สิงคโปร์ได้รับการจัดอันดับต่าง ๆ ทางเศรษฐกิจและสังคม

สำนักข่าวท้องถิ่นในสิงคโปร์ได้เผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับการจัดอันดับโดยหน่วยงานต่าง ๆ ผ่านตัวชี้วัด เช่น ขนาดของเศรษฐกิจ ความสุขของคนในประเทศ ความเท่าเทียมระหว่างเพศ ประสิทธิภาพของรัฐบาล การศึกษา โดยรายงานเหล่านี้เป็นตัวชี้วัดหนึ่งที่แสดงถึงศักยภาพของ สิงคโปร์ ในด้านต่าง ๆ ในเวทีโลก ดังนี้

1. การประเมินด้านเศรษฐกิจ

สิงคโปร์ ได้รับการจัดอันดับที่ 42 และเป็นอันดับ 3 ของเอเชีย จากสถาบัน Oxford Economics ซึ่งจัดทำรายงาน Global Cities Index 2024 ประเมินเศรษฐกิจของเมืองที่ใหญ่ที่สุด 1,000 แห่งของโลก โดยรายงานนี้ประเมินจาก 5 หมวดหมู่ ได้แก่ เศรษฐศาสตร์ ทุนมนุษย์ คุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล โดยเน้นที่ปัจจัยทางเศรษฐกิจ เช่น ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศและการเติบโตของการจ้างงานเป็นหลัก

2. การประเมินด้านความสุขของประชากรในประเทศ

สิงคโปร์ ได้รับการจัดอันดับที่ 30 และอันดับที่ 1 ของเอเชีย จากบริษัทวิจัยตลาด Gallup ร่วมกับธนาคารโลกและองค์การอนามัยโลก ซึ่งได้จัดทำรายงาน World Happiness Report ประจำปี 2567 วิเคราะห์ปัจจัยสำคัญ 6 ประการ ได้แก่ (1) ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของประเทศ (GDP) (2) อายุเฉลี่ยของการมีสุขภาพดี (healthy life expectancy) (3) การสนับสนุนทางสังคม (social support) (4) เสรีภาพ (freedom) (5) ความเอื้อเฟื้อ (generosity) และ (6) การรับรู้ถึงการทุจริต (perception of corruption) โดยสิงคโปร์ทำคะแนนได้สูงในหัวข้อ GDP และอายุเฉลี่ยของการมีสุขภาพดี อย่างไรก็ตาม สิงคโปร์ทำคะแนนได้น้อยในหัวข้อการสนับสนุนทางสังคม เสรีภาพ และความเอื้อเฟื้อ ส่วนประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ติดอันดับ top-10 ของเอเชีย ได้แก่ ฟิลิปปินส์ (อันดับที่ 5) เวียดนาม (อันดับที่ 6) ไทย (อันดับที่ 7) และมาเลเซีย (อันดับที่ 8) ในขณะที่เมียนมาและกัมพูชาได้รับอันดับท้าย ๆ ของเอเชีย

3. การประเมินด้านประสิทธิภาพของรัฐบาล

สิงคโปร์ ได้รับอันดับ 1 ของโลก จากสถาบัน Chandler Institute of Governance องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในสิงคโปร์ ซึ่งได้จัดทำ Chandler Good Government Index (CGGI) โดยการประเมินวัดผลประกอบด้วยตัวชี้วัด 7 หมวด ได้แก่ (1) ความเป็นผู้นำและการมองการณ์ไกล (Leadership and Foresight) (2) กฎหมายและนโยบายที่เข้มงวด (Robust Laws & Policies) (3) การมีสถาบันที่เข้มแข็ง (Strong Institutions) (4) การบริหารจัดการทางการเงิน (Financial Stewardship) (5) การมีตลาดที่ดึงดูด (Attractive Marketplace) (6) การมีอิทธิพลและชื่อเสียงระดับโลก (Global Influence and Reputation) และ (7) การช่วยเหลือผู้คนให้ก้าวหน้า (Helping People Rise) โดยสิงคโปร์มีคะแนนเป็นอันดับ 1 ในหมวดความเป็นผู้นำและการมองการณ์ไกล การมีสถาบันที่เข้มแข็ง และการมีตลาดที่ดึงดูด และทำคะแนนเป็นอันดับ 2 ในหมวดการบริหารจัดการทางการเงิน อย่างไรก็ตาม สิงคโปร์ทำคะแนนไม่ได้ดีนักในหมวดการมีอิทธิพลและชื่อเสียงระดับโลก (อันดับที่ 26) โดยไทยอยู่ในอันดับที่ 54 ในการจัดอันดับครั้งนี้

