DITP: สิงคโปร์ – ไทย ลงนามบันทึกความร่วมมือด้านการค้าข้าว ขยายโอกาสเกษตรกรไทย

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 สิงคโปร์และประเทศไทยได้ลงนามในบันทึกความร่วมมือด้านการค้าข้าวเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของสิงคโปร์พร้อมทั้งขยายโอกาสทางการตลาดให้แก่เกษตรกรและผู้ส่งออกข้าวของไทย โดยรัฐบาลไทยตกลงที่จะขายข้าวให้แก่รัฐบาลสิงคโปร์ปริมาณสูงสุดไม่เกิน 100,000 ตัน ตลอดระยะเวลา MOC นี้ โดยขึ้นอยู่กับความต้องการของรัฐบาลสิงคโปร์ในราคาตลาดระหว่างประเทศ ณ ขณะนั้น

บันทึกความร่วมมือดังกล่าวจัดขึ้นในระหว่างการเยือนสิงคโปร์อย่างเป็นทางการครั้งแรกของนายอนุทิน ชาญวีรกูล
นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทย