบบ machine-learning นอกเหนือจากนี้ แพลตฟอร์มออนไลน์ยังเริ่มหันมาใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการตรวจสอบเนื้อหามากขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2568 TikTok ได้ส่งจดหมายแจ้งพนักงานในทีม Trust and Safety ที่สิงคโปร์เกี่ยวกับการปรับโครงสร้างองค์กร ซึ่งส่งผลให้พนักงานบางส่วนต้องถูกปลดออก

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 PropertyGuru แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ออนไลน์รายใหญ่ของสิงคโปร์ ประกาศปรับโครงสร้างองค์กร โดยปลดพนักงาน 174 ตำแหน่ง และปิดหน่วยธุรกิจ 3 ธุรกิจย่อย ได้แก่ Send Helper ซึ่งให้บริการดูแลทรัพย์สิน เช่น การทำความสะอาด Data and Software Solutions และ Finance ซึ่งให้คำปรึกษาด้านการจำนอง ทั้งนี้ บริษัทมุ่งเน้นกลยุทธ์สู่ตลาดออนไลน์มากขึ้น พร้อมปรับตำแหน่งงานให้กับมีความเชี่ยวชาญด้านข้อมูลและฟินเทคมากขึ้น

นอกจากนี้ ภาคการเงินและธนาคารกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงจากการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) DBS Bank ซึ่งมีพนักงานประมาณ 41,000 คนในสิงคโปร์ ได้ประกาศเตรียมลดพนักงานสัญญาจ้างและพนักงานชั่วคราว 4,000 ตำแหน่งภายใน 3 ปีข้างหน้า เนื่องจาก AI เข้ามาทดแทนมาก ทั้งนี้ Bloomberg Intelligence คาดการณ์ว่าธนาคารทั่วโลกอาจปรับลดตำแหน่งงานมากถึง 200,000 ตำแหน่ง ในช่วง 3 -5 ปีข้างหน้า เนื่องจากAI เข้ามามีบทบาทแทนที่แรงงานมนุษย์มากขึ้น

จากข้อมูลข้างต้น จะเห็นได้ว่าผลกระทบของเทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติทำให้หลายองค์กรต้องปรับตัว ทั้งในแง่ของการดำเนินธุรกิจและโครงสร้างแรงงาน แม้ว่าการใช้เทคโนโลยีจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน แต่ก็นำไปสู่การปรับลดตำแหน่งงานในหลายอุตสาหกรรม ส่งผลให้แรงงานจำเป็นต้องพัฒนาทักษะใหม่ ๆ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและปรับตัวให้สอดคล้องกับตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการเลิกจ้างในหลายบริษัท แต่บางสาขาวิชายังคงมีความต้องการแรงงานสูง โดยเฉพาะในด้าน ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) และเทคโนโลยีสีเขียว (Green Technology) ซึ่งยังขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทาง ทำให้ธุรกิจต้องแข่งขันกันเพื่อดึงดูดผู้เชี่ยวชาญที่สามารถเสริมศักยภาพการแข่งขันในยุคดิจิทัล เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงและสร้างความมั่นคงในระยะยาว ธุรกิจและแรงงานจำเป็นต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่อง ขณะที่แนวโน้มการเลิกจ้างในปี 2568 คาดว่าจะมีการปรับลดพนักงานเพิ่มเติม เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับโครงสร้างองค์กรและทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรม


ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์


แหล่งที่มาข้อมูล/ภาพ