
เอเชีย: ตลาดศักยภาพสูงของโครงการคมนาคมขนาดใหญ่
ภูมิภาคเอเชียมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว มีการคาดการณ์ว่าประชากรในเอเชียจะเพิ่มจาก 2.36 พันล้านคนในปี 2563
เป็น 3.48 พันล้านคนภายในปี 2593 อีกทั้งยังมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่องและระบบขนส่งมีการเติบโตสูง โครงการด้านการคมนาคมขนาดใหญ่ระดับประเทศในเอเชียจึงดึงดูดนักลงทุนเช่นกัน
รัฐบาลหลายประเทศในเอเชียต่างมีโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบขนส่งขนาดใหญ่ สะท้อนแนวโน้มการลงทุนขนาดใหญ่ทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยคาดว่าระหว่างปี 2563–2578 ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกจะต้องการเงินลงทุนเพื่อโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมประมาณ 43 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมถนน รถไฟ และรถไฟความเร็วสูง
โครงการขนส่งอัจฉริยะหลายรูปแบบที่กำลังเกิดขึ้นและความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เอเชียกลายเป็นภูมิภาคที่มีโอกาสสูงสำหรับนวัตกรรมและการลงทุนด้านการขนส่ง ตั้งแต่แผนระดับชาติจนถึงการปรับปรุงระบบขนส่งในระดับเมือง
โครงการด้านการคมนาคมขนาดใหญ่ในเอเชีย โอกาสและความท้าทายด้านการลงทุนขนาดใหญ่
จีน: ตั้งเป้าเพิ่มอัตราการเป็นเมือง (urbanization) ให้ใกล้ร้อยละ 70 ภายในอีก 5 ปี จากเดิมร้อยละ 66.16 เมื่อสิ้นปี 2566 พร้อมเดินหน้าลงทุนในรถไฟความเร็วสูงและโซลูชันระบบขนส่งเมืองอัจฉริยะ
อินเดีย: อนุมัติโครงการรถไฟฟ้าใต้ดินชัยปุระ เฟส 2 ระยะทาง 42.8 กิโลเมตร 36 สถานี ด้วยงบประมาณ 12,260 ล้านรูปี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนขยายเครือข่ายรถไฟฟ้าในเมืองใหญ่
เวียดนาม: มีแผนขยายเครือข่ายรถไฟฟ้าในกรุงฮานอยและนครโฮจิมินห์เป็น 580 กิโลเมตรภายในปี 2578 และ 949 กิโลเมตรภายในปี 2588 โดยตั้งเป้าให้รถไฟฟ้ารองรับผู้โดยสารมากกว่าร้อยละ 55 ของระบบขนส่งสาธารณะภายในปี 2603
ไทย: เดินหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง รวมถึงสายกรุงเทพฯ–หนองคาย ระยะทาง 608 กิโลเมตร และสายกรุงเทพฯ–อู่ตะเภา ระยะทาง 220 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมโยงเมืองหลักและศูนย์กลางเศรษฐกิจต่าง ๆ
สิงคโปร์: กำลังดำเนินโครงการสร้างระบบรถไฟฟ้ามหานคร (Mass Rapid Transit – MRT) สาย Cross Island Line (CRL) ความยาว 50 กิโลเมตร มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2573 เพื่อเสริมการเดินทางฝั่งตะวันออกและตะวันตกและเชื่อมจุดที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจที่สำคัญทั่วประเทศ
ฟิลิปปินส์: กำลังก่อสร้างรถไฟใต้ดิน Metro Manila Subway ระยะทาง 33 กิโลเมตร มีสถานี 17 สถานี โดยคาดว่าเมื่อเปิดทำการจะให้บริการผู้โดยสารได้ 370,000 คนต่อวัน
มาเลเซีย: กำลังดำเนินโครงการรถไฟ East Coast Rail Link (ECRL) ระยะทาง 665 กิโลเมตร มูลค่า 10.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเชื่อมชายฝั่งตะวันออกและตะวันตกของมาเลเซียตะวันตก (Peninsular Malaysia) ภายในปี 2569 พร้อมทั้งรื้อฟื้นโครงการรถไฟความเร็วสูงกัวลาลัมเปอร์–สิงคโปร์ และก่อสร้างสาย Mutiara ที่ปีนัง ระยะทาง 29.5 กิโลเมตร และ Kuching Urban Transportation System ที่ซาราวัก ระยะทาง 69.9 กิโลเมตร เพื่อส่งเสริม
การคมนาคมในประเทศและภูมิภาค
