สิงคโปร์เป็นเจ้าภาพจัดงาน Asia Tech x Singapore (ATxSG) ค.ศ. 2023 แสดงจุดยืนการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ที่ปลอดภัย มีมาตรฐานและสร้างสรรค์สังคม

สิงคโปร์พร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลในระดับภูมิภาคและโลก

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2566 นาย Lawrence Wong รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสิงคโปร์กล่าวเปิดงาน ATxSG ค.ศ. 2023 โดยกล่าวเน้นมุมมองของสิงคโปร์ต่อ “เศรษฐกิจดิจิทัล” ซึ่งคาดว่าเศรษฐกิจดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเติบโตอีก 5 เท่า ภายในปี 2573 มูลค่ารวมกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีผู้ขับเคลื่อนกลุ่มใหญ่ที่สุดในภูมิภาคคือกลุ่มชนชั้นกลางซึ่งกำลังขยายตัวในหลายประเทศ

สิงคโปร์จะมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านความเชื่อมโยงดิจิทัลทั้งทางกายภาพตามแผน Digital Connectivity Blueprint ซึ่งรวมถึงการพัฒนาเครือข่ายเคเบิลใต้น้ำความเร็ว 10 กิกาบิตส์ต่อวินาที และโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่ใช่กายภาพ โดยเฉพาะ digital utilities ได้แก่ (1) อัตลักษณดิจิทัล (2) การแจ้งหนี้และการจ่ายเงินทางดิจิทัล (3) การแลกเปลี่ยนข้อมูล และ (4) การรับรองเอกสารดิจิทัล ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาซอฟท์แวร์ที่ช่วยส่งเสริมการทำธุรกรรมดิจิทัลที่ไร้รอยต่อ เชื่อถือได้ และปลอดภัย ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงระบบความเชื่อมโยงการชำระเงินข้ามพรมแดนแบบ real-time สิงคโปร์กับไทย (PromptPay-PayNow) และสิงคโปร์กับอินเดีย (Unified Payments Interface) ว่าเป็นตัวอย่างที่ดีของความร่วมมือระหว่างประเทศที่สิงคโปร์ประสงค์จะขยายผลไปยังประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคอาเซียน

นอกจากนี้ สิงคโปร์ได้จัดทำโครงการ TradeTrust เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเอกสารทางการค้าแบบดิจิทัลกับต่างประเทศ อย่างปลอดภัย โดยได้จัดทำกับสหราชอาณาจักร สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และสาธารณรัฐประชาชนจีนแล้ว ทั้งนี้ สิงคโปร์ให้ความสำคัญและร่วมมือกับนานาประเทศอย่างแข็งขันในการต่อต้านการโจมตีทางไซเบอร์และการโจรกรรมทางไซเบอร์ รวมทั้งการส่งเสริม data flows โดยคำนึงว่าการทำธุรกรรมที่ปลอดภัยสำหรับประชาชนเป็นพื้นฐานที่สำคัญยิ่งของเศรษฐกิจดิจิทัล สิงคโปร์ยังได้จัดทำความตกลงด้านเศรษฐกิจดิจทัลทั้งแบบทวิภาคีและพหุภาคีกับนานาประเทศ ซึ่งรวมถึงออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหราชอาณาจักร สาธารณรัฐเกาหลี และชิลี และอยู่ระหว่างการจัดทำความตกลงเศรษฐกิจดิจทัลในระดับอาเซียน ทั้งนี้ การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลเป็นประเด็นที่แต่ละประเทศจะดำเนินการเพียงลำพังไม่ได้ จึงเป็นโอกาสดีที่ผู้แทนประเทศต่าง ๆ ได้มาร่วมมือและแลกเปลี่ยนทัศนะกันในงาน ATxSG ครั้งนี้

