
สิงคโปร์ติดอันดับ 1 ของทวีปเอเชียในการจัดอันดับดัชนีโอกาสด้านการลงทุนระดับโลก(Global Opportunity Index – GOI) ปี 2567
สถาบัน Milken Institute ได้จัดอันดับดัชนีโอกาสด้านการลงทุนระดับโลก 2024 (Global Opportunity Index – GOI) ให้สิงคโปร์อยู่ในอันดับที่ 1 ในทวีปเอเชียในปี 2566 และอันดับที่ 14 จาก 130 ประเทศทั่วโลก โดยสูงขึ้น 4 อันดับจากปี 2565 ทั้งนี้ การประเมินวัดผลประกอบด้วยตัวชี้วัด 5 หมวด ได้แก่ (1) มุมมองทางธุรกิจ (business perception) (2) ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ (economic fundamentals) (3) บริการทางการเงิน (financial services) (4) กฎระเบียบ ภาคบริการ (institutional framework) และ (5) มาตรฐานและนโยบายระหว่างประเทศ (international standards and policy) โดยสิงคโปร์มีผลการประเมินที่โดดเด่นใน 2 หมวด ได้แก่
1. มุมมองทางธุรกิจ (Business Perception) ประเมินจากข้อจำกัดทางธุรกิจ (Business Constraint) การฟื้นฟูและการแก้ปัญหา (Recovery and Resolution) โดยสิงคโปร์ได้รับการประเมินสูงเป็นอันดับที่ 6
2. กฎระเบียบภาคบริการ (Institutional Framework) ประเมินจากสิทธิของนักลงทุน (Investors’ Rights) นวัตกรรม (Innovation) การจัดการปกครองสาธารณะ (Public Governance) และความโปร่งใส (Transparency) โดยสิงคโปร์ได้รับการประเมินสูงเป็นอันดับที่ 3
สถาบัน Milken ให้ข้อมูลว่า การที่สิงคโปร์มีอันดับที่สูงขึ้นเป็นผลมาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ความสะดวกในการทำธุรกิจ และการอำนวยความสะดวกในการบังคับใช้สัญญาและการแก้ไขข้อพิพาท ซึ่งเป็นการประเมินความสามารถในการปกป้องสิทธิของนักลงทุนและความปลอดภัยของสินทรัพย์ของประเทศ โดยสิงคโปร์เป็นผู้นำในหมวดหมู่ย่อยด้านสิทธิของนักลงทุนและความโปร่งใส แสดงให้เห็นว่าเงื่อนไขการลงทุนโดยรวมยังคงแข็งแกร่ง เห็นได้จากกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสิงคโปร์ อีกทั้งนโยบายที่สนับสนุนสิทธิของนักลงทุนและข้อจำกัดทางธุรกิจที่ค่อนข้างต่ำ น่าจะส่งผลให้นักลงทุนรู้สึกสบายใจในการดำเนินธุรกิจในสิงคโปร์
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขั้นสูง สิงคโปร์มีคะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในหมวดปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ (Economic Fundamentals) ซึ่งสิงคโปร์อยู่ในอันดับ 37 ในหมวดนี้ โดยได้คะแนนต่ำในตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการรวมกลุ่มทางสังคม เห็นได้จากอันดับที่ค่อนข้างต่ำในด้านสภาพแวดล้อมในอนาคตสำหรับการเติบโต (Future Environment of Growth) ซึ่งประเมินจากผลการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจมหภาค ความสามารถของแรงงาน และความพยายามในการสร้างเศรษฐกิจและสังคมที่ยืดหยุ่นและยั่งยืน ซึ่งเป็นผลจากมาตรการต่าง ๆ เช่น มลพิษทางอากาศ และสัดส่วนของสตรีในตำแหน่งบริหาร
ข้อมูลเพิ่มเติม
สิงคโปร์เป็นจุดหมายปลายทางการลงทุนด้านสตาร์ทอัพชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในปี 2566 มีสตาร์ทอัพที่มีฐานธุรกิจอยู่ในสิงคโปร์คิดเป็นร้อยละ 63.7 ของกลุ่มประเทศอาเซียน 6 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม โดยเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 56.7 ในปี 2565 ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงาน Enterprise Singapore ซึ่งทำหน้าที่ส่งเสริมการลงทุนของธุรกิจสิงคโปร์ในต่างประเทศกล่าวว่า ผลประกอบการของสิงคโปร์บ่งชี้ว่า นักลงทุนยังคงเชื่อมั่นว่าสิงคโปร์เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการระดมทุนและการพัฒนาสตาร์ทอัพของภูมิภาค ความยืดหยุ่นและรากฐานที่มั่นคงที่สิงคโปร์สร้างไว้ในระบบนิเวศทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมจะช่วยให้สิงคโปร์เติบโตในด้านเทคโนโลยีเชิงลึกต่อไปได้
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์
ข้อมูลอ้างอิง