
DITP: เจาะลึก ! พฤติกรรมการซื้อของและใช้จ่ายของชาวสิงคโปร์
ข้อมูลจาก Euromonitor ระบุว่า ผู้บริโภคชาวสิงคโปร์ให้ความสำคัญมากขึ้นกับความสะดวก ความเชื่อมั่นในสินค้า และความคุ้มค่าในการจับจ่ายสินค้า โดย “ความคุ้มค่า” ถูกตีความได้หลากหลายรูปแบบ จากผลสำรวจพบว่าร้อยละ 43 ของผู้ตอบแบบสอบถามตั้งใจจะเพิ่มการซื้อสินค้าจากร้านค้าราคาประหยัดในอนาคต ขณะที่ร้อยละ 24 มีแนวโน้มจะเลือกซื้อสินค้ามือสองหรือสินค้าที่เคยผ่านการใช้งานมาแล้ว และร้อยละ 18 ระบุว่ากำลังมองหาสินค้าภายใต้แบรนด์ของร้านค้า (Private Label) หรือสินค้าราคาต่ำ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย
แม้ว่าการประหยัดต้นทุนจะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ผู้บริโภคบางส่วนก็ไม่ต้องการลดทอนคุณภาพหรือความภักดีต่อแบรนด์ โดยร้อยละ 37 ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าพร้อมจะซื้อน้อยลงแต่เลือกสินค้าที่มีคุณภาพสูงกว่า ในขณะที่ 23% ยังคงให้ความสำคัญกับแบรนด์ โดยมักเลือกซื้อสินค้าที่มาจากแบรนด์ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับ
พฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์และในร้านค้าจริงยังคงแข่งขันกันเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค โดยร้อยละ 49 ของผู้บริโภคชอบเห็นหรือทดลองสินค้าด้วยตนเองก่อนตัดสินใจซื้อ และร้อยละ 16 ระบุว่าความสามารถในการซื้อสินค้าได้ทันทีเป็นแรงจูงใจสำคัญในการไปที่ร้านค้า สำหรับผู้บริโภคที่ชอบซื้อของออนไลน์ร้อยละ 48 ให้ความสำคัญกับการได้ราคาที่ดีที่สุดร้อยละ 41 เห็นว่าการจัดส่งฟรีเป็นปัจจัยสำคัญ และร้อยละ 32 ให้ความสำคัญกับความสะดวกและความพร้อมในการจัดส่งสินค้าในการตัดสินใจซื้อ
ภายใต้แรงกดดันจากราคาสินค้าอาหาร พลังงาน น้ำมันเชื้อเพลิง และสินค้าอื่น ๆ ที่เพิ่มสูงขึ้น ผู้บริโภคต่างมองหาวิธีจัดการค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับการประหยัดเป็นหลัก จากผลสำรวจพบว่าร้อยละ 44 ของผู้ตอบแบบสอบถาม รวมถึงร้อยละ 48 ของกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ (ช่วงปีเกิดระหว่างปี 2489-2507) ระบุว่าชื่นชอบการมองหาสินค้าราคาพิเศษหรือสินค้าลดราคา
ขณะเดียวกัน ร้อยละ 35 ของผู้บริโภคชาวสิงคโปร์ รวมถึงร้อยละ 42 ของกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ กล่าวว่า พวกเขาพยายามดำเนินชีวิตแบบมินิมัลลิสต์ และจะไม่ซื้อของใหม่หากไม่จำเป็น โดยในกลุ่มผู้ที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ ร้อยละ 24 ไม่เห็นด้วยกับข้อความที่ว่า “ฉันมีความมั่นคงทางการเงิน”
นอกจากนี้ ร้อยละ 81 ของผู้บริโภคชาวสิงคโปร์รู้สึกว่าราคาสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันเพิ่มสูงขึ้น โดยในกลุ่มที่เห็นด้วยกับข้อความนี้ ร้อยละ 26 ระบุว่าพวกเขามีแนวโน้มจะซื้อสินค้ามากขึ้น หรือเลือกช้อปปิ้งบ่อยขึ้นจากร้านค้าหรือเว็บไซต์ที่ตนถือบัตรสมาชิก บัตรสะสมแต้ม หรือบัตรเครดิตของร้านค้า
ข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับทัศนคติของผู้บริโภคชาวสิงคโปร์ต่อการจับจ่ายสินค้าโดยรวม
- ร้อยละ 64 ระบุว่า “การได้เห็นหรือทดลองสินค้า” ก่อนตัดสินใจซื้อ เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้พวกเขาชอบซื้อสินค้าที่ร้านค้า
- ร้อยละ 71 ออกไปซื้อของเพื่อความเพลิดเพลินอย่างน้อยเดือนละครั้ง
- ร้อยละ 44 ยินดีจ่ายในราคาที่สูงขึ้นสำหรับเสื้อผ้าและรองเท้าที่มีคุณภาพสูง และ ร้อยละ 39 ยินดีจ่ายมากขึ้นเพื่อซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลบ้านที่มีคุณภาพดี
