สิงคโปร์กำลังเผชิญกับปัญหาความโดดเดี่ยวของผู้สูงอายุ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพกาย และจิตใจ งานวิจัยชี้ว่า ความเหงาทำให้ผู้สูงอายุมีแนวโน้มอายุขัยสั้นลงและเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมมากขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหานี้ รัฐบาลสิงคโปร์กำลังพัฒนาเทคโนโลยี AI รวมถึงหุ่นยนต์ เพื่อช่วยดูแลและเป็นเพื่อน ให้กับผู้สูงอายุ นอกจากนี้ รัฐบาลสิงคโปร์ได้ประกาศแผนเพิ่มจำนวนจิตแพทย์และนักจิตวิทยาในภาครัฐ ถึงร้อยละ 30 และร้อยละ 40 ตามลำดับ ภายในปี 2573 (ค.ศ.2030) พร้อมขยายบริการสุขภาพจิต ในโรงพยาบาลและคลินิกทั่วไป เพื่อขยายการเข้าถึงบริการให้แก่ผู้สูงอายุ

หุ่นยนต์ AI ในชีวิตผู้สูงอายุ

สิงคโปร์ไม่ใช่หน้าใหม่ในเรื่องการใช้เทคโนโลยีดูแลผู้สูงอายุ เนื่องจากที่ผ่านมามีการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในหลายรูปแบบ เช่น RoboCoach Xian ที่ช่วยแนะนำการออกกำลังกาย และหุ่นยนต์ Dexie ที่ส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ในผู้ป่วยสมองเสื่อม หนึ่งในหุ่นยนต์ AI เพื่อผู้สูงอายุคือ หุ่นยนต์เทมี่ (Temi Robot) ซึ่งถูกใช้อย่างแพร่หลาย ในบ้านพักคนชราและบ้านของผู้สูงอายุในสิงคโปร์ Temi Robot สามารถพูดคุยกับผู้สูงอายุ เล่นเพลง แนะนำด้านสุขภาพ และตรวจวัดอุณหภูมิพร้อมส่งข้อมูลไปยังแพทย์ นอกจากนี้ โครงการ Share a Pot ยังช่วยรวมกลุ่มผู้สูงอายุรับประทานอาหารและออกกำลังกายร่วมกัน เพื่อลดความเหงาและสร้างความสัมพันธ์ ในชุมชน

ประโยชน์และความเสี่ยงเกี่ยวกับการใช้ AI

แม้เทคโนโลยี AI จะมีศักยภาพในการช่วยเหลือผู้สูงอายุ แต่ก็มีข้อกังวลเกี่ยวกับจริยธรรม และความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า AI เป็นเพียงการจำลองความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิดเกี่ยวกับความสามารถที่แท้จริงของเครื่อง นอกจากนี้ การเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพและพฤติกรรมของผู้ใช้ยังอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม ดังนั้น การเก็บรักษาข้อมูลให้ปลอดภัย จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

ข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็น

การสรรหาและพัฒนาบุคลากรด้านสุขภาพจิตในสิงคโปร์ยังคงเป็นความท้าทาย เนื่องจากจำนวนประชากรของสิงคโปร์เติบโตไม่มาก ขณะที่จำนวนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ งานในสายนี้มีความเครียดสูงและเสี่ยงต่อภาวะหมดไฟ ดังนั้น การนำเทคโนโลยี AI มาใช้เพื่อลดภาระงานจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ แม้ AI ไม่สามารถแทนที่ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ได้ แต่การใช้ AI อย่างมีจริยธรรมสามารถ ช่วยดูแลสุขภาพจิต และลดความเหงาของผู้สูงอายุได้ในระดับหนึ่ง ทั้งนี้ โครงการ Smart Nation ของรัฐบาลสิงคโปร์ได้สนับสนุนธุรกิจ Healthcare ที่จดทะเบียนและดำเนินงานในสิงคโปร์ โดยเงื่อนไขทั่วไปต้องมีหุ้นส่วนอย่างน้อยร้อยละ 30 ซึ่งถือโดยบุคคลสิงคโปร์และ/หรือลูกค้าสัญชาติสิงคโปร์ (PR) ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของโดยตรง แต่สามารถถือครองผ่านบริษัทอื่น ๆ หรือการถือหุ้นทางอ้อมได้ โดยเงื่อนไขเพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับประเภท ของโครงการที่ขอรับการสนับสนุน เช่น Enterprise Development Grant (EDG) หรือ Smart Health Tech Grant (SHTG) เป็นต้น


ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์


แหล่งที่มาข้อมูล/ภาพ