
การขับเคลื่อน AI ของสิงคโปร์และการส่งเสริมภาคธุรกิจให้นำ AI มาใช้ประโยชน์
กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมของสิงคโปร์เน้นการขับเคลื่อนแผนพัฒนาเศรษฐกิจของสิงคโปร์ในระยะยาว ควบคู่ไปกับการช่วยเหลือภาคเอกชนของสิงคโปร์ที่ต้องเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน การพัฒนาระบบนิเวศทางธุรกิจของสิงคโปร์ให้เข้มแข็ง และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสิงคโปร์แสวงหาโอกาสในสาขาใหม่ ๆ เช่น เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI
ภาพรวมสถานะและขีดความสามารถด้าน AI ของสิงคโปร์
สิงคโปร์เป็นหนึ่งในประเทศแรก ๆ ของโลกที่มีความตื่นตัวเรื่อง AI โดยเมื่อปี 2560 ได้จัดตั้ง AI Singapore เพื่อสร้างระบบนิเวศ AI โดยรวบรวมสถาบันวิจัยในสิงคโปร์และบริษัทต่าง ๆ ที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ AI ให้มาทำงานร่วมกันเพื่อแลกเปลี่ยน/เพิ่มพูนองค์ความรู้ด้าน AI และสร้างเครื่องมือที่จะช่วยพัฒนาขีดความสามารถด้าน AI ของสิงคโปร์
แม้จะเป็นประเทศขนาดเล็กที่มีทรัพยากรและบุคลากรจำกัด เมื่อปี 2566 สิงคโปร์ได้รับการจัดอันดับโดย the Global AI ให้อยู่อันดับ 3 จาก 62 ประเทศที่มีความก้าวหน้าด้านการลงทุน พัฒนาและใช้งาน AI รองจากสหรัฐฯ และจีน นอกจากนี้ สิงคโปร์เป็นประเทศที่แสดงบทบาทนำในภูมิภาคในด้านการขับเคลื่อน AI มาตั้งแต่ช่วงแรก ๆ โดยเมื่อเดือนธันวาคม 2566 สิงคโปร์ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Singapore Conference on AI for the Global Good ซึ่งในช่วงเวลานั้นสิงคโปร์ได้เริ่มใช้งาน AI อย่างเป็นรูปธรรมในภาครัฐแล้วทั้งในด้านสาธารณสุข การเงิน การศึกษาวิจัย และการให้บริการของภาครัฐ นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังเป็นประเทศแรกของโลกที่มีการประกาศใช้กรอบแนวทางในการกำกับดูแล AI (Model AI Governance Framework) ด้วย
สิงคโปร์เป็นประเทศนำร่องในการส่งเสริมการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ โดยเมื่อเดือนพฤษภาคม 2566 สิงคโปร์ได้พัฒนา AI Verify เพื่อเป็นเครื่องมือในการทดสอบความน่าเชื่อถือของ AI โดยนับเป็นกรอบในการทดสอบการกำกับดูแล AI (AI governance testing framework) และชุดเครื่องมือซอฟต์แวร์ (software toolkit) ชุดแรกของโลก โดย Google Meta และ Microsoft ได้ร่วมทดสอบเครื่องมือดังกล่าวด้วย
นโยบายด้าน AI ของสิงคโปร์
สิงคโปร์ประกาศใช้แผนยุทธศาสตร์ AI แห่งชาติ ฉบับแรกเมื่อปี 2562 ซึ่งมุ่งเน้นการจัดตั้งทีมวิจัยและพัฒนาร่วมกับ startup 900 ราย โดยต่อมาเมื่อปี 2566 สิงคโปร์ประกาศใช้แผนยุทธศาสตร์ AI แห่งชาติ ฉบับที่ 2 (National AI Strategy 2.0) เพื่อต่อยอดการพัฒนาศักยภาพและความเป็นเลิศในด้าน AI ของสิงคโปร์ และมุ่งสู่การเป็นผู้นำด้าน AI ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก เนื่องจากสิงคโปร์มองว่า AI ไม่ใช่แค่ความจำเป็นเท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการเติบโตของธุรกิจและความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อเชื่อมต่อสิงคโปร์เข้ากับเครือข่าย AI ระดับโลกและทำงานร่วมกับ like-minded partners เพื่อเอาชนะความท้าทายที่สลับซับซ้อนของ AI ตลอดจนยกระดับขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศ รวมถึงความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยในการใช้งาน AI
