
สิงคโปร์กับการเป็นผู้นำด้านระบบนิเวศ Fintech
ในปี 2566 ดัชนีชี้วัดนวัตกรรมระดับโลก (Global Innovation Index) ซึ่งจัดทำโดยสถาบันการศึกษาด้านธุรกิจ INSEAD ร่วมกับองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) และ ม.คอร์เนลล์ ของสหรัฐฯ พบว่า สิงคโปร์ได้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมชั้นนำ โดยเฉพาะด้าน Fintech อันดับหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้สิงคโปร์ก้าวเป็นศูนย์กลาง Fintech
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้สิงคโปร์ก้าวเป็นศูนย์กลาง Fintech ระดับโลกมาจากการสร้างระบบนิเวศ Fintech โดยความร่วมมือสามฝ่ายระหว่างธนาคาร บริษัทเอกชนด้าน Fintech และภาครัฐ เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจไปสู่ระบบดิจิทัลให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยในปี 2558 ธนาคารกลาง สิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore – MAS) ได้เริ่มโครงการ Financial Sector Technology and Innovation Scheme เพื่อดึงดูดบริษัท Fintech ต่างชาติให้เข้ามาลงทุนใน สิงคโปร์ จนถึงปี 2565 บริษัท Fintech ใน สิงคโปร์ มีจำนวนมากกว่า 1,300 บริษัท มีมูลค่าการลงทุนสูงถึง 5.5 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ นอกจากนี้ การแต่งตั้ง Chief Fintech Officer และการจัดทำ sandbox เพื่อส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจ Fintech ยังมีส่วนสำคัญต่อการส่งเสริมให้ระบบ Fintech ของสิงคโปร์ประสบความสำเร็จ

นอกจากนี้ การจัดงานแสดงสินค้าและนวัตกรรมระหว่างประเทศมีส่วนส่งเสริมให้ Fintech สิงคโปร์ พัฒนาอย่างรวดเร็วและเชื่อมโยงกับโลก โดย MAS ได้จัดตั้งหน่วยงาน Elevandi ขึ้นเพื่อบริหารจัดการงานแสดงสินค้าและนวัตกรรมด้านการเงิน รวมทั้งงาน Singapore Fintech Festival (SFF) เป็นประจำทุกปี เพื่อเชื่อมโยงทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนให้เกิดการขับเคลื่อนระบบนิเวศ Fintech ของสิงคโปร์ร่วมกัน รวมถึงการจัดทำแนวทางการพัฒนาหลักสูตรการศึกษา การค้นคว้าวิจัยและการเขียนรายงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เมื่อปี 2566 การจัดงาน SFF 2023 ของสิงคโปร์ประสบผลสำเร็จอย่างมาก โดยสามารถดึงเงินลงทุนได้มากกว่า 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์สิงคโปร์ และบริษัทด้าน Fintech ในสิงคโปร์มีจำนวนเพิ่มขึ้นอีกสองเท่า
5 ด้านสำคัญของการเป็นศูนย์กลางด้าน Fintech
สิงคโปร์ยังคงมุ่งเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางด้าน Fintech ของโลก โดยกำหนดให้มีการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรม Fintech ใน 5 ด้านที่สำคัญ ได้แก่
1. ต้นทุนมนุษย์ (Human capital) โดยเร่งสร้างบุคลากรที่มีทักษะและความเชี่ยวชาญที่หลากหลาย สร้างเครือข่ายกับบริษัทด้านเทคโนโลยีชั้นนำของโลกและสถาบันการศึกษาต่างประเทศเพื่อให้เข้ามามีส่วนช่วยสนับสนุนการเพิ่มทักษะบุคลากร รวมทั้งเป็นช่องทางในการเข้าถึงกลุ่ม Science Technology Engineering Mathematics (STEM) ในตลาดที่มีบุคลากรด้านเทคโนโลยีสูง เช่น อินเดีย จีน และประเทศในเอเชียตะวันออกเชียงใต้
