
สิงคโปร์แสวงหาความร่วมมือเพื่อการดักจับและการกักเก็บก๊าซคาร์บอนในต่างประเทศ
นาย Tan Lee Seng รัฐมนตรีคนที่สองของกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์ และนาย Ken Saito รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่น ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่างกันเพื่อแสวงหาความร่วมมือด้านการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอน (Carbon Capture and Storage – CCS) ระหว่างการเข้าร่วมการประชุม Asia Zero Emissions Community (AZEC) ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2567 ณ กรุงจาการ์ตา
บันทึกความร่วมมือฉบับนี้จะเป็นแนวทางดำเนินความร่วมมือให้สิงคโปร์และญี่ปุ่นลดก๊าซคาร์บอนเพื่อแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสิงคโปร์จะสามารถเรียนรู้การวิจัยและการนำเทคโนโลยี CCS มาใช้จากญึ่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี CCS ทั้งนี้ สิงคโปร์ได้แบ่งปันเส้นทางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (energy transition journey) ของสิงคโปร์เพื่อการบรรลุพันธกรณีต่อเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศและข้อตกลงปารีสในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน และได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือเพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ร่วมกันของโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) ตลอดจนเพื่อเร่งการปรับใช้พลังงานคาร์บอนต่ำ
ที่ผ่านมา สิงคโปร์มุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาด้านเทคโนโลยี CCS โดยมีแผนที่จะร่วมมือกับอินโดนีเซียในโครงการ CCS ข้ามพรมแดน เพื่อให้บริษัทต่าง ๆ ในสิงคโปร์สามารถส่งก๊าซคาร์บอนไปกักเก็บที่อินโดนีเซียได้ นอกจากนี้ รัฐบาลสิงคโปร์ยังร่วมกับบริษัท ExxonMobil และบริษัท Shell เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการรวมการปล่อยก๊าซคาร์บอนในสิงคโปร์เพื่อนำไปจัดเก็บในประเทศอื่น
นักวิเคราะห์จากตลาดพลังงาน Wood Mackenzie มีความเห็นว่า ญี่ปุ่นและสิงคโปร์ประสบปัญหา ที่คล้ายคลึงกันคือขาดแคลนพื้นที่จัดเก็บก๊าซคาร์บอนภายในประเทศ ทำให้จำเป็นต้องพึ่งพาวิธีการจัดเก็บก๊าซคาร์บอนในต่างประเทศ โดยญี่ปุ่นมีเทคโนโลยีการจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนที่ก้าวหน้า และกำลังพัฒนาความเชี่ยวชาญในการขนส่งก๊าซคาร์บอนในรูปแบบของเหลว ปัจจุบันญี่ปุ่นมีโครงการ CCS อย่างน้อย 9 โครงการ ที่อยู่ในระหว่างดำเนินการ โดย 5 โครงการเป็นโครงการกักเก็บก๊าซคาร์บอนในประเทศ อีก 3 โครงการจะขนส่งก๊าซคาร์บอนไปยัง มซ. และ 1 โครงการ เป็นการส่งออกก๊าซคาร์บอนไปยังพื้นที่ในโอเชียเนีย ทั้งนี้คาดว่า ในปี 2573 สิงคโปร์จะสามารถกักเก็บก๊าซคาร์บอนได้ 2.5 ล้านตันต่อปีผ่านการเรียนรู้จากญี่ปุ่น
ในการใช้เทคโนโลยี CCS ประเทศผู้จัดเก็บก๊าซคาร์บอนมีหน้าที่ในการรับรองว่าก๊าซคาร์บอนจะถูกกักไว้ใต้ดินอย่างถาวร ดังนั้น การจัดเก็บก๊าซคาร์บอนใต้ดินจึงต้องมีกฎระเบียบและมาตรฐานสูงเพื่อความปลอดภัย ทั้งนี้คาดว่า ญี่ปุ่นจะเป็นผู้ส่งออกก๊าซคาร์บอนรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกต่อไปและจะมีส่วนสำคัญในการกำหนดมาตรฐานที่จำเป็นในภูมิภาค
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์
แหล่งที่มาข้อมูล/ภาพ
- Cover Image: Adobe Stock