
ศูนย์ข้อมูล (Data Centre): น้ำหนักระหว่างโอกาสทางเศรษฐกิจกับความท้าทายของผลกระทบ (ตอนที่ 1/2)
ศูนย์ข้อมูล (Data Center) เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล ทำหน้าที่จัดเก็บ ประมวลผล และส่งต่อข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อสนับสนุนบริการคลาวด์ (Cloud Computing) ที่ภาคธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐพึ่งพาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเป็นสถานที่ที่ติดตั้งเซิร์ฟเวอร์ ระบบจัดเก็บข้อมูล และอุปกรณ์เครือข่ายสำหรับบริหารจัดการข้อมูลดิจิทัล ปัจจุบัน ธุรกิจให้บริการเช่าศูนย์ข้อมูลได้รับความนิยมสูง เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงทรัพยากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศได้โดยไม่ต้องลงทุนสร้างและดูแลระบบเอง อีกทั้งยังปรับขนาดการใช้งานได้ตามความต้องการของธุรกิจ
สถานการณ์ตลาดศูนย์ข้อมูลระดับโลกในไตรมาสที่ 2/2568
ในปี 2568 อุตสาหกรรมคลาวด์ (Cloud Computing) ทั่วโลกขยายตัวอย่างรวดเร็วและมีการแข่งขันเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ โดยในไตรมาสที่ 2/2568 พบว่าอุตสาหกรรมคลาวด์ทั่วโลกทำรายได้เกือบ 99,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 128,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์) คิดเป็นการเติบโตของตลาดเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 25 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (y-o-y) เป็นที่คาดการณ์ว่า รายได้ของอุตสาหกรรมคลาวด์ในปี 2568 อาจเกิน 400,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 520,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์) และอาจเติบโตต่อไปในอัตราที่มากกว่าร้อยละ 20 ต่อปี เป็นเวลาอย่างน้อย 5 ปี สะท้อนบทบาทสำคัญของเทคโนโลยีคลาวด์และศูนย์ข้อมูลในเศรษฐกิจยุคใหม่
ในปัจจุบัน มีผู้ให้บริการรายใหญ่เพียงไม่กี่รายที่ครองส่วนแบ่งทางตลาดอุตสาหกรรมคลาวด์ทั่วโลก โดย Amazon Web Services (AWS) ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดที่ร้อยละ 30 รองลงมาคือ Microsoft Azure ร้อยละ 20 และ Google Cloudร้อยละ 13 ส่วนผู้ให้บริการจากเอเชียอย่าง Alibaba Cloud มีส่วนแบ่งร้อยละ 4 ขณะที่ Oracle, Salesforce, IBM Cloud และ Tencent Cloud มีส่วนแบ่งตลาดต่อรายที่ร้อยละ 2 ถึง 3 และผู้ให้บริการรายย่อยอื่น ๆ ที่มีส่วนแบ่งตลาดรวมกันคิดเป็นร้อยละ 24 สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่ยังคงกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ระดับโลกที่มีศักยภาพด้านเงินทุน โครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีขั้นสูงในการให้บริการคลาวด์ครบวงจร

ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโตของตลาดคลาวด์ในปี 2568 คือ การเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งต้องอาศัยพลังการประมวลผลและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่บนระบบคลาวด์ และบริการคลาวด์แบบเฉพาะทาง การพัฒนาและใช้งาน AI ในระดับองค์กรและอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบันยิ่งทำให้ความต้องการใช้บริการคลาวด์สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้เทคโนโลยีคลาวด์เป็นหนึ่งในภาคส่วนที่เติบโตเร็วที่สุดของเศรษฐกิจดิจิทัลทั่วโลก
โอกาสจากการขยายตัวของศูนย์ข้อมูล
การขยายตัวของอุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูล (Data Center) นับเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลในยุคปัจจุบัน เนื่องจากศูนย์ข้อมูลเป็นหัวใจของโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีที่รองรับบริการคลาวด์ (Cloud Computing) ซึ่งมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจ ทั้งนี้ การเติบโตของศูนย์ข้อมูลนำมาซึ่งโอกาสหลายด้าน ทั้งในเชิงเทคโนโลยี เศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
การเพิ่มการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล
