เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2567 บริษัท Fortune ได้เผยแพร่ Fortune 500 ฉบับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Fortune South-east Asia 500) ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ Fortune จัดอันดับบริษัทที่มีรายได้สูงที่สุด 500 อันดับของภูมิภาคนี้เป็นการเฉพาะ

บริษัทสิงคโปร์ 5 บริษัทติดอันดับบริษัททำรายได้สูงสุด 10 อันดับแรก

บริษัท Fortune ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดอันดับรายชื่อบริษัทที่มีรายได้สูงที่สุด 500 อันดับแรกของสหรัฐฯ ยุโรป และจีน ได้จัดทำ Fortune 500 ฉบับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Fortune South-east Asia 500) เป็นครั้งแรก เนื่องจากเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พัฒนาอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ภูมิภาคมีความสำคัญเพิ่มขึ้นในเศรษฐกิจโลก โดยเศรษฐกิจหลักมีการเติบโตเร็วกว่ายุโรปหรือสหรัฐฯ อย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้ ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีจำนวนบริษัทติดอันดับมากที่สุดคืออินโดนีเซีย จำนวน 110 บริษัท ตามมาด้วยไทย 107 บริษัท มาเลเซีย 89 บริษัท และสิงคโปร์ 84 บริษัท

บริษัทที่มีรายได้สูงสุด 10 อันดับแรก (Top 10 companies by revenue) ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นบริษัทที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สิงคโปร์จำนวน 5 บริษัท ได้แก่ (1) Trafigura บริษัทผู้ค้าสินค้าโภคภัณฑ์ ยอดขาย 244 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (2) Wilmar International บริษัทอาหาร (3) Olam Group บริษัทค้าส่งอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค (4) Flex บริษัทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และ (5) กลุ่มธนาคาร DBS Group ในขณะที่บริษัทของไทยมี 2 บริษัท ได้แก่ ปตท. และ CP All (อันดับ 2 และ 7 ตามลำดับ)

บริษัทที่มีรายได้สูงสุด 10 อันดับแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อันดับบริษัทสำนักงานใหญ่อุตสาหกรรม
1Trafigura Groupสิงคโปร์สินค้าโภคภัณฑ์
2PTTไทยโรงกลั่นปิโตรเลียม
3Pertaminaอินโดนีเซียโรงกลั่นปิโตรเลียม
4Wilmar Internationalสิงคโปร์อาหาร
5Olam Groupสิงคโปร์ค้าส่งอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค
6Perusahaan Listrik Negaraอินโดนีเซียสาธารณูปโภค ก๊าซและไฟฟ้า
7CP Allไทยอาหารและร้านยา
8Flexสิงคโปร์อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
9San Muguelฟิลิปปินส์เครื่องดื่ม
10DBS Groups Holdingsสิงคโปร์ธนาคารพาณิชย์

บริษัทที่ทำกำไรสูงสุด 10 อันดับแรก  (Top 10 companies by profit) ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นบริษัทที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สิงคโปร์จำนวน 5 บริษัท ได้แก่ (1) กลุ่มธนาคาร DBS Group (2) Trafigura (3) ธนาคาร OCBC (4) ธนาคาร UOB และ (5) Keppel บริษัทอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่บริษัทของไทยมีเพียง ปตท. ซึ่งอยู่อันดับ 8

บริษัทที่ทำกำไรสูงสุด 10 อันดับแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อันดับบริษัทสำนักงานใหญ่อุตสาหกรรม
1DBS Groups Holdingsสิงคโปร์ธนาคารพาณิชย์
2Trafigura Groupสิงคโปร์สินค้าโภคภัณฑ์
3OCBCสิงคโปร์ธนาคารพาณิชย์
4Pertaminaอินโดนีเซียโรงกลั่นปิโตรเลียม
5UOBสิงคโปร์ธนาคารพาณิชย์
6Bank Rakyat Indonesiaอินโดนีเซียธนาคารพาณิชย์
7Bank Rakyat Mandiriอินโดนีเซียธนาคารพาณิชย์
8PTTไทยโรงกลั่นปิโตรเลียม
9Bank Central Asiaอินโดนีเซียธนาคารพาณิชย์
10Keppelสิงคโปร์อสังหาริมทรัพย์

ภาคพลังงานเป็นภาคที่ทำรายได้สูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีรายได้รวม 590,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ภาคธนาคารเป็นอันดับสอง 242,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม เมื่อจัดอันดับในด้านความสามารถในการทำกำไร ธนาคารพาณิชย์เป็นภาคที่ทำกำไรได้มากที่สุด โดยอยู่ใน 9 จาก 20 อันดับแรกของบริษัทที่มีผลกำไรสูงสุด โดยธนาคาร DBS ของสิงคโปร์เป็นธนาคารที่อยู่ในอันดับสูงสุดและติดอันดับ top 10 ทั้งในแง่ของรายได้และกำไร

ข้อมูลเพิ่มเติม/ข้อสังเกต

การจัดอันดับ Fortune South-east Asia 500 สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นครั้งแรก สะท้อนถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของภูมิภาคต่อเศรษฐกิจโลก อันเป็นผลจากสภาพแวดล้อมทางภูมิรัฐศาสตร์และห่วงโซ่อุปทานที่เปลี่ยนแปลงไป และการเติบโตอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจในภูมิภาค ประกอบกับบริษัทข้ามชาติจำนวนมากในรายชื่อ Global 500 ได้ย้ายห่วงโซ่อุปทานของตนไปยังประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น ทั้งนี้ การจัดอันดับของภูมิภาคครั้งแรกนี้ เป็นการรวบรวมข้อมูลจากบริษัทใน 7 ประเทศเท่านั้น ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา (ไม่มี สปป.ลาว เมียนมา และบรูไน) ผลการจัดอันดับยังสะท้อนถึงความเข้มแข็งของภาคเอกชนและภาคการธนาคารของสิงคโปร์ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนอย่างจริงจังและต่อเนื่องจากรัฐบาล รวมถึงการปรับปรุงนโยบายและมาตรการทางเศรษฐกิจและการเงินอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของโลกในปัจจุบันและเป็นมิตรกับภาคธุรกิจและนักลงทุน


ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์


ข้อมูลอ้างอิง