
รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในสิงคโปร์
เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2567 กระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ ได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 เนื่องจากมีการเพิ่มจำนวนของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสิงคโปร์อย่างรวดเร็วจนอาจเป็นการระบาดในวงกว้างรอบใหม่ โดยระบุว่าปัจจุบันผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสิงคโปร์เป็นการติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่ที่มีชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่า FLiRT ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีอัตราการแพร่ระบาดเร็ว แต่อาการของผู้ติดเชื้อไม่ได้รุนแรงมากกว่าในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ดีกระทรวงสาธารณสุขได้แนะนำให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เพื่อให้มีภูมิคุ้มกันอยู่เสมอ
จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19
กระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ได้จัดทำสถิติการติดเชื้อโควิด-19 ในสิงคโปร์แบบรายสัปดาห์ โดยมียอดผู้ติดเชื้อระหว่างวันที่ 5-11 พ.ค. 2567 จำนวน 25,900 ราย เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าซึ่งมีจำนวน 13,700 ราย และมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จำนวนผู้ติดเชื้อต่อวันเฉลี่ยจำนวน 250 ราย เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 181 ราย ผู้ติดเชื้อที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) มีจำนวน 3 ราย เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งมี 2 ราย โดยปัจจุบันระบบสาธารณสุขของสิงคโปร์มีขีดความสามารถในการรองรับผู้ป่วยติดเชื้อได้จำนวน 500 ราย หากจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 1,000 รายต่อวัน จะเป็นภาระหนักแก่ระบบสาธารณสุข
การดำเนินการของกระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์
กระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์แสดงความกังวลถึงภูมิคุ้มกันหมู่ที่ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป และสนับสนุนให้ประชาชนกลุ่มที่ได้รับวัคซีนครั้งล่าสุดเกิน 1 ปี เข้ารับการฉีดวัคซีนกระตุ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปและผู้มีความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง โดยได้เพิ่มจำนวนคลินิกให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 และขยายเวลาเปิดทำการของ Joint Testing and vaccination Centres (JTVCs) จำนวน 5 แห่ง เพื่อรองรับจำนวนประชาชนที่ต้องการเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เพิ่มขึ้น
กระทรวงสาธารณสุขได้ย้ำเตือนให้ประชาชนรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล ลดการเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมเมื่อรู้สึกไม่สบาย สวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ นอกจากนี้ยังได้แนะนำให้ผู้ที่มีแผนจะเดินทางไปต่างประเทศในช่วงเดือน มิ.ย. 2567 ซึ่งเป็นช่วงปิดภาคเรียน เฝ้าระวังและปฏิบัติตามข้อแนะนำในการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 อย่างเคร่งครัด
ข้อสังเกต
จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสิงคโปร์ในช่วงนี้นับว่าน้อยกว่าช่วงเดือนธันวาคม 2566 และมกราคม 2567 อย่างมาก โดยเฉพาะจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลและห้อง ICU โดยอาจเป็นผลมาจากภูมิคุ้มกันหมู่ที่เกิดขึ้นจากการรับวัคซีนอย่างครอบคลุมในกลุ่มประชาชนสิงคโปร์ และพฤติกรรมของประชาชนบางส่วนที่กลับมาสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญได้ย้ำเตือนให้ประชาชนมุ่งเน้นการป้องกันตนเองและเข้ารับการฉีดวัคซีนเพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อซ้ำ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการ long-COVID เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มียาที่สามารถรักษา long-COVID ได้ ทั้งนี้ ยังจำเป็นต้องติดตามตัวเลขการติดเชื้ออย่างใกล้ชิด เนื่องจากการปิดภาคเรียนอาจส่งผลให้เกิดจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นได้
วัคซีนที่ใช้ในสิงคโปร์เป็นวัคซีนที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน XBB.1.5 และยังไม่ได้มีการศึกษาถึงประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่แต่อย่างใด อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อเชื่อว่า วัคซีนที่ใช้อยู่ในสิงคโปร์จะยังคงมีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อที่รุนแรงและการเสียชีวิตได้
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์
ข้อมูลอ้างอิง
- https://www.straitstimes.com/singapore/s-pore-facing-new-covid-19-wave-vaccination-recommended-especially-for-seniors-ong-ye-kung
- https://www.moh.gov.sg/news-highlights/details/update-on-covid-19-situation
- https://www.channelnewsasia.com/singapore/kp1-kp2-flirt-covid-19-strains-variants-what-we-know-4349086
- Featured Image Source: Shutterstock