อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage – F&B) เป็นหนึ่งในภาคธุรกิจที่มีพลวัตและได้รับความสนใจมากที่สุดในสิงคโปร์ โดยเฉพาะหลังช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคบริการ แต่ปัจจุบันสัญญาณการฟื้นตัวเริ่มชัดเจนขึ้นอย่างต่อเนื่อง

          ข้อมูลจากดัชนีบริการร้านอาหาร (Restaurant Services Index) ของสิงคโปร์ในปี 2567 ระบุว่า ตัวเลขดัชนีแตะระดับ 98.75 ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดการระบาด สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและการกลับมาใช้บริการร้านอาหารอย่างคึกคัก ในปีเดียวกัน มูลค่าตลาดบริการอาหารและเครื่องดื่มของสิงคโปร์อยู่ที่กว่า 15,100 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ และคาดว่าจะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 คาดว่ามูลค่าจะเพิ่มขึ้นเป็นราว 28,920 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 37,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์

          กลุ่มธุรกิจที่โดดเด่นและมีแนวโน้มเติบโตสูง ได้แก่ คาเฟ่และบาร์ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากจากผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองหาประสบการณ์การบริโภคที่แตกต่างและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ โดยคาดว่ากลุ่มนี้จะเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 13.45 ต่อปี จนถึงปี 2572[1] แนวโน้มการเติบโตนี้ยังสะท้อนผ่านความสำเร็จของสิงคโปร์ในเวที Asia’s 50 Best Bars 2025 ซึ่งประกาศผลเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 โดยมีบาร์จากสิงคโปร์ติดอันดับถึง 5 แห่ง ได้แก่ Jigger & Pony (อันดับ 3), Offtrack (23), Nutmeg & Clove (24), Cat Bite Club (44) และ Native (45)

ความท้าทายและทิศทางแห่งโอกาส

          ในช่วงปลายปี 2567 ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในสิงคโปร์ยังคงเผชิญกับความท้าทายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะร้านคาเฟ่และบาร์ซึ่งได้รับผลกระทบจากต้นทุนดำเนินงานที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งค่าเช่าพื้นที่ ค่าจ้างแรงงาน ราคาวัตถุดิบที่ผันผวน ตลอดจนภาระภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยให้ความสำคัญกับการใช้เวลาพักผ่อนที่บ้าน หรือเลือกเดินทางท่องเที่ยวในประเทศเพื่อนบ้านที่มีค่าครองชีพต่ำกว่า ซึ่งล้วนส่งผลต่อยอดการใช้จ่ายในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

          ในปี 2567 มีธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในสิงคโปร์ปิดตัวลงมากกว่า 3,000 ราย ซึ่งนับเป็นจำนวนสูงสุดในรอบทศวรรษ[2] ขณะที่ในปี 2568 ยังคงมีแนวโน้มที่น่าเป็นห่วง โดยมีสถิติการปิดกิจการเฉลี่ยถึง 307 แห่งต่อเดือน ซึ่งสูงกว่าจำนวนร้านเปิดใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในย่านบันเทิงหลัก เช่น Clarke Quay และ Club Street ที่แม้จะมีการลงทุนปรับปรุงเพื่อฟื้นฟูบรรยากาศ ด้วยงบประมาณกว่า 62 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ แต่ยังไม่สามารถฟื้นคืนความคึกคักในช่วงเวลากลางคืนได้อย่างเต็มที่

          อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสภาวะแวดล้อมที่ท้าทาย ธุรกิจคาเฟ่และบาร์ในสิงคโปร์ยังคงมีโอกาสในการเติบโต โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่สามารถนำนวัตกรรมและแนวคิดสร้างสรรค์มาใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ระบบ pre-batching เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและความสม่ำเสมอในการให้บริการ[3] การพัฒนาเมนูเครื่องดื่มที่ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพ หรือการสร้างสรรค์บรรยากาศร้านให้มีเอกลักษณ์และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและประสบการณ์ในการบริโภค

          นอกจากนี้ ตลาดบาร์และคาเฟ่ในสิงคโปร์ยังมีลักษณะของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและประสบการณ์ โดยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับมาตรฐานภูมิภาค โดยทั่วไปราคาค็อกเทลในบาร์ อยู่ระหว่าง 15-20 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อแก้ว และค็อกเทลเฉพาะทางหรือซิกเนเจอร์อาจสูงถึง 25 – 30 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อแก้ว[4] สำหรับนักดื่มทั่วไป ค่าใช้จ่ายต่อคืนจึงอาจอยู่ที่ 40 – 70 ดอลลาร์สิงคโปร์ ในบาร์ระดับกลาง และอาจสูงกว่า 80 -120 ดอลลาร์สิงคโปร์ ในบาร์พรีเมียมหรือบาร์ติดอันดับ Asia’s 50 Best Bars เการใช้จ่ายระดับนี้สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่เน้นทั้งคุณภาพและเรื่องราวของเครื่องดื่ม