การจัดทำกฎระเบียบเพื่อป้องกันและปราบปรามผู้ใช้ AI ในทางที่ผิดเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่สิงคโปร์ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง โดยสิงคโปร์ได้จัดทำ Model AI Governance Framework เป็นประเทศแรกในเอเชียเมื่อปี 2562 เช่นเดียวกับประเด็นด้านความปลอดภัยและมาตรฐานที่มีความสำคัญเช่นกัน โดยรองนายกรัฐมนตรี Wong ยกตัวอย่างการพัฒนาสู่ดิจิทัลที่รวดเร็วว่ามีผลต่อการจ้างงานและการถูกเลิกจ้างของประชาชนทั้งกลุ่มพนักงานออฟฟิศและผู้ใช้แรงงาน จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะร่วมมือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหา โดยรัฐบาลสิงคโปร์ร่วมกับพันธมิตรภาคเอกชนจัดทำโครงการพัฒนาและเพิ่มพูนทักษะด้านดิจิทัลแก่ประชาชนสิงคโปร์ ให้มีศักยภาพในการแข่งขันในโลกที่เปลี่ยนเป็นดิจิทัลยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้ รัฐบาลสิงคโปร์จะไม่ทอดทิ้งประชาชนกลุ่มที่อาจยังมีปัญหาเรื่องการใช้งานเครื่องมือทางดิจิทัลในการรับบริการต่าง ๆ ของภาครัฐด้วย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ โดยรัฐบาลจะต้องให้ทางเลือกแก่กลุ่มคนเหล่านี้เพิ่มเติมจากบริการดิจิทัลด้วย

สิงคโปร์เน้นการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ที่ปลอดภัยเพื่อประชาชน  (AI for Public Good and Social Good)

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2566 นาง Josephine Teo รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารและสารสนเทศ (MCI) สิงคโปร์กล่าวเปิดการประชุม Asia Tech x Artificial Intelligence (ATxAI) Conference โดยเน้นว่า สิงคโปร์เข้าใจความท้าทายจากการพัฒนา AI ที่รวดเร็วและภัยจากการนำ AI ไปใช้ในทางที่ผิดของผู้ไม่หวังดี อย่างไรก็ตาม สิงคโปร์ เห็นความจำเป็นที่จะพัฒนา AI อย่างสร้างสรรค์ต่อไป เพื่อให้ AI เป็น “Augmented Intelligence” ที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน ช่วยสนับสนุนการทำงานมากกว่าการแย่งงานมนุษย์ และช่วยสร้างสรรค์สังคมสิงคโปร์ในทุกด้าน อาทิ การใช้ AI เพื่อประมวลผลข้อคิดเห็นและตอบคำถามประชาชนได้อย่างรวดเร็ว และการบริหารจัดการท่าเรือขนส่งสินค้าของสิงคโปร์

นอกจากนี้ รัฐบาลสิงคโปร์มุ่งมั่นที่จะใช้ AI สนับสนุนการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง ได้แก่ (1) การใช้ AI เพื่อส่งเสริมการแพทย์แม่นยำ (precision medicine) โดยศึกษาความเชื่อมโยง DNA ของกลุ่มตัวอย่างชาวสิงคโปร์ 100,000 คน เนื่องจากสิงคโปร์ กำลังก้าวสู่สังคมสูงอายุแบบเต็มขั้น (super-aged society) โดย 1 ใน 4 ของประชากรจะมีอายุมากกว่า 65 ปี ภายในปี 2573 (2) การใช้ AI เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนและบรรลุเป้าหมาย Net Zero โดยเฉพาะการใช้พลังงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด และ (3) การใช้ AI ในภาคการศึกษา ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้เรียนที่สามารถออกแบบการเรียนที่เหมาะกับแต่ละบุคคลได้และผู้สอนที่จะสามารถทุ่มเทเวลาให้กับการสอนได้มากขึ้น

