
โอกาสและทิศทางของพลังงานนิวเคลียร์ในสิงคโปร์
เหตุการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลและฟุกุชิมะ ทำให้หลายประเทศชะลอแผนการพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศของตนออกไปหลังจากพิจารณาความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากมีข้อผิดพลาด อย่างไรก็ตามรัฐบาลสิงคโปร์ยังคงเห็นความเป็นไปได้ที่จะนำพลังงานนิวเคลียร์มาใช้เป็นพลังงานทางเลือกในอนาคต
แผนการนำพลังงานนิวเคลียร์มาใช้ของสิงคโปร์
เมื่อปี 2565 Energy Market Authority (EMA) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลนโยบายด้านพลังงานของสิงคโปร์ ได้ทำการศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้นในการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และได้ข้อสรุปว่า เทคโนโลยีนิวเคลียร์ที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่เหมาะสมสำหรับการปรับใช้ในสิงคโปร์ และสิงคโปร์ควรเตรียมความพร้อมของประเทศสำหรับทางเลือกคาร์บอนต่ำอื่น ๆ เพื่อรอเวลาเมื่อการออกแบบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในอนาคตมีความปลอดภัยมากขึ้น
เมื่อเดือนเมษายน 2567 นาย Lawrence Wong (ซึ่งขณะนั้นยังดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี) กล่าวระหว่างการเยือนฝรั่งเศสในช่วงการประกาศ France-Singapore Joint Year of Sustainability (JYOS) ว่า แม้สิงคโปร์จะยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะนำพลังงานนิวเคลียร์มาใช้หรือไม่ แต่สิงคโปร์ก็จำเป็นต้องสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์และวางรากฐานด้านความปลอดภัย โดยข้อริเริ่มดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ให้สิงคโปร์ได้เรียนรู้เกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์จากฝรั่งเศสและหากมีประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตัดสินใจที่จะมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในอนาคต สิงคโปร์ก็จำเป็นที่จะต้องรับทราบข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น โดยสิงคโปร์จำเป็นต้องเร่งเพิ่มพูนความรู้ด้านพลังงานนิวเคลียร์และความปลอดภัยทางนิวเคลียร์เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับประเทศ
เมื่อเดือน พ.ค. 2567 นาย Tan See Leng รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานสิงคโปร์ ได้กล่าวต่อรัฐสภาสิงคโปร์ว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาสิงคโปร์ได้ยกระดับการค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์ โดยได้จัดทำแผนระยะกลางและระยะยาวเพื่อการสร้างกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของพลังงานนิวเคลียร์ประมาณ 100 คน ก่อนที่จะพิจารณานำพลังงานนิวเคลียร์มาใช้ นอกจากนี้ ยังมีข้อริเริ่มด้านการวิจัยนิวเคลียร์และความปลอดภัย (Singapore Nuclear Research and Safety Initiative) โดยมอบทุนการศึกษาจำนวน 30 ทุนที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) ในระดับสูงกว่าปริญญาตรีในสาขาที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์และวิศวกรรมศาสตร์ รวมถึงการพัฒนานักวิจัยราว 40 คนที่เชี่ยวชาญด้านชีววิทยารังสี เคมีรังสี และความปลอดภัยนิวเคลียร์
ข้อมูลเพิ่มเติม/ข้อเสนอแนะ
ปัจจุบันสิงคโปร์มีความร่วมมือกับฝรั่งเศสในการศึกษานิวเคลียร์ฟิวชันผ่าน Singapore Alliance with France for Fusion Energy ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยร่วมระหว่างมหาวิทยาลัย Nanyang Technology University กับ French Alternative Energies and Atomic Energy Commission ทั้งนี้ฝรั่งเศสใช้พลังงานนิวเคลียร์กว่าร้อยละ 70 ของการใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดของประเทศ
ผลการศึกษาความเป็นไปได้ของสัดส่วนการใช้พลังงานของสิงคโปร์เมื่อปี 2565 ชี้ว่า ในปี 2593 สิงคโปร์จะมีการใช้พลังงานคาร์บอนต่ำเป็นแหล่งพลังงานหลักเพื่อทดแทนพลังงานจากก๊าซธรรมชาติ ซึ่งอาจรวมถึงพลังงานนิวเคลียร์ อย่างไรก็ดี สิงคโปร์ยังไม่พร้อมที่จะนำพลังงานนิวเคลียร์มาใช้ในปัจจุบันและยังคงเป็นแผนการระยะยาว ดังนั้นแหล่งพลังงานหลักของสิงคโปร์ในปัจจุบันและในระยะสั้นจึงยังคงได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ พลังงานแสงอาทิตย์ การเชื่อมโยงพลังงานไฟฟ้าในภูมิภาค และพลังงานทางเลือกที่มีก๊าซคาร์บอนต่ำ
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์
ข้อมูลอ้างอิง
- https://www.businesstimes.com.sg/singapore/economy-policy/vital-singapore-build-knowledge-nuclear-power-safety-dpm-wong
- https://www.businesstimes.com.sg/opinion-features/gearing-singapores-nuclear-option
- https://www.channelnewsasia.com/singapore/nuclear-energy-fusion-fission-experts-deployment-timeline-tan-see-leng-parliament-4239546
- Featured Image Source: Shutterstock