
DITP: สิงคโปร์และไทยลงนามบันทึกความเข้าใจ 5 ฉบับ เสริมสัมพันธ์การค้าและการลงทุน
สิงคโปร์และไทยลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) จำนวน 5 ฉบับ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจ เนื่องในโอกาสครบรอบความสัมพันธ์ทางการทูต 60ปี ของทั้งสองประเทศ พิธีลงนามจัดขึ้นระหว่างการประชุมกรอบความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและสิงคโปร์ (Singapore-Thailand Enhanced Economic Relationship: STEER) ครั้งที่ 7 โดยมีดร. ตัน ซี เลง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์คนที่สองของสิงคโปร์ และนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของไทย ร่วมเป็นสักขีพยานบันทึกความเข้าใจ (MOU) ทั้งหมด 5 ฉบับ ประกอบไปด้วย
1. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการอำนวยความสะดวกและส่งเสริมการค้าอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนระหว่าง Shopee (ประเทศไทย) และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ของไทย เพื่อส่งเสริมสินค้าไทยผ่านร้านค้าเฉพาะบนแพลตฟอร์ม Shopee ทั้งนี้ ผู้บริโภคชาวสิงคโปร์สามารถเลือกซื้อสินค้าไทยในแคมเปญส่งเสริมการขายสำหรับร้านค้าสินค้าไทย “TOPTHAI” บนแพลตฟอร์ม Shopee สิงคโปร์ ได้ ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ -เมษายน 2568
2. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างสมาคมผู้ค้าเนื้อสัตว์สิงคโปร์และสมาคมผู้ผลิตและแปรรูปสุกรเพื่อการส่งออกของไทย
3. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างสมาคมผู้ค้าเนื้อสัตว์สิงคโปร์ และสมาคมผู้แปรรูปไก่เพื่อการส่งออกของไทย โดยทั้งสองฉบับมีวัตถุประสงค์เดียวกัน เพื่ออำนวยความสะดวกและส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้า การแปรรูปและการผลิต การพัฒนาอุตสาหกรรม และความปลอดภัยของอาหาร
4. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคระหว่างสมาคมผู้บริโภคแห่งสิงคโปร์ (CASE) และสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคแห่งประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างทั้งสองฝ่ายในการจัดการกับคำถาม ข้อพิพาท หรือข้อร้องเรียนจากผู้บริโภคที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมระหว่างธุรกิจกับผู้บริโภคข้ามพรมแดน
5. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการพัฒนาแพลตฟอร์มฟินเทคระหว่าง iFAST Corporation Limited และบริษัทหลักทรัพย์ TSFC จำกัด (มหาชน) เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มฟินเทคที่จะช่วยให้บริษัทหลักทรัพย์และสถาบันการเงินของไทยสามารถซื้อขายพันธบัตรต่างประเทศได้อย่างราบรื่น โดยมีการกำหนดราคาที่ดำเนินการได้ทันทีและความโปร่งใสด้านราคาอย่างเต็มรูปแบบ ในระหว่างการประชุม รัฐมนตรีของทั้งสองประเทศได้เน้นย้ำถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจทวิภาคีที่ยาวนานและแสดงความยินดีต่อการขยายความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจของสิงคโปร์และไทย
นอกจากนี้ยังมีการหารือเกี่ยวกับประเด็นความร่วมมือในด้านต่างๆ เช่น การค้าเกษตร การลงทุน เศรษฐกิจดิจิทัล ทรัพย์สินทางปัญญา เครดิตคาร์บอน และการท่องเที่ยวเรือสำราญ ในคำกล่าวเปิดการประชุม ดร. แทน กล่าวว่า บริษัทในสิงคโปร์ได้มีพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่งในประเทศไทย ซึ่งช่วยขยายการลงทุนในภาคส่วนต่างๆ ของไทย เช่น อุตสาหกรรมการผลิต บริการทางการเงินและการประกันภัย อสังหาริมทรัพย์ รวมถึงภาคส่วนใหม่ๆ ที่กำลังเติบโต เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน และเศรษฐกิจดิจิทัล
ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ
ความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับไทยถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างเครือข่ายการค้าและการลงทุนในอาเซียน การเป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดของไทยแสดงให้เห็นถึงความสนใจของภาคธุรกิจสิงคโปร์ในการขยายตลาดในภูมิภาค โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ เช่น พลังงานสะอาดและเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งไทยมีทรัพยากรและกำลังแรงงานที่สามารถสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจจากสิงคโปร์ได้ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและสิงคโปร์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นยังถือเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน เศรษฐกิจดิจิทัล พลังงานหมุนเวียน และยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ
นอกจากนี้ การลงทุนโดยตรงจากสิงคโปร์ที่เพิ่มขึ้นสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทย อย่างไรก็ตาม ไทยอาจจะต้องเร่งพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในระดับโลก เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและดึงดูดการลงทุนจากบริษัทชั้นนำ
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงสิงคโปร์
แหล่งที่มาข้อมูล/ภาพ
- https://www.straitstimes.com/business/spore-and-thai-firms-and-organisations-ink-5-pacts-covering-e-commerce-and-other-areas
- https://www.channelnewsasia.com/singapore/singapore-thailand-sign-mou-60-years-relations-4999806
- https://www.businesstimes.com.sg/international/asean/singapore-and-thai-businesses-associations-ink-5-mous-strengthen-trade-and-
- Cover Image : shutterstock