เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2567 สิงคโปร์ผ่านร่างกฎหมายปรับปรุงมาตรการจูงใจด้านภาษีเพื่อรองรับการใช้มาตรการ Global Minimum Tax (GMT) ภายใต้ Pillar 2 ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development – OECD) ซึ่งกำหนดให้บริษัทข้ามชาติที่มีรายได้ต่อปี 750 ล้านยูโรขึ้นไป (ประมาณ 1,060 ล้าน ดอลลาร์สิงคโปร์) จะต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 15 โดยสิงคโปร์ประกาศใช้ GMT ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568

ความสำคัญและผลกระทบจาก GMT

            GMT ถือเป็นมาตรการภายใต้ข้อตกลง Pillar 2 มีประเทศเข้าร่วมข้อตกลงนี้กว่า 140 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทยและสิงคโปร์ เพื่อลดการเลี่ยงภาษีของบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ที่โยกย้ายกำไรไปยังบริษัทในเครือที่ตั้งอยู่ในประเทศที่มีภาระภาษีต่ำกว่าหรือไม่มีภาระภาษี (Tax Haven) เช่น หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน สวิตเซอร์แลนด์ ฮ่องกง และสิงคโปร์ การที่สิงคโปร์ประกาศใช้ GMT จึงอาจส่งผลให้บริษัทต่างชาติลดการลงทุนในประเทศได้ สิงคโปร์จึงปรับปรุงมาตรการจูงใจด้านภาษีเพื่อรองรับการใช้ GMT

ภาพรวมการปรับมาตรการจูงใจด้านภาษีของสิงคโปร์

                   มาตรการจูงใจด้านภาษีนี้เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2567 โดยเพิ่มอัตราการลดหย่อนภาษีนิติบุคคล (Development and Expansion Incentive – DEI) จากเดิมร้อยละ 5 หรือร้อยละ 10 เป็นร้อยละ 5, 10 หรือ 15 ซึ่งคาดว่าเป็นการรองรับบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ และกำหนดให้สามารถรับสิทธิลดหย่อนภาษีเพิ่มอีกในปีที่ 21 – 40 ของการได้รับการลดหย่อน ทั้งนี้ การพิจารณาอนุมัติสิทธิประโยชน์ทางภาษีนี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น วันที่เคยได้รับอนุมัติก่อนหน้า การจ้างแรงงานมีทักษะ คุณภาพของการสร้างงาน การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร รายจ่ายทางธุรกิจ การสร้างโอกาสให้เกิดธุรกิจใหม่ (spin-off) และความมุ่งมั่นในการเพิ่มขีดความสามารถด้านเทคโนโลยี ชุดทักษะ และความชำนาญ เป็นต้น

ข้อสังเกต

การออกมาตรการจูงใจด้านภาษีนิติบุคคลของ สิงคโปร์ สะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการรักษาความสามารถในการแข่งขันและดึงดูดการลงทุนจากบริษัทต่างชาติ ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะแรงงาน การจ้างงาน ตลอดจนนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่จะได้รับจากบริษัทต่างชาติ


ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์


แหล่งที่มาข้อมูล/ภาพ
  • Cover Image: Shutterstock