DITP: สินค้าหรู บริการเฉพาะทาง และธุรกิจอาหารแบบคัดสรร หนุนตลาดค้าปลีกสิงคโปร์ให้แข็งแกร่ง

ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางการค้าปลีกที่ท้าทาย ตลาดสินค้าหรู บริการเฉพาะทาง และธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่คัดสรรอย่างพิถีพิถันของสิงคโปร์ยังคงแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นได้ดี โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาประสบการณ์เฉพาะตัวในการจับจ่าย

ข้อมูลจาก Euromonitor International ระบุว่า ยอดขายสินค้าหรูในสิงคโปร์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 แตะระดับ 13,900 ล้านเหรียญสิงคโปร์ในปี 2568 เมื่อเทียบกับปี 2568 ซึ่งถือว่าขยายตัวเร็วกว่าศูนย์กลางรายใหญ่ของภูมิภาคอย่างญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้

รายงานจาก Knight Frank Singapore ระบุว่า แบรนด์ต่างประเทศที่มีฐานทุนมั่นคงเริ่มเข้ามาจองพื้นที่ร้านอาหารและเครื่องดื่มที่ถูกปล่อยว่างมากขึ้น ส่งผลให้การแข่งขันในตลาดเข้มข้นขึ้นสำหรับผู้ประกอบการสิงคโปร์รายย่อย และยกระดับมาตรฐานการสร้างความแตกต่างของภาคธุรกิจนี้

นักวิเคราะห์ชี้ว่า การเดินทางเข้าประเทศของนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงแข็งแกร่ง โดยมีจำนวนผู้มาเยือนราว 3.3 ล้านคนในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม 2568 เพิ่มขึ้นจาก 2.8 ล้านคนในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมที่ผ่านมา ทั้งการท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนและการเดินทางเพื่อธุรกิจ ยังคงเป็นแรงสนับสนุนหลักต่อกิจกรรมค้าปลีก โดยได้รับอานิสงส์จากการจัดงานประชุม นิทรรศการ และกิจกรรมระดับนานาชาติ แม้การแข่งขันรถ Formula 1 สิงคโปร์กรังด์ปรีซ์จะถูกเลื่อนจากเดือนกันยายนไปเป็นเดือนตุลาคมในปีนี้ก็ตาม ยอดขายค้าปลีกของสิงคโปร์ยังคงสะท้อนถึงความต้องการของผู้บริโภคที่มั่นคง โดยมียอดขายรวม (ไม่รวมยานยนต์) อยู่ที่ 7,200 ล้านเหรียญสิงคโปร์ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม เพิ่มขึ้นจาก 6,900 ล้านเหรียญในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมที่ผ่านมา

สินค้ากลุ่มนันทนาการเป็นหมวดที่เติบโตสูงสุด เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.8 ขณะที่เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ภายในบ้าน รวมถึงนาฬิกาและเครื่องประดับ เติบโตร้อยละ 7.9 และร้อยละ 7.0 ตามลำดับ การแจกจ่ายบัตรกำนัลจากรัฐบาล (SG60 Vouchers)1 ในเดือนกรกฎาคมยังช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในสินค้าฟุ่มเฟือยและสินค้าที่ไม่จำเป็นต่อการดำรงชีพ

ภูมิทัศน์ค้าปลีกในปัจจุบันสะท้อนสองด้าน แม้ว่าผู้ค้าบางรายจะถอนตัวออกจากตลาดเนื่องจากต้นทุนและแรงกดดันด้านการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น แต่พื้นที่ที่ว่างกลับถูกเช่าต่ออย่างรวดเร็ว ทำให้ระดับการเช่าพื้นที่ยังคงทรงตัวและสนับสนุนการเติบโตของค่าเช่าในระดับปานกลาง โดยค่าเช่าพื้นที่ค้าปลีกระดับสูงเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.5 จากไตรมาสก่อนหน้า มาอยู่ที่ 28.40 เหรียญสิงคโปร์ต่อตารางฟุตต่อเดือนในไตรมาส 3 ปี 2569

อีคอมเมิร์ซยังคงทำหน้าที่เป็นช่องทางเสริม โดยคิดเป็นสัดส่วนยอดขายราวร้อยละ 12–15 หลังการแพร่ระบาด ขณะที่ร้านค้าจริงยังคงมีบทบาทสำคัญต่อประสบการณ์การบริโภคในกลุ่มสินค้าหรู ไลฟ์สไตล์ อาหาร และความบันเทิง อย่างไรก็ดี การเดินทางข้ามพรมแดนไปยังยะโฮร์บาฮ์รูของมาเลเซียยังส่งผลต่อการใช้จ่ายในประเทศ โดยคาดว่าชาวสิงคโปร์ใช้จ่ายนอกประเทศราว 1,000 ล้านเหรียญสิงคโปร์ในช่วงแปดเดือนแรกของปี 2569

ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมระบุว่า “ความแตกต่าง” ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ ผู้ค้าปลีกและเจ้าของพื้นที่ต่างมุ่งเน้นการสร้างข้อเสนอที่โดดเด่นและประสบการณ์ที่ได้รับการคัดสรร เพื่อดึงดูดผู้บริโภค ขณะที่การเติบโตของค่าเช่าคาดว่าจะชะลอตัวอยู่ในช่วงร้อยละ 1–3 ต่อปี ท่ามกลางแรงกดดันทางตลาดที่ยังคงดำเนินอยู่

ความคิดเห็นของสคต. และข้อเสนอแนะ

ตลาดค้าปลีกของสิงคโปร์ยังคงแสดงถึงความแข็งแกร่งท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ท้าทาย โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าหรู บริการเฉพาะทาง และธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่มอบประสบการณ์เฉพาะตัวให้ผู้บริโภค การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติและการฟื้นตัวของการใช้จ่ายภายในประเทศช่วยรักษาระดับกิจกรรมทางการค้าให้ทรงตัว ขณะที่ร้านค้าออนไลน์และร้านค้าจริงยังคงเกื้อหนุนกันอย่างสมดุล ทั้งนี้ การแข่งขันในตลาดมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อแบรนด์ต่างประเทศเข้ามาขยายสาขาและยกระดับมาตรฐานตลาดค้าปลีกโดยรวม สำหรับผู้ประกอบการไทย ตลาดสิงคโปร์ยังเปิดโอกาสให้กับสินค้าที่มีเอกลักษณ์ คุณภาพสูง และตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์และความแตกต่าง สินค้าไทยในกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม งานฝีมือ และสินค้าไลฟ์สไตล์ มีศักยภาพในการเจาะตลาดสิงคโปร์ การสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่โดดเด่น การออกแบบร้านค้า และการเล่าเรื่องราวของสินค้า หรือการคัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถันจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดและสร้างฐานลูกค้าในระยะยาวในสิงคโปร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงสิงคโปร์


แหล่งข้อมูล:

ภาคผนวก (Appendix):

  1. ชาวสิงคโปร์ที่มีอายุระหว่าง 21–59 ปี จะได้รับ 600 เหรียญสิงคโปร์ และผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จะได้รับ 800 เหรียญสิงคโปร์  ภายใต้งบประมาณประจำปี 2569 ↩︎