4. การประเมินด้านความเท่าเทียมระหว่างเพศ

4.1 สิงคโปร์ได้รับอันดับที่ 8 ของประเทศที่มีความไม่เท่าเทียมกันระหว่างเพศต่ำ โดยสหประชาชาติ (United Nations – UN) ได้จัดทำ Gender Inequality Index 2024 ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดความไม่เท่าเทียมกันระหว่างเพศ โดยในรายงานปี 2567 ระบุว่า สิงคโปร์ได้พัฒนาก้าวหน้ามากขึ้นในด้านต่าง ๆ เช่น โอกาสที่เท่าเทียมกันในที่ทำงาน ให้การสนับสนุนผู้ดูแลที่มากขึ้น และเพิ่มความคุ้มครองต่อความรุนแรงและอันตรายทางออนไลน์ นอกจากนี้ สิงคโปร์ ยังมีแรงงานเพศหญิงเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังมีผู้นำสตรีเพิ่มขึ้น

4.2 ใน สิงคโปร์ อัตราการจ้างงานของสตรีอายุระหว่าง 25 ถึง 64 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 69.2 ในปี 2556 เป็นร้อยละ 76.6 ในปี 2566 ส่วนเพศชายในกลุ่มอายุเดียวกันนั้นคงที่อยู่ที่ประมาณร้อยละ 89 ช่องว่างระหว่างการจ้างงานของชายและหญิงลดลงเหลือร้อยละ 12.4 นอกจากนี้ ยังมีสตรีจำนวนมากขึ้นรับบทบาทในอาชีพระดับมืออาชีพ ผู้จัดการ ผู้บริหารระดับสูง และช่างเทคนิค โดยเติบโตจากร้อยละ 42.3 ในปี 2556 เป็นร้อยละ 46.7 ในปี 2566

5. การประเมินด้านการศึกษา

สถาบัน International Association for the Evaluation of Educational Achievement ได้จัดการประเมิน Progress in International Reading Literacy Study (Pirls) ปี 2566 โดย Pirls เป็นการทดสอบระดับนานาชาติซึ่งจัดการประเมินทุก 5 ปี โดยประเมินทักษะการอ่านและความเข้าใจ เช่น การตีความและการเชื่อมโยงข้อความของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยในการประเมินล่าสุด นักเรียนจากสิงคโปร์ทำคะแนนได้เป็นอันดับ 1 ของโลกกระทรวงศึกษาธิการสิงคโปร์ให้ข้อมูลว่า สิงคโปร์เป็นระบบการศึกษาเพียงแห่งเดียวที่นักเรียนมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องตลอด 20 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ Pirls เริ่มทำการศึกษาครั้งแรกในปี 2544 โดยอาจเป็นผลจากการปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา นักเรียนสิงคโปร์ ร้อยละ 10 ที่มีผลการเรียนต่ำที่สุดก็ยังอยู่ในกลุ่มที่มีคะแนนสูงสุดในการทดสอบนี้ และกระทรวงศึกษาธิการสิงคโปร์วางแผนเดินหน้าสนับสนุนนักเรียนที่มีความสามารถทางวิชาการและภูมิหลังที่หลากหลาย และยกระดับนักเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม


ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์


แหล่งที่มาข้อมูล/ภาพ
  • ภาพประกอบ: Adobe Stock