
มาตรการปกป้องผู้บริโภคสิงคโปร์จากการหลอกลวงทางไซเบอร์
เทคโนโลยีดิจิทัลสร้างคุณประโยชน์มากมายต่อเศรษฐกิจโลก แต่ขณะเดียวกันก็ก่อให้เกิดปัญหาใหม่ ๆ ตามมาโดยเฉพาะการหลอกลวงทางไซเบอร์ หรือ Cyber Scams จากข้อมูลของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสิงคโปร์ (Infocomm Media Development Authority – IMDA) ระบุว่า จำนวนเหยื่อที่ถูกหลอกลวงทางออนไลน์ของสิงคโปร์ในครึ่งแรกของปี 2567 มีมูลค่าความเสียหาย กว่า 385.6 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ โดยส่วนมากเป็นการหลอกลวงทางการค้าออนไลน์ การส่งลิงค์รับสมัครออนไลน์ โดยในจำนวนที่พบ phishing scam มีมูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 13.3 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ทั้งนี้ หากปัญหาดังกล่าวยังไม่ได้รับการแก้ไขก็คาดว่าจะมีมูลค่าความเสียหายจากการหลอกลวงทางออนไลน์ตลอดปี 2567 จำนวนมากกว่า 770 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ และสำหรับ phishing scam อาจสูงถึง 7.3 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์
เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2567 ธนาคารกลางสิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore – MAS) และ IMDA ได้ร่วมกันประกาศกรอบการทำงานเพื่อความรับผิดชอบร่วมกัน (Shared Responsibility Framework – SRF) เพื่อเป็นมาตรการปกป้องผู้บริโภคจากการหลอกลวงทางไซเบอร์ (scam) และลดภาระของผู้บริโภคที่ตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงออนไลน์และมักต้องแบกรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ SRF กำหนดให้ธนาคารและบริษัทโทรคมนาคมเริ่มดำเนินการมาตราการตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2567
การดำเนินการของธนาคาร (อาทิ DBS UOB OCBC Citibank รวมทั้งผู้ให้บริการชำระเงินแบบ e-wallet เช่น Grab YouTrip Revolut) ต้องให้ความรู้และเตือนภัยแก่ลูกค้าของตนเกี่ยวกับการหลอกหลวงออนไลน์ ที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งแนะนำวิธีการตรวจสอบและจับสังเกตุพิรุธต่าง ๆ เช่น การรับโทรศัพท์ หรือข้อความอีเมลที่ขอข้อมูลส่วนบุคคล โดยธนาคารจะต้องตรวจจับข้อทุจริต และยุติธุรกรรมที่ผิดปกติในทันที (real time) เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เงินถูกโอนไปยัง scammer โดยใช้ระบบ AI และ Machine Learning ในการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินอย่างต่อเนื่องเพื่อแยกแยะธุรกรรมที่น่าสงสัย ทั้งนี้ หากเงินในบัญชีถูกโอนออกไปภายในวันเดียวกันมีจำนวนมากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดคงเหลือในบัญชีอย่างน้อย 50,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ ธนาคารจะต้องระงับการโอนเงินจากบัญชีดังกล่าว และแจ้งเตือนไปยังเจ้าของบัญชีเพื่อตรวจสอบความถูกต้องและขอรับความยินยอมภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งหากธนาคารไม่ดำเนินการก็จะต้องชดเชยเงินนั้น เต็มจำนวนให้แก่เจ้าของบัญชีเพื่อบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้น
การดำเนินการของบริษัทโทรคมนาคม (อาทิ Singtel StarHub M1 Simba) ต้องตรวจจับช่องทาง การส่งข้อความทางโทรศัพท์มือถือเพื่อลดความเสี่ยงที่ scammer อาจส่งข้อความให้กดลิงค์เพื่อเข้าถึงบัญชี หรือข้อมูลที่ละเอียดอ่อน และร่วมมือกับหน่วยงานกำกับดูแลและตำรวจในการกำจัดข้อความหลอกลวง (phishing SMS) ที่ไม่ได้มาจากแหล่งต้นทางที่แท้จริง หากไม่ดำเนินการก็จะต้องชดเชยความเสียหายให้แก่ ผู้ตกเป็นเหยื่อจากลิงค์หลอกลวงเหล่านี้
กรอบการทำงานดังกล่าวมุ่งเน้นไปที่การป้องกัน phishing scam บนแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งเป็นการส่งข้อความหลอกลวงให้กดลิงค์ดูดเงิน ไม่รวมถึงการโทรศัพท์หลอกลวงเพื่อการลงทุน หรือการเสน่หา การเจาะระบบเข้าไปใช้เงินในบัญชี การโจรกรรมข้อมูลส่วนตัว การดาวน์โหลดมัลแวร์ ทั้งนี้ ผู้ได้รับความเสียหายจาก phishing scam เหล่านี้สามารถส่งข้อร้องเรียนเพื่อเรียกค่าเสียหาย ไปยัง Financial Industry Disputes Resolution Centre ของสิงคโปร์
มาตรการดังกล่าวของรัฐบาลสิงคโปร์เป็นแนวทางที่เน้นบทบาทและความรับผิดชอบ ของผู้ให้บริการด้านการเงินและโทรคมนาคมในการสร้างความตระหนักรู้ รวมถึงสร้างระบบป้องกันและเตือนภัย ให้กับผู้ใช้บริการหรือผู้บริโภค ซึ่งนับเป็นการปกป้องคุ้มครองประชาชนและผู้ใช้บริการซึ่งควรได้รับ ทั้งความสะดวก ปลอดภัย และความมั่นใจในการใช้บริการเหล่านี้ และยังส่งเสริมการทำงานและความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholders) ทั้งหมดด้วย
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์
แหล่งที่มาข้อมูล/ภาพ
- Cover Image: Shutterstock