ศูนย์ข้อมูลช่วยให้บริษัท สตาร์ทอัพ และหน่วยงานภาครัฐสามารถใช้บริการคลาวด์ได้โดยไม่ต้องลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศด้วยตนเอง ทำให้ลดต้นทุนการดำเนินงานและลดความเสี่ยงจากการบริหารระบบที่ซับซ้อน อีกทั้งศูนย์ข้อมูลยังมีเสถียรภาพและระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ในระดับสูง ช่วยให้ผู้ใช้งานมั่นใจในการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลอย่างปลอดภัย นับเป็นการยกระดับโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีสำหรับทุกขนาดธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็กที่ต้องการขยายสู่เศรษฐกิจดิจิทัล
การสนับสนุนบริการที่ต้องการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
ศูนย์ข้อมูลทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานรองรับบริการที่ต้องใช้การเชื่อมต่อข้อมูลแบบเรียลไทม์ เช่น ยานยนต์ไร้คนขับ การซื้อขายหุ้นความถี่สูง (High-Frequency Trading) ระบบโรงงานอัตโนมัติที่ใช้ 5G และ Internet of Things (IoT) รวมถึงอุตสาหกรรมบันเทิงและเกมออนไลน์ยุคใหม่ที่ต้องอาศัยความเร็วและความเสถียรของเครือข่ายสูงขึ้น ซึ่งทั้งหมดล้วนต้องพึ่งพาศูนย์ข้อมูลที่มีขีดความสามารถสูงในการจัดการข้อมูลจำนวนมหาศาล
การกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนในประเทศ
การก่อสร้างศูนย์ข้อมูลเป็นการลงทุนขนาดใหญ่ที่ช่วยขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจในหลายภาคส่วน ตั้งแต่ภาคก่อสร้าง พลังงาน จนถึงบริการเทคโนโลยีขั้นสูง การตั้งศูนย์ข้อมูลยังส่งผลให้เกิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า ระบบอินเทอร์เน็ต และเทคโนโลยีในพื้นที่โดยรอบ ซึ่งช่วยยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
การสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจดิจิทัล (Digital Ecosystem)
การขยายตัวของศูนย์ข้อมูลไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจดิจิทัลที่เชื่อมโยงผู้ให้บริการเทคโนโลยี บริษัทซอฟต์แวร์ ผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน กับภาคอุตสาหกรรมอื่น ๆ เข้าด้วยกัน เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลและนวัตกรรมที่ช่วยยกระดับขีดความสามารถของประเทศในภาพรวม สำหรับประเทศไทย การลงทุนของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ไม่เพียงแต่เพิ่มขีดความสามารถด้านโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของระบบนิเวศใหม่ที่เปิดโอกาสให้ธุรกิจไทย โดยเฉพาะสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการเทคโนโลยีเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าดิจิทัลโลกได้มากขึ้น
ตัวอย่างเช่น (1) Google ได้สร้างศูนย์ข้อมูลแห่งแรกในไทยภายในเขตนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ (WHA) ภายใต้โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor – EEC) เพื่อรองรับการเติบโตของบริการดิจิทัลในภูมิภาค(2) Amazon Web Services (AWS) ประกาศตั้ง AWS Asia Pacific (Thailand) Region ด้วยเงินลงทุนรวมกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 173,000 ล้านบาท) ภายในระยะเวลา 15 ปี และ Microsoft ได้เปิดศูนย์ข้อมูลระดับภูมิภาคแห่งแรกในไทยเมื่อเดือนพฤษภาคม 2567 เพื่อขยายบริการคลาวด์แบบไฮเปอร์สเกล (Hyperscale Cloud) การลงทุนเหล่านี้ไม่เพียงสร้างรายได้ให้กับนิคมอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังช่วยยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของภูมิภาคอีกด้วย”
บทความบทนี้ได้อธิบายให้เห็นถึงโอกาสทางเศรษฐกิจการขยายตัวของศูนย์ข้อมูล ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถทางเทคโนโลยีของประเทศ สร้างระบบนิเวศดิจิทัลใหม่ และดึงดูดการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ทั้งยังส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรมพลังงาน นิคมอุตสาหกรรม และธุรกิจซอฟต์แวร์ภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังโอกาสทางเศรษฐกิจอันมหาศาลนี้ ยังมีความท้าทายและผลกระทบที่ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน รวมถึงแนวทางการกำกับดูแล (regulation) ที่หลายประเทศได้ดำเนินการ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ซึ่งจะเป็นประเด็นสำคัญที่นำไปสู่การวิเคราะห์ในบทความถัดไป
สามารถอ่านบทความ Data Centre ตอนที่ 2 ได้ที่ : ศูนย์ข้อมูล (Data Centre): น้ำหนักระหว่างโอกาสทางเศรษฐกิจกับความท้าทายของผลกระทบ (ตอนที่ 2/2)
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์
แหล่งข้อมูล: