เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2567 นาย Vivian Balakrishnan รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ได้เข้าร่วมพิธีฉลองวาระครบรอบ 100 ปี สะพานข้ามแดนยะโฮร์-สิงคโปร์ (Johor-Singapore Causeway)

ความสำคัญของสะพานข้ามแดนยะโฮร์-สิงคโปร์

สะพานข้ามแดนยะโฮร์-สิงคโปร์เริ่มต้นก่อสร้างเมื่อปี 2519 จากถนน 3 เลนเชื่อมระหว่างรัฐยะโฮร์บาห์รูกับสิงคโปร์ ปัจจุบันได้ขยายเป็น 6 เลน และเป็นหนึ่งในจุดผ่านแดนทางบกที่พลุกพล่านที่สุดในโลก โดยมีผู้ใช้งานโดยเฉลี่ย 350,000 คน และยานพาหนะ 100,000 คันต่อวัน ในช่วงที่มีผู้คนหนาแน่น เช่น ช่วงปิดภาคเรียน จะมีผู้ใช้งานมากกว่า 400,000 คนต่อวัน และในช่วงวันหยุดยาวอาจมีผู้ใช้งานกว่า 530,000 คนต่อวัน ทั้งนี้สิงคโปร์คาดว่าผู้ใช้งานสะพานข้ามแดนจะเพิ่มขึ้นเป็น 400,000 คนต่อวันภายในปี 2593

สะพานข้ามแดนยะโฮร์-สิงคโปร์ทำให้เกิดการค้าข้ามแดน พัฒนาพื้นที่การลงทุน รวมทั้งการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษาและวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศ ในแต่ละวันมีนักเรียนมากกว่า 10,000 คนใช้งานสะพานข้ามแดนดังกล่าวทุกวัน โดยเป็นนักเรียนชาวมาเลเซียจากยะโฮร์บาห์รูที่กำลังศึกษาอยู่ในสิงคโปร์ รวมถึงนักเรียนจากสิงคโปร์ที่ศึกษาอยู่ที่โรงเรียนนานาชาติในยะโฮร์บาห์รู ซึ่งช่วยส่งเสริมทั้งความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระดับประชาชน

ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศผ่านสะพานข้ามแดนยะโฮร์-สิงคโปร์

นาย Vivian Balakrishnan รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ พร้อมด้วยสมเด็จพระราชาธิบดี Ismail Ibrahim และ Datuk Onn Hafiz Ghazi มุขมนตรีของรัฐยะโฮร์บาห์รู ได้เข้าร่วมพิธีฉลองวาระครบรอบ 100 ปีสะพานข้ามแดนยะโฮร์-สิงคโปร์ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2567 ณ บริเวณกึ่งกลางของสะพาน โดยรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์กล่าวถึงสะพานข้ามแดนว่าเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ของเครือญาติ มิตรภาพ และประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกันของสิงคโปร์และรัฐยะโฮร์บาห์รู พร้อมทั้งชื่นชมฝ่ายมาเลเซียที่ปรับปรุงสะพานข้ามแดนให้สามารถใช้งานได้อย่างดี และรอคอยเวลาที่ระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนยะโฮร์บาห์รู-สิงคโปร์ (Johor Bahru-Singapore Rapid Transit System – RTS) และการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษยะโฮร์-สิงคโปร์ (Johor-Singapore Special Economic Zone – JS-SEZ) จะเสร็จสมบูรณ์ต่อไป

นายกรัฐมนตรี Lawrence Wong ได้โพสต์ข้อความบน Facebookส่วนตัวถึงวาระครบรอบ 100 ปีสะพานข้ามแดนยะโฮร์-สิงคโปร์ว่า ปัจจุบันทั้งสองประเทศกำลังทำงานในด้านต่าง ๆ ร่วมกัน เช่น สุขภาพ การศึกษา วัฒนธรรม และการค้า รวมถึงเศรษฐกิจดิจิทัล และพลังงานหมุนเวียน ตลอด 100 ปีที่ผ่านมา สะพานข้ามแดนยะโฮร์-สิงคโปร์ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมโยงระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ และจะกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นไปอีกในช่วง 100 ปีข้างหน้า

การลงทุนของสิงคโปร์ในรัฐยะโฮร์บาห์รู

สิงคโปร์เป็นประเทศที่ลงทุนเป็นอันดับสองในมาเลเซีย และเป็นหนึ่งในแหล่งการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดของรัฐยะโฮร์บาห์รู โดยเฉพาะภูมิภาค Iskandar โดยตั้งแต่ปี 2549 ถึงเดือน ก.ย. 2566 การลงทุนสะสมจากสิงคโปร์ในภูมิภาค Iskandar มีมูลค่าถึง 13,170 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ทั้งนี้ Johor State Investment, Trade, Consumer Affairs, and Human Resources Committee พบว่า ร้อยละ 70 ของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment – FDI) ในภาคการผลิตของรัฐยะโฮร์มาจากสิงคโปร์ และคาดว่าการลงทุนทั้งหมดในปี 2567 จะมีมูลค่าสูงกว่าปี 2566

เขตเศรษฐกิจพิเศษยะโฮร์-สิงคโปร์ (Johor-Singapore Special Economic Zone – JS-SEZ) มีพื้นที่ 3,505 ตารางกิโลเมตร มุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรม โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสิงคโปร์และมาเลเซียอยู่ระหว่างการดำเนินงานร่วมกันในด้านอิเล็กทรอนิกส์ บริการทางการเงิน บริการทางธุรกิจ และการดูแลสุขภาพ เพื่อบรรลุข้อตกลง JS-SEZ ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ และคาดว่าจะสรุปผลความคืบหน้าในการประชุม Malaysia-Singapore Leaders’ Retreat ครั้งที่ 11 ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้


ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์


ข้อมูลอ้างอิง