
DITP: สิงคโปร์ทุ่มงบหลายพันล้านเหรียญฯ เร่งขับเคลื่อนมาตรการด้านภูมิอากาศ ลดคาร์บอน
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมสิงคโปร์ (Ministry of Sustainability and the Environment: MSE) นาง Grace Fu ได้ตั้งเป้าภารกิจสำคัญของกระทรวงในปีนี้เป็น “ปีแห่งการปรับตัวต่อภูมิอากาศ” เพื่อรับมือการเพิ่มขึ้นของคลื่นความร้อนภัยจากน้ำท่วมจากการขึ้นของระดับน้ำทะเล ตลอดจนความมั่นคงด้านอาหารและน้ำ ซึ่งรวมถึงการเสริมความแข็งแรงของแนวชายฝั่งและการลงทุนวิจัย เพื่อพัฒนาวิธีช่วยลดผลกระทบของอุณหภูมิสูงต่อประชาชนและประเทศ
มาตรการดังกล่าวจะถูกรวบรวมและจัดทำเป็นแผนการปรับตัวแห่งชาติ (National Adaptation Plan) ฉบับแรกของสิงคโปร์ ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในปี 2570 ทั้งนี้ ประเทศภาคีความตกลงปารีสมีพันธกรณีต้องจัดทำและยื่นแผนดังกล่าวต่อองค์การสหประชาชาติ รมว. Grace Fu กล่าวว่า ความพยายามลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกกำลังเผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและความตึงเครียด ทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจทำให้ประเทศที่ปล่อยคาร์บอนมากที่สุดล่าช้าหรือถอยออกจากภาระผูกพันด้านสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้สิงคโปร์ต้องเตรียมความพร้อมให้โครงสร้างพื้นฐาน ธุรกิจและประชาชนสามารถทนต่อสภาพภูมิอากาศที่แย่ลงในอนาคตได้
มาตรการด้านความทนทานต่อความร้อนและน้ำท่วม เพื่อจัดการปัญหาคลื่นความร้อน รัฐบาลสิงคโปร์ได้จัดตั้ง Heat Resilience Policy Office เพื่อประสานการดำเนินงานทั่วประเทศ ควบคุมงานวิจัย และวางแผนเชิงรุกในหลายด้าน เช่น โครงสร้างพื้นฐาน สุขภาพเศรษฐกิจ และสังคม พร้อมจัดสรรเงินทุนเพิ่มกว่า 40 ล้านเหรียญสิงคโปร์สำหรับการวิจัยผลกระทบของความร้อนและพัฒนาวิธีการระบายความร้อนให้เหมาะกับกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และพนักงานกลางแจ้ง ขณะเดียวกันมีโครงการปรับปรุงระบบระบายน้ำเพื่อรับมือกับฝนตกหนักและปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศ
การเสริมความมั่นคงชายฝั่งและทรัพยากรน้ำ

เพื่อปกป้องชายฝั่งจากการขึ้นของระดับน้ำทะเล
รัฐบาลฯเตรียมสร้างแนวป้องกันต่อเนื่องรอบเกาะ
โดยเริ่มจากพื้นที่ทางตะวันตกและตะวันตกเฉียงเหนือ เช่น การยกคันกั้นน้ำและปรับปรุงประตูน้ำสำหรับแหล่งเก็บน้ำสำคัญต่างๆ รวมถึงการบูรณาการความคุ้มค่าทางนิเวศวิทยาในโครงสร้างป้องกันชายฝั่งที่ใช้เป็นเส้นทางสำหรับการบำรุงรักษาด้วย
นอกจากนี้ การศึกษาด้านวิศวกรรมเชิงรายละเอียดกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา ก่อนเริ่มก่อสร้างตั้งแต่กลางปี 2573 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ รัฐสภาจะอภิปรายร่างกฎหมายป้องกันชายฝั่ง ซึ่งกำหนดให้เจ้าของที่ดินเอกชนต้องดำเนินมาตรการปกป้องพื้นที่ชายฝั่งของตนจากการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล มิฉะนั้นอาจถูกลงโทษตามกฎหมายในเร็วๆ นี้ การมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคเอกชนรัฐบาลเน้นว่าการรับมือการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศต้องเป็นความร่วมมือทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไป เช่น โรงเรียนสามารถปรับตารางกิจกรรมให้สอดคล้องกับสภาพอากาศ
ธุรกิจควรรวมมาตรการปรับตัวเป็นกลยุทธ์หลักและชุมชนสามารถจัดการฝึกซ้อมรับมือความร้อน หมอกควันและน้ำท่วม โดยเน้นการสร้างความตระหนักด้านความเสี่ยงและแผนตอบสนองฉุกเฉินในระดับครอบครัวและชุมชน
นอกจากนี้ รัฐบาลฯ ยังได้วางแผนจัดกิจกรรมหารือกลุ่มย่อยและนิทรรศการสาธารณะเพื่อนำเสนอและรับฟังความคิดเห็นต่อ National Adaptation Plan พร้อมสนับสนุนโครงการริเริ่มจากภาคประชาชนผ่านกองทุน SG Eco Fund เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาความต้านทานทางภูมิอากาศที่เหมาะสมกับบริบทท้องถิ่น
การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน
รัฐบาลสิงคโปร์จะลงทุน 800 ล้านเหรียญฯ ภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้าเพื่อสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีลดคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคพลังงานและอุตสาหกรรม โดยเป็นส่วนหนึ่งของ Decarbonisation Research, Innovation and Enterprise Grand Challenge ภายใต้นโยบาย Research, Innovation and Enterprise (RIE) 2030 ของรัฐบาล เพื่อสนับสนุนการพัฒนาการใช้พลังงานสะอาดและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานไฮโดรเจนและพลังงานอื่นๆ ความมีประสิทธิภาพพลังงานการจัดเก็บพลังงาน การดักจับและนำคาร์บอนไปใช้ใหม่ตลอดจนการปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าให้มีความทันสมัยและยืดหยุ่นยิ่งขึ้น เพื่อให้สิงคโปร์สามารถบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนในปี 2035 และความมุ่งมั่นสู่ NetZero ในปี 2593 ได้อย่างยั่งยืน
ความคิดเห็นของสคต. และข้อเสนอแนะ
รัฐบาลสิงคโปร์กำลังเร่งสร้างความพร้อมรับมือผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นระบบในการวิจัยผลกระทบของความร้อน สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปรับโครงสร้างพื้นฐานปรับปรุงระบบสาธารณสุข และพัฒนามาตรการป้องกันเชิงรุกสำหรับประชาชนและภาคธุรกิจ
สำหรับผู้ประกอบการไทย มาตรการดังกล่าวเปิดโอกาสทางธุรกิจหลายด้านทั้งในกลุ่มสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับการปรับตัวต่อความร้อน เช่น ระบบระบายความร้อน อาคารอัจฉริยะอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน เครื่องปรับอากาศและพัดลมที่ประหยัดพลังงาน หรือสินค้านวัตกรรมต่างๆ ที่จะช่วยลดอุณหภูมิ เช่น สีทาอาคาร หรือวัสดุก่อสร้างสะท้อนความร้อนซึ่งสามารถต่อยอดและขยายโอกาสมายังตลาดสิงคโปร์ได้
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงสิงคโปร์
แหล่งข้อมูล:
- Cover Image: Unsplash