2. ต้นทุนทางการเงิน (Financial capital) สิงคโปร์มีระบบนิเวศในการระดมทุนที่เข้มแข็ง เนื่องจากได้รับความน่าเชื่อถือในตลาดพันธบัตรเอเชีย ทำให้บริษัท Fintech สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เพียงพอ นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังมีกลุ่มทุน กองทุนเอกชน นักลงทุน กองทุนครอบครัว (family office) และสถาบันการเงินที่มุ่งเน้นการระดมทุนในธุรกิจ Fintech โดยเฉพาะ ทั้งนี้ ภาครัฐมีบทบาทนำในการขับเคลื่อนระบบนิเวศด้าน Fintech โดยนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาลสิงคโปร์ได้ช่วยสร้างแรงขับเคลื่อนให้กับระบบนิเวศ Fintech อย่างมาก โดยในปี 2567 รัฐบาลสิงคโปร์ได้เพิ่มงบประมาณในกองทุนเพื่อการพัฒนาเทคโนโลยีการเงินกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เพื่อส่งเสริมการสร้างขีดความสามารถและเตรียมความพร้อม ในการสนับสนุนโอกาสใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้น
3. การกำหนดกรอบกฎระเบียบ (Regulatory framework) ธนาคารกลางสิงคโปร์ได้กำหนดมาตรการเชิงรุกเพื่อสนับสนุนนวัตกรรม โดยกำหนดกฎระเบียบที่จะส่งเสริมนวัตกรรม โดยสอดคล้องกับกฎหมายและความมั่นคงปลอดภัยทาง Fintech ในส่วนของรัฐบาลสิงคโปร์ได้กำหนดกรอบการกำกับดูแลที่เหมาะสมเพื่อสร้างการเติบโตของสตาร์ทอัพผ่านหน่วยงาน Enterprise Singapore (ESG)
4. การสร้างหุ้นส่วนในระบบนิเวศ (Partner Ecosystem) เป็นการสร้างเครือข่ายหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์และความร่วมมือที่ส่งผลให้ธุรกิจ Fintech สามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน อาทิ ธนาคารกลาง นักลงทุน สถาบันการเงิน ธุรกิจ e-commerce และชุมชน Fintech
5. การเข้าถึงตลาด (Market Access) แม้ว่าตลาดสิงคโปร์จะมีขนาดเล็ก แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจนวัตกรรม Fintech ก่อนขยายไปสู่ตลาดอื่นต่อไป เศรษฐกิจดิจิทัลที่ไม่มีข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์จะช่วยให้ Fintech ของ สิงคโปร์ สามารถให้บริการในตลาดต่างภูมิภาคได้ทั้งในตะวันออกกลาง ลาตินอเมริกา และแอฟริกา
ข้อมูลเพิ่มเติม
รัฐบาลสิงคโปร์ต้องการสร้างความร่วมมือกับต่างประเทศเพื่อขยายการพัฒนา Fintech สู่ก้าวต่อไป โดยศึกษาเรียนรู้ความสำเร็จของ Fintech ในประเทศต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ในการสร้าง sandbox ที่เหมาะสมในการเข้าสู่ตลาดในประเทศเป้าหมาย ซึ่งจะทำให้สตาร์ทอัพสิงคโปร์สามารถเข้าถึงและเชื่อมโยงกับตลาดต่างประเทศได้ ทั้งนี้ สิงคโปร์เคยประกาศแผนงบประมาณการพัฒนาการค้นคว้าวิจัย นวัตกรรม และวิสาหกิจ (RIE2025) จำนวน 3 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ระหว่างปี 2564 – 2568 ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 1 ของ GDP สิงคโปร์ เพื่อสนับสนุนการสร้างความร่วมมือในการพัฒนา Fintech ของสิงคโปร์
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์
ข้อมูลอ้างอิง