          ในระดับโครงสร้าง สิงคโปร์มีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางธุรกิจบาร์ของภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะการเป็นเจ้าภาพจัดงาน Bar Convent Singapore (BCB Singapore) ซึ่งเป็นเวทีเจรจาธุรกิจระดับนานาชาติสำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มโดยเฉพาะ เปิดตัวครั้งแรกในปี 2566 เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดเอเชียโดยเฉพาะ ทั้งนี้ ภาครัฐยังมีบทบาทสนับสนุนผ่านโครงการและกองทุนของ Singapore Tourism Board (STB) ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทั้งชาวสิงคโปร์และชาวต่างชาติสามารถเข้าร่วมได้ภายใต้เกณฑ์ที่กำหนด ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการส่งเสริมระบบนิเวศทางธุรกิจให้มีความยืดหยุ่นและพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในระยะยาว

ข้อเสนอแนะและข้อมูลเพิ่มเติม

          จากภาพรวมข้างต้นจะเห็นได้ว่า แม้ธุรกิจคาเฟ่และบาร์ในสิงคโปร์จะเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน แต่ตลาดยังคงมีศักยภาพสูงสำหรับผู้ประกอบการที่พร้อมปรับตัวและสร้างความแตกต่างอย่างสร้างสรรค์ทั้งในด้านคุณภาพ นวัตกรรม และประสบการณ์ผู้บริโภค สิงคโปร์ยังคงเป็นเวทีสำคัญของภูมิภาคสำหรับผู้ที่ต้องการทดสอบแนวคิดใหม่ ๆ และขยายธุรกิจในตลาดระดับพรีเมียม ภายใต้บริบทของการแข่งขันที่เข้มข้น การเข้าใจพลวัตของตลาดและมองหาโอกาสเชิงกลยุทธ์จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดความสำเร็จในระยะยาว

          แม้จะมีปัจจัยท้าทายหลายประการ แต่อุตสาหกรรมคาเฟ่และบาร์ในสิงคโปร์ยังคงเป็นตลาดที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจบริการที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรม เครื่องดื่ม และประสบการณ์เชิงไลฟ์สไตล์ ซึ่งเป็นจุดแข็งของไทยในระดับภูมิภาค ตลาดสิงคโปร์มีมาตรฐานสูงและเปิดกว้างต่อแนวคิดใหม่ ๆ ที่มีเอกลักษณ์ ผู้ประกอบการไทยจึงสามารถพิจารณาต่อยอดโอกาสผ่านแนวทางต่าง ๆ เช่น การส่งเสริมบาร์เทนเดอร์ไทยเข้าร่วมกิจกรรม guest shift หรือ guest bartender ในบาร์ชั้นนำของสิงคโปร์ เพื่อแสดงศักยภาพด้านการชงเครื่องดื่ม สร้างเครือข่ายในวงการ และเรียนรู้แนวโน้มของผู้บริโภคผ่านเวทีระดับมืออาชีพ อาทิ Bar Convent Singapore (BCB Singapore) หรือกิจกรรม barshow ต่าง ๆ

          นอกจากนี้ ยังสามารถต่อยอดผ่านความร่วมมือกับผู้นำเข้า (supplier) หรือบาร์ในสิงคโปร์ในการส่งออกวัตถุดิบไทยคุณภาพสูง เช่น สมุนไพรสด ผลไม้เมืองร้อน หรือสุราท้องถิ่น เพื่อพัฒนาเมนูค็อกเทลร่วมกัน (collaboration cocktails) ที่มีเอกลักษณ์และสื่อถึงอัตลักษณ์ความเป็นไทย อีกแนวทางหนึ่งคือ การทดลองเปิดตัวแบรนด์ไทยในรูปแบบ pop-up bar หรือ concept bar ชั่วคราว ร่วมกับร้านอาหารไทยหรือศูนย์การค้า เพื่อทดสอบตลาดและวางรากฐานการขยายกิจการในอนาคต อุตสาหกรรมบาร์ในสิงคโปร์จึงมิใช่เพียงพื้นที่ทางธุรกิจ แต่ยังเป็นเวทีแสดงพลังของวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ หากได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสม จะสามารถสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในระดับภูมิภาคได้อย่างยั่งยืน


ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์


แหล่งอ้างอิง:

ภาคผนวก (Appendix)

[1] https://www.restroworks.com/blog/restaurant-statistics-singapore/
[2] https://www.straitstimes.com/life/the-streets-were-full-of-laughter-what-happened-to-clarke-quay-keong-saik-road-and-club-street
[3] https://abarabove.com/pros-and-cons-of-batching-cocktails/
[4] https://www.spiritedasia.com/2021/06/singapore-has-several-of-the-worlds-best-bars-how-much-would-a-visit-cost-you