
ค้าปลีกสิงคโปร์เติบโตต่อเนื่อง หนุนโดยยอดขายยานยนต์
ข้อมูลจากกรมสถิติแห่งสิงคโปร์ (Singapore Department of Statistics – DOS) ระบุว่า ยอดค้าปลีกในเดือนมิถุนายน 2568 ขยายตัวขึ้นร้อยละ 2.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งสูงกว่าค่าประมาณการที่นักเศรษฐศาสตร์จาก Bloomberg ได้คาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 2 โดยมีอุตสาหกรรมยานยนต์ (motor vehicle) เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ทั้งนี้ หากไม่รวมยอดขายจากกลุ่มยานยนต์ ยอดค้าปลีกเดือนมิถุนายน 2568จะเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.4
ยอดขายรวมและช่องทางออนไลน์
มูลค่ายอดค้าปลีกทั้งหมดในเดือนมิถุนายน 2568 อยู่ที่ประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ โดยประมาณร้อยละ 13.6 ของยอดขายมาจากช่องทางออนไลน์ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 12.3 ในเดือนพฤษภาคม 2568 ทั้งนี้ ธุรกิจที่มียอดขายออนไลน์สูงสุด ได้แก่ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และโทรคมนาคม (computer and telecommunications equipment) ซึ่งมียอดขายออนไลน์คิดเป็นร้อยละ 56.2 ของยอดขายทั้งหมดในกลุ่มสินค้า เฟอร์นิเจอร์และของใช้ในบ้าน (furniture and household equipment) มียอดขายออนไลน์คิดเป็นร้อยละ 32.8 ของยอดขายทั้งหมด และซูเปอร์มาร์เก็ตและไฮเปอร์มาร์เก็ต (supermarkets and hypermarkets industries) มียอดขายออนไลน์คิดเป็นร้อยละ 12.3 ของทั้งหมด
การเติบโตของกลุ่มสินค้าสำคัญ
กลุ่มยานยนต์มียอดขายเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 14.6 สอดคล้องกับจำนวนใบรับรองการครอบครองรถยนต์ (Certificates of Entitlement – COE)[1] ที่สูงขึ้น นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจอื่นที่มียอดขายเพิ่มขึ้น ได้แก่ คอมพิวเตอร์และโทรคมนาคม (computer and telecommunications equipment) เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.3 แว่นตาและหนังสือ (optical goods and books) เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.9 และสินค้าสันทนาการ (recreational goods) เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.6 ขณะเดียวกัน กลุ่มที่มียอดขายลดลง ได้แก่ สถานีบริการน้ำมัน (petrol service stations) ลดลงร้อยละ 5.9 ร้านอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (retailers of food and alcohol) ลดลงร้อยละ 5.2
ภาคบริการอาหารและเครื่องดื่ม (F&B)
ยอดขายในภาคบริการอาหารและเครื่องดื่ม (food and beverage services) เดือนมิถุนายน 2568 ขยายตัวเล็กน้อยร้อยละ 0.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม หากปรับผลตามฤดูกาล (seasonally adjusted) ยอดขายจะลดลงที่ร้อยละ 1.5 ในเดือนมิถุนายน 2568 เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2568 โดยมูลค่ารวมของยอดขายในกลุ่มนี้อยู่ที่ประมาณ 962 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ โดยร้อยละ 26.7 มาจากยอดขายออนไลน์
นอกจากนี้ ภายในภาคบริการอาหารและเครื่องดื่ม กลุ่มที่มียอดขายเพิ่มขึ้น ได้แก่ (1) ผู้ให้บริการจัดเลี้ยง (food caterers) เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.5 (2) ร้านอาหารจานด่วน (fast-food outlets) เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.3 ขณะที่กลุ่มที่มียอดขายลดลง ได้แก่ (1) ร้านอาหารทั่วไป (restaurants) ลดลงร้อยละ 5.6 (2) ร้านกาแฟ ศูนย์อาหาร และแผงอาหารต่าง ๆ (cafes, food courts and other eating places) ลดลงร้อยละ 0.1
แนวโน้มครึ่งหลังของปี 2568
ผลสำรวจจากภาคบริการ (services sector) พบว่า ผู้ประกอบการร้อยละ 8 ในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มมีมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากกิจกรรมความบันเทิงและการแข่งขันกีฬาที่จะเกิดขึ้น เช่น คอนเสิร์ต การแข่งขัน F1 และเทศกาลปลายปี 2568 นี้
ในส่วนของตลาดอุตสาหกรรมยานยนต์ เดือนสิงหาคม 2568 ราคาประมูลใบรับรองจดทะเบียนรถยนต์ (COE) ของสิงคโปร์ปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบทุกหมวด โดยเฉพาะหมวด B สำหรับรถยนต์ขนาดใหญ่และรถยนต์พลังงานไฟฟ้าสมรรถนะสูง ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.7 อยู่ที่ 123,498 ดอลลาร์สิงคโปร์ สูงสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566 ขณะที่หมวด D สำหรับรถจักรยานยนต์ปรับลดลงร้อยละ 3.4 อยู่ที่ 9,189 ดอลลาร์สิงคโปร์ ไทยยังคงเป็นหนึ่งในตลาดหลักในการส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ไปยังสิงคโปร์ โดยในช่วงเดือนมีนาคม 2566 – กุมภาพันธ์ 2567 สิงคโปร์นำเข้าจากไทยคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 21 อยู่อันดับสอง รองจากญี่ปุ่นซึ่งมีสัดส่วนร้อยละ 26

แม้ว่าราคาที่ปรับสูงขึ้นอาจส่งผลให้ความต้องการซื้อรถยนต์ชะลอตัวลงในระยะสั้น แต่สถานการณ์ดังกล่าวยังสะท้อนถึงโอกาสของไทยในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์
แหล่งอ้างอิง
- Singapore retail sales up by 2.3%, driven by sales of motor vehicles | The Straits Times
- COE premiums rise in all categories except motorcycles; Cat B at $123,498, highest since Dec 2023 | The Straits Times
ภาคผนวก
[1] COE หรือ ใบรับรองสิทธิ์ในการครอบครองรถยนต์ เป็นระบบควบคุมจำนวนรถในสิงคโปร์ โดยผู้ที่ต้องการจดทะเบียนและใช้รถทุกคนต้องมี COE ซึ่งให้สิทธิ์ในการใช้รถบนถนนเป็นระยะเวลา 10 ปี COE จัดสรรผ่านการประมูลแบบเปิด แบ่งตามประเภทรถ เช่น หมวด A รถขนาดเล็กหรือรถ EV กำลังไม่สูง, หมวด B รถขนาดใหญ่หรือรถสมรรถนะสูง, หมวด C รถเชิงพาณิชย์, หมวด D รถจักรยานยนต์ และหมวด E หมวดเปิด (ใช้ได้กับทุกประเภท ยกเว้นมอเตอร์ไซค์) สำหรับผู้สนใจสามารถยื่นประมูลผ่านเครื่อง ATM (บุคคลทั่วไป) หรือทางธนาคารออนไลน์ (บัญชีองค์กร) เมื่อครบกำหนด 10 ปี ผู้ถือ COE สามารถเลือกต่ออายุ COE โดยชำระค่าธรรมเนียมที่เรียกว่า Prevailing Quota Premium (PQP) ซึ่งคำนวณจากค่าเฉลี่ยราคาประมูล COE ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาหรือยกเลิกการจดทะเบียนรถได้ตามความต้องการ