ด้วยโอกาสในโครงการขนาดใหญ่ระดับประเทศข้างต้น ทำให้หลายธุรกิจและงานมหกรรมที่เกี่ยวข้องต่างต้องการเข้าสู่ตลาดเอเชีย เช่น งาน InnoTrans มหกรรมแสดงสินค้านานาชาติชั้นนำด้านเทคโนโลยีการขนส่ง จัดโดย Messe Berlin ทุกสองปีภายในศูนย์แสดงสินค้า ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ซึ่งกำลังเตรียมจัดงาน InnoTrans Asia 2027 ครั้งแรกที่สิงคโปร์ เพื่อมุ่งเป็นเวทีสำคัญระดับภูมิภาคสำหรับธุรกิจระบบขนส่งทั้งในด้านเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และนวัตกรรมสาธารณูปโภคขนส่งอัจฉริยะที่ต้องการขยายสู่ตลาดเอเชียที่มีศักยภาพสูง
อย่างไรก็ดี โครงการคมนาคมระหว่างประเทศในปัจจุบันมีความท้าทายจากนโยบายที่ต่างกันในแต่ละประเทศ และการรวมข้อมูลข้ามพรมแดนไว้ในที่เดียวหรือแอปพลิเคชันเดียวกัน ทั้งข้อมูลการเดินทางทุกรูปแบบ ข้อมูลจากผู้ให้บริการทุกเจ้าในเส้นทาง และระบบการชำระเงิน ซึ่งต้องการการระบบการบันทึกข้อมูลที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน และมีแพลตฟอร์มกลางเพื่อการเชื่อมโยงข้อมูล ตลอดจนการผลักดันในระดับนโยบายจากรัฐบาลแต่ละประเทศ เพื่อให้บริการด้านการขนส่งเป็นไปอย่างไร้รอยต่อ สามารถตรวจจับแนวโน้มการเกิดความผิดพลาดก่อนที่จะเกิดขึ้นจริง นอกจากผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจแล้ว โครงการคมนาคมต่าง ๆ ยังควรคำนึงถึงประเด็นด้านความยั่งยืน การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล การปรับตัวและการเสริมความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) อีกด้วย
ข้อสังเกตและข้อมูลเพิ่มเติม
เอเชียเป็นตลาดศักยภาพสูงและเต็มไปด้วยโครงการขนาดใหญ่ระดับประเทศ จึงควรมีนโยบายระดับประเทศที่ชัดเจน ระบบจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นสากล โปร่งใส ตลอดจนนโยบายแต่ละประเทศที่สอดคล้องกัน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้โครงการและภาพลักษณ์ของประเทศ อีกทั้งยังสามารถส่งเสริมด้านนวัตกรรม ระบบอัจฉริยะ หรือโครงการที่เน้นความยั่งยืน มีมาตรฐานชัดเจน เพื่อดึงดูดนักลงทุนที่เริ่มให้ความสนใจประเด็นเหล่านี้มากขึ้น
แม้สิงคโปร์จะไม่ได้มีโครงการด้านการคมนาคมที่มีมูลค่าสูงเหมือนบางประเทศในอาเซียน แต่ยังมีงานมหกรรมแสดงสินค้าขนาดใหญ่เลือกจัดที่สิงคโปร์เป็นที่แรกในเอเชีย สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการจัดงานประชุม งานมหกรรมต่าง ๆ ที่บูรณาการทั้งระบบไว้ด้วยกัน โดยสิงคโปร์มีสถานที่จัดงานที่สามารถรองรับผู้เข้าร่วมจากนานาประเทศได้จำนวนมาก มีที่พักและการเดินทางสะดวก ตลอดจนมีภาพลักษณ์ที่เป็นเมืองทันสมัยและสนับสนุนความยั่งยืน จึงดึงดูดให้งานมหกรรมระดับนานาชาติขนาดใหญ่ต่างเลือกเข้ามาจัดงานในสิงคโปร์
ไทยสามารถนำสิ่งเหล่านี้ไปปรับใช้ได้ ทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นเพื่อเอื้อต่อการเข้ามาจัดงานมหกรรมขนาดใหญ่จากต่างประเทศ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือและโอกาสทางด้านการคมนาคมกับนานาประเทศในเอเชียแปซิฟิก เช่น การเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนหรือซัพพลายเออร์ในโครงการระดับประเทศ ศึกษาแนวโน้มและเทคโนโลยีระดับสากล การพัฒนาเมือง ระบบพลังงานสะอาดและความยั่งยืน การพัฒนาบุคลากรและการวิจัยรองรับโครงการขนาดใหญ่ในระยะยาว การปรับปรุงกฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจน โปร่งใส ลดความเสี่ยง เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติในด้านที่เกี่ยวข้องต่อไป
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์
แหล่งอ้างอิง:
- https://www.innotrans-asia.com/why-asia/
- https://www.innotrans.de/en/about-us/
- Cover Image: Pexels