- ร้อยละ 20 ระบุว่ามักตัดสินใจซื้อสินค้าแบบเฉียบพลัน (ซื้อโดยไม่ได้วางแผนล่วงหน้า)
- ร้อยละ 41 มักอ้างอิงข้อมูลจากแบรนด์หรือบัญชีโซเชียลมีเดียของแบรนด์เมื่อพิจารณาซื้อสินค้า
- ร้อยละ 65 ให้ความสำคัญกับ “ความคุ้มค่า” เมื่อเลือกซื้อเสื้อผ้าและรองเท้า
- การซื้อสินค้ามือสองหรือ “pre-loved items” ถือเป็นทางเลือกยอดนิยมของผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและสังคม นอกจากนี้ ร้อยละ 25 ของผู้บริโภคกลุ่มนี้ระบุว่าพวกเขาชอบซื้อสินค้าหรือบริการจากแบรนด์และบริษัทที่มีเป้าหมายทางสังคมหรือมีจุดยืนชัดเจน (purpose-driven brands)
- ร้อยละ 18 ของผู้บริโภคระบุว่าพยายามเลือกซื้อสินค้าจากร้านค้าที่เจ้าของเป็นคนสิงคโปร์ ขณะที่ ร้อยละ 58 เห็นว่าการมีส่วนร่วมในกิจกรรมของชุมชนเป็นสิ่งสำคัญ
- ร้อยละ 25 ของผู้บริโภค รวมถึงกลุ่มมิลเลนเนียลส์ หรือเจนวาย (ช่วงปีเกิดระหว่างปี 2524-2539) มีแนวโน้มที่จะซ่อมแซมของใช้แทนการซื้อใหม่ และในกลุ่มนี้ ร้อยละ 30 ยังบริจาคเงินให้แก่องค์กรการกุศลหรือมูลนิธิที่สนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
- ร้อยละ 16 ของผู้ตอบแบบสอบถาม รวมถึง ร้อยละ 18 ของกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ ระบุว่าพยายามเลือกซื้อสินค้าหรือบริการที่ผลิตจากทรัพยากรในประเทศ และในกลุ่มนี้ ร้อยละ 52 ยังระบุว่าพวกเขาชอบซื้อสินค้าจากแบรนด์ที่สนับสนุนประเด็นทางสังคมหรือการเมืองที่สอดคล้องกับค่านิยมของตนเอง
- ในกลุ่มผู้บริโภคที่ระบุว่าซื้อสินค้าที่ผลิตอย่างยั่งยืน ร้อยละ 26 ยินดีจ่ายในราคาที่สูงขึ้นเพื่อซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลบ้านที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือมีจริยธรรมในการผลิต ร้อยละ 17 ยินดีจ่ายมากขึ้นสำหรับเสื้อผ้าและรองเท้าที่ผลิตอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และอีกร้อยละ 26 ยินดีจ่ายเพิ่มเพื่อซื้ออาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือผลิตอย่างยั่งยืน
ความคิดเห็นของสคต. และข้อเสนอแนะ
ผู้บริโภคสิงคโปร์กำลังปรับตัวต่อภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยให้ความสำคัญกับความสะดวกในการซื้อสินค้า ไม่ว่าจะเป็นสินค้าพร้อมใช้ บริการจัดส่งรวดเร็ว หรือระบบชำระเงินที่ใช้งานง่าย ขณะเดียวกัน ความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าและแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือ รวมถึงรีวิวจากผู้ใช้จริง ก็เป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อ นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังมองหาความคุ้มค่าทั้งด้านราคาและประสิทธิภาพ สะท้อนให้เห็นว่าพวกเขายังคงต้องการสินค้าที่ตอบโจทย์ทั้งคุณภาพและความคุ้มค่า สำหรับผู้ประกอบการไทย นี่เป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคสิงคโปร์ที่ให้ความสำคัญทั้งความคุ้มค่าและความเชื่อมั่น หากผู้ประกอยการวางตำแหน่งสินค้าให้ดูน่าเชื่อถือ คุณภาพดี คุ้มราคา และมีตัวเลือกที่หลากหลาย รวมถึงสินค้าพร้อมใช้ที่เพิ่มความสะดวก ก็จะช่วยขยายโอกาสเข้าสู่ตลาดได้มากขึ้น นอกจากนี้ การสื่อสารจุดขายด้านคุณภาพ มาตรฐานความปลอดภัย และความเป็นต้นตำรับของสินค้าไทย จะช่วยเสริมความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดสิงคโปร์ที่มองหาสินค้าที่เชื่อถือได้ในระยะยาว
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงสิงคโปร์
- Cover Image: Freepik