โอกาสนี้ รัฐมนตรี Teo ได้ประกาศการจัดตั้งหน่วยงาน AI Verify Foundation เพื่อวางกลยุทธ์และมาตรฐานการพัฒนา AI ของสิงคโปร์ร่วมกับบริษัทชั้นนำของโลก ซึ่งรวมถึง IBM  Google  Microsoft  Red Hat  Salesforce และ Aicadium ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะเชิงลึก โดยรัฐบาลสิงคโปร์จะร่วมมือกับภาคเอกชนและภาควิชาการที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนการพัฒนา AI อย่างสร้างสรรค์ในมิติต่าง ๆ อาทิ การพัฒนาเครื่องมือทาง AI เพื่อต่อสู้กับการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายต่อไป


หน่วยงาน AI Verify Foundation
แหล่งที่มา: MCI (https://www.facebook.com/SingaporeMCI)

ข้อมูลเพิ่มเติม/ข้อสังเกต

งาน ATxSG ค.ศ. 2023 จัดโดยสำนักงานการพัฒนาสารสนเทศ การสื่อสาร และสื่อ (Infocomm Media Development – IMDA) ของสิงคโปร์ งานแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงการประชุมสุดยอด (ATxSummit) ระหว่างวันที่ 6 – 7 มิถุนายน 2566 ซึ่งผู้ร่วมงานมาจากทั้งภาครัฐ เอกเชน และประชาสังคมทั่วโลก โดยเป็นผู้ที่ได้รับเชิญเท่านั้น เน้นการหารือเกี่ยวกับบทบาทของเทคโนโลยีในการพัฒนาอนาคตแห่งดิจิทัลร่วมกัน และช่วง ATxEnterprise ระหว่างวันที่ 7 – 9 มิถุนายน 2566 ซึ่งเป็นเวทีเปิดกว้างให้ผู้ประกอบการและผู้สนใจทั่วไปได้อภิปรายในหัวข้อที่น่าสนใจล่าสุดในวงการเทคโนโลยี

งาน ATxSG ในปีนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 17,000 คน ผู้กล่าวอภิปรายกว่า 350 คน ผู้สนับสนุนและผู้จัดแสดงนิทรรศการกว่า 1,000 ราย ใช้เวลาในการนำเสนอเนื้อหารวมกันทั้งหมดกว่า 120 ชั่วโมง จึงถือเป็นงานที่มีพลวัตรสูง โดยผู้นำจากต่างประเทศที่เข้าร่วมงาน เช่น นายกรัฐมนตรีเอสโตเนีย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเนเธอร์แลนด์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารฟิลิปปินส์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและนวัตกรรมลิทัวเนีย ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รวมถึงนาง Jacinda Ardern อดีตนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ สำหรับประเทศไทย ศาสตราจารย์วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้นำคณะเข้าร่วมงานดังกล่าว ซึ่งประเทศไทยส่งเสริมเครือข่ายการต่อต้านและการแจ้งเตือน scams และการสร้างธรรมาภิบาลด้าน AI เพื่อความปลอดภัยด้านดิจิทัลสูงสุดของประชาชน

รัฐบาลสิงคโปร์ให้ความสำคัญกับการจัดงาน ATxSG อย่างยิ่ง โดยนอกจากรองนายกรัฐมนตรี Wong และรัฐมนตรี Teo แล้ว นาย Heng Swee Keat รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประสานงานด้านนโยบายเศรษฐกิจได้เข่าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2566 และกล่าวสุนทรจน์เรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของสิงคโปร์ ซึ่งสิงคโปร์ได้ก่อตั้ง Center for Quantum Technologies (CQT) เมื่อปี 2550 และลงทุนพัฒนาศูนย์ CQT เป็นจำนวนกว่า 250 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ รองนายกรัฐมนตรี Heng ยังได้ประกาศการจัดตั้งโครงการ NQSN Plus (NQSN+) เพื่อส่งเสริมเครือข่ายการพัฒนาควอนตัมที่ปลอดภัยในสิงคโปร์ด้วย นอกจากนี้ นาง Grace Fu รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความยั่งยืนและสิงคโปร์ได้ร่วมประชุมในหัวข้อDoubling Down on Sustainability: The Critical Role of Digital Technology ด้วย


ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์


ข้อมูลอ้างอิง