แผนยุทธศาสตร์ AI ฉบับใหม่แบ่งออกเป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่ (1) การพัฒนาระบบเพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมด้านเทคโนโลยี AI ผ่านการดำเนินงานของภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ และภาคการวิจัย (2) การพัฒนาทรัพยากรบุคคลและชุมชน และ (3) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศ AI นอกจากนี้ ในแผนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 รัฐบาลสิงคโปร์ได้ประกาศลงทุนภายใต้ยุทธศาสตร์ AI แห่งชาติ 2.0 เป็นเงิน 1,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ภายในระยะเวลา 5 ปี โดยมีแผนที่จะเพิ่มตำแหน่งงานเกี่ยวกับ AI อย่างน้อย 15,000 ตำแหน่ง
เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2567 นาง Josephine Teo รัฐมนตรีกระทรวงการสื่อสารและสารสนเทศ (Ministry of Communications and Information ซึ่งล่าสุดได้เปลี่ยนชื่อกระทรวงใหม่เป็น Ministry of Digital Development and Information) ได้กล่าวว่า AI เป็น “a strategic national priority” และการนำ AI ไปใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวางเป็นสิ่งที่สิงคโปร์ให้ความสำคัญในลำดับต้นเนื่องจาก AI จะนำมาซึ่งผลประโยชน์ที่จับต้องได้สำหรับประชาชน องค์กรและภาคธุรกิจที่ใช้งาน AI รวมถึงการเพิ่ม productivity และพัฒนาประสิทธิภาพในหลากหลายภาคส่วน อย่างไรก็ดี การนำ AI มาใช้ประโยชน์จำเป็นต้องมีการปรับตัวของประชาชนและธุรกิจ และอาจมีความเสี่ยงจากผลกระทบของการใช้ AI เช่น การเลิกจ้างและการหยุดชะงักของธุรกิจหากไม่สามารถปรับตัวได้รัฐบาลจึงต้องสร้างความเชื่อมั่นว่าจะมีมาตรการเพื่อรองรับและสนับสนุนประชาชนและธุรกิจอย่างเพียงพอ
การสนับสนุนภาคธุรกิจให้นำ AI มาใช้ประโยชน์
รัฐบาลสิงคโปร์ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมและการพัฒนาทักษะของทรัพยากรบุคคลด้าน AI อาทิ สนับสนุนการเพิ่มทักษะแรงงานผ่านการฝึกอบรมด้าน AI ที่เกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรมของตน โดยนำ AI มาใช้ในการทำธุรกิจ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ และการสร้างประสบการณ์ที่เหนือชั้นให้แก่ผู้บริโภค รวมถึงการเพิ่มการสนับสนุนให้ภาคธุรกิจรับ AI เข้ามาใช้งานเพื่อการปฏิรูปธุรกิจในประเทศ
เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2567 Enterprise Singapore (EnterpriseSG) และ AI Singapore (AISG) ได้ประกาศความร่วมมือกับบริษัท Microsoft ในการสนับสนุนให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) ในสิงคโปร์ นำผลิตภัณฑ์ของ Microsoft ที่เกี่ยวข้องกับ AI เช่น Microsoft Copilot มาใช้ในการดำเนินธุรกิจ โดย EnterpriseSG จะสนับสนุน SMEs จำนวน 1,000 ราย ให้นำ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตในรูปแบบเงินสนับสนุนร้อยละ 50 สำหรับค่าลิขสิทธิ์โปรแกรม Microsoft Copilot เป็นระยะเวลา 12 เดือน
Microsoft ยังมีแผนที่จะร่วมมือกับ Infocomm Media Development Authority (IMDA) ของสิงคโปร์ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของ AI ใน SMEs ที่มีการเติบโตทางดิจิทัล โดย Microsoft จะให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยีแก่ SMEs กว่า 200 ราย เพื่อระบุความต้องการทางธุรกิจในอีก 2 ปีข้างหน้า ขณะที่ IMDA จะให้ทุนแก่ SMEs ในการพัฒนาและนำ generative AI ของตนมาใช้งาน
EnterpriseSG ยังร่วมมือกับสถาบันการศึกษาระดับสูงของสิงคโปร์ เช่น Nanyang Polytechnic และ Singapore Polytechnic เพื่อนำโปรแกรม AI ประยุกต์มาใช้งานโดยตรงกับ SMEs เพื่อพัฒนา AI solutions ที่ตอบโจทย์ตลาด โดยจะให้เงินสนับสนุนร้อยละ 50 แก่ SMEs ที่พัฒนาและนำ AI solutions เหล่านี้ไปใช้ ทั้งนี้รัฐบาลสิงคโปร์เชื่อว่า การที่ SMEs สามารถเข้าถึงเครื่องมือ AI ได้ง่ายขึ้น ทำให้เทคโนโลยี AI ไม่ได้ถูกสงวนไว้กับบริษัทขนาดใหญ่ที่มีโครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูล และความสามารถเพื่อรองรับโมเดล AI เท่านั้น โดย SMEs สามารถนำ AI มาใช้เพื่อปรับปรุงและพัฒนาธุรกิจของตนได้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี AI และการเติบโตของภาคธุรกิจสิงคโปร์ในระยะยาว
ข้อสังเกตและข้อมูลเพิ่มเติม
การประกาศแผนยุทธศาสตร์ National AI Strategy เมื่อปี 2562 นับเป็นก้าวย่างที่สำคัญของสิงคโปร์ในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของระบบนิเวศ AI ในประเทศเพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลที่กำลังเติบโต โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับและสนับสนุนการพัฒนา AI ให้เป็นสินค้าสาธารณะ (public goods) และกำหนดกรอบแนวทางในการกำกับดูแลการใช้งาน AI เพื่อสร้างรากฐานและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาและนำ AI มาใช้ประโยชน์ทั้งในภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม การแพทย์และสาธารณสุข การศึกษา และการบริการภาครัฐ โดยแผนยุทธศาสตร์ฯ ยังครอบคลุมถึงการพัฒนาระบบและกลไกเพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมด้าน AI การเตรียมความพร้อมให้แก่ประชาชนและภาคธุรกิจของสิงคโปร์ โดยรัฐบาลจะทำงานร่วมกับภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาเพื่อสร้างความตระหนักรู้และเท่าทันนวัตกรรมด้าน AI ตลอดจนเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นให้แก่ผู้ใช้งานทุกระดับ
ความก้าวหน้าด้าน AI ในสิงคโปร์เป็นผลมาจากการสนับสนุนอย่างจริงจังและต่อเนื่องของภาครัฐ ทั้งในเชิงนโยบายและงบประมาณ รัฐบาลสิงคโปร์มีการลงทุนด้านการศึกษาและพัฒนา AI อย่างเข้มข้น โดยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2567 รัฐบาลสิงคโปร์ได้ประกาศแผนการลงทุนด้าน AI ในช่วง 5 ปีข้างหน้ามูลค่ากว่า 743 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์เพื่อช่วยส่งเสริมสถานะของสิงคโปร์ในฐานะศูนย์กลางทางธุรกิจและนวัตกรรมระดับโลก ความเคลื่อนไหวในเรื่อง AI ของรัฐบาลสิงคโปร์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคธุรกิจภายในประเทศ และนักลงทุนต่างชาติว่าสิงคโปร์กำลังขับเคลื่อนประเทศไปสู่การเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม AI เพื่อสร้างโอกาสใหม่ ๆ ในเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนในระยะยาว
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์
ข้อมูลอ้างอิง
- https://www.straitstimes.com/business/companies-markets/smes-in-singapore-to-receive-more-support-for-ai-adoption
- Featured Image Source: Shutterstock