
ภาพรวมดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจสิงคโปร์ไตรมาส 1/2568
เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 สมาพันธ์ธุรกิจแห่งสิงคโปร์ (Singapore Business Federation – SBF) ได้เผยแพร่ ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ (Business Sentiment Index: BSI) ของภาคธุรกิจในสิงคโปร์ ซึ่งสะท้อนภาพรวมที่หลากหลายและมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะธุรกิจในกลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร และที่พัก (Hotels, Restaurants and Accommodations) ธุรกิจการบริการด้านสุขภาพและสังคม (Health and Social Services) และธุรกิจการค้าปลีก (Retail Trade) มีแนวโน้มมองเศรษฐกิจในช่วง 12 เดือนข้างหน้าในเชิงลบมากขึ้น สะท้อนความกังวลต่อภาวะชะลอตัวของอุปสงค์ภายในประเทศและต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่กลุ่มธุรกิจการค้าส่ง (Wholesale Trade) และธุรกิจบริการสนับสนุนและการบริหาร(Administrative and Support Service Activities) ยังคงมีมุมมองที่เป็นบวกมากกว่า โดยคาดการณ์ว่าจะสามารถรักษาระดับการดำเนินงานหรือขยายกิจการได้ในระดับหนึ่ง
ภาพรวมผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ (Business Sentiment Index: BSI)
ดัชนี BSI ใช้ช่วงคะแนนระหว่าง 1–100 โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับหลัก ได้แก่ คะแนนมากกว่า 60 สะท้อนมุมมองเชิงบวก คะแนนระหว่าง 40–59 สะท้อนมุมมองเป็นกลาง และคะแนนต่ำกว่า 40 สะท้อนมุมมองเชิงลบ ในไตรมาสนี้ ค่าเฉลี่ยดัชนี BSI อยู่ที่ 56.5 แสดงถึงความเชื่อมั่นในระดับที่ระมัดระวัง โดยกลุ่มธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และที่พัก มีค่าดัชนี BSI ต่ำสุดที่ 52.2 ขณะที่กลุ่มที่มีความเชื่อมั่นสูงที่สุด คือ ธุรกิจธนาคารและการประกันภัย (Banking & Insurance) และการศึกษา (Education) อยู่ที่ 61.2 และ 60.5 ตามลำดับ ทั้งนี้ ดัชนีด้านการคาดการณ์ต้นทุน (Cost Expectation)[1] เป็นดัชนีเดียวที่มีค่าวัดผลที่สวนทางกับดัชนีอื่น ๆ ซึ่งหมายถึงว่า ถ้าคะแนนมากกว่า 60 สะท้อนมุมมองเชิงลบ และคะแนนต่ำกว่า 40 สะท้อนมุมมองเชิงบวก
จากการวิเคราะห์องค์ประกอบของดัชนี BSI ทั้ง 11 ด้าน พบว่า แนวโน้มการจ้างงาน (Hiring Outlook) เฉลี่ยอยู่ที่ 57.7 สะท้อนความพยายามของธุรกิจในการรักษากำลังแรงงาน โดยธุรกิจที่มีแนวโน้มการจ้างงานในเชิงบวกสูงสุด ได้แก่ ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และที่พัก (67.4) ธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและบริการที่เกี่ยวข้อง (IT & Related SVCs) (61.8) และธุรกิจการศึกษา (60.1) ส่วนธุรกิจที่มีแนวโน้มต่ำที่สุด ได้แก่ ธุรกิจการค้าส่ง (54.7) ธุรกิจการผลิต (Manufacturing) (56.1) และธุรกิจการบริการวิชาชีพ (Professional Service) (56.3)
ในด้านการคาดการณ์รายได้ (Revenue Expectations) คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 55.3 โดยธุรกิจธนาคารและการประกันภัย (64.8) และธุรกิจการศึกษา (63.4) มีความเชื่อมั่นสูงสุด ในขณะที่ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และที่พักอาศัย (43.8) และธุรกิจโลจิสติกส์และการขนส่ง (Logistics and Transport) (51.4) มีมุมมองเชิงลบมากที่สุด
ด้านการคาดการณ์ต้นทุน (Cost Expectations) มีคะแนนเฉลี่ยสูงถึง 68.0 ซึ่งตีความว่าภาคธุรกิจ คาดว่าจะเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะในกิจกรรมด้านอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Activities) (78.4) และธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และที่พักอาศัย (71.9) ขณะที่คาดการณ์ต้นทุนต่ำสุด ได้แก่ ธุรกิจการค้าปลีก (66.4) และ กิจกรรมทางการเงินและการประกันภัยอื่น ๆ (Other Financial and Insurance Activities) (66.9)
ในส่วนของแนวโน้มการขยายธุรกิจ (Outlook on Business Expansion) คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 61.6 ธุรกิจการศึกษา (66.6) และธุรกิจธนาคารและประกันภัย (65.6) มีมุมมองเชิงบวก ขณะที่ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และที่พัก (55.0) และธุรกิจการค้าปลีก (58.0) มีความเชื่อมั่นต่ำกว่าค่าเฉลี่ย
สำหรับการคาดการณ์ความสามารถในการทำกำไร (Profitability Expectations) เฉลี่ยอยู่ที่ 53.7 สะท้อนความหวังของภาคธุรกิจที่จะคงระดับกำไร โดยธุรกิจการศึกษา (60.8) กิจกรรมด้านอสังหาริมทรัพย์ (60.4) และธุรกิจธนาคารและการประกันภัย (60.2) อยู่ในกลุ่มสูงสุด ในขณะที่ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และที่พักอาศัย (48.3) ธุรกิจการค้าปลีก (49.6) และธุรกิจโลจิสติกส์และการขนส่ง (50.7) อยู่ในกลุ่มต่ำสุด
มุมมองด้านการลงทุน (Outlook on Capital Investment) เฉลี่ยอยู่ที่ 57.0 ธุรกิจการบริการด้านสุขภาพและสังคม (64.0) และธุรกิจการศึกษา (64.0) มีแนวโน้มลงทุนมากที่สุด ขณะที่ธุรกิจโรงแรมร้านอาหาร และที่พัก (44.9) ลงทุนน้อยที่สุด
การใช้กำลังการผลิต (Operational Capacity Utilisation) เฉลี่ยอยู่ที่ 56.5 โดยธุรกิจการก่อสร้างและวิศวกรรมโยธา (Construction & Civil Engineering) (60.9) กิจกรรมด้านอสังหาริมทรัพย์ (60.4) และธุรกิจโลจิสติกส์และการขนส่ง (60.2) ใช้กำลังการผลิตสูงสุด ส่วนธุรกิจการบริการด้านสุขภาพและสังคม (52.0) และธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และที่พักอาศัย (53.2) ใช้ต่ำสุด
ความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน (Access to Financing) เฉลี่ยอยู่ที่ 55.4 โดยธุรกิจธนาคารและการประกันภัย (66.5) และธุรกิจการศึกษา (59.5) เข้าถึงได้มากที่สุด ขณะที่ธุรกิจการบริการด้านสุขภาพและสังคม (40.0) เข้าถึงได้น้อยที่สุด
ด้านความเชื่อมั่นในการเติบโต (Growth Confidence) เฉลี่ยอยู่ที่ 56.7 โดยธุรกิจการศึกษา (62.7) และธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและบริการที่เกี่ยวข้อง (62.5) เชื่อมั่นสูงสุด ขณะที่ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และที่พักอาศัย (49.4) และธรกิจการค้าปลีก (50.8) เชื่อมั่นน้อยที่สุด
ในด้านความยืดหยุ่นห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain & Operational Resilience) คะแนนอยู่ที่ 59.1 โดยธุรกิจธนาคารและการประกันภัย (66.5) และธุรกิจการศึกษา (62.1) มีความพร้อมมากที่สุด ขณะที่ ธุรกิจการบริการด้านสุขภาพและสังคม (52.0) และกิจกรรมด้านอสังหาริมทรัพย์ (53.2) มีความพร้อมน้อย
ในส่วนของมุมมองต่อนโยบายรัฐ (Sentiment Towards Government Support) คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 58.6 โดยธุรกิจธนาคารและการประกันภัย (66.5) ธุรกิจโลจิสติกส์และการขนส่ง (61.6) และธุรกิจการก่อสร้างและวิศวกรรมโยธา (60.5) มองเชิงบวกสูงสุด ในขณะที่ธุรกิจการบริการด้านสุขภาพและสังคม (52.0) ธุรกิจการค้าปลีก (55.6) และธุรกิจการบริการวิชาชีพ (56.7) มองในเชิงบวกน้อยกว่า
ผลการสำรวจดังกล่าวสะท้อนถึงความระมัดระวังของภาคธุรกิจสิงคโปร์ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าหลายภาคส่วนยังมีความหวังต่อการเติบโตและการจ้างงาน แต่แรงกดดันด้านต้นทุนและความไม่แน่นอนของอุปสงค์ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ถ่วงความเชื่อมั่น โดยเฉพาะในภาคบริการเพื่อผู้บริโภค
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์คาดว่าการดำเนินนโยบายจากรัฐบาลสิงคโปร์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 จะมุ่งเน้นการบรรเทาภาระต้นทุน การสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการเร่งยกระดับทักษะแรงงาน เพื่อลดความเปราะบางของภาคธุรกิจในกลุ่มเสี่ยง
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์
แหล่งข้อมูล:
- More S’pore businesses expect economy to worsen, cost pressures to rise: SBF survey | The Straits Times
- Full resource: Singapore businesses outlook weakened amid rising economic uncertainty; Number of businesses expecting economy to worsen over the next 12 months doubled
อ้างอิง:
[1] ค่าดัชนีการคาดการณ์ต้นทุน (Cost Expectations Sub-Index) จะแสดงค่าในช่วงระหว่าง 1 ถึง 100 โดยคะแนนมากกว่า 60 สะท้อนถึงมุมมองทางธุรกิจในเชิงลบ โดยธุรกิจคาดว่าจะมีต้นทุนสูงขึ้น คะแนนระหว่าง 40-59 สะท้อนมุมมองเป็นกลาง และคะแนนต่ำกว่า 40 สะท้อนถึงมุมมองทางธุรกิจในเชิงบวก โดยธุรกิจคาดว่าจะมีต้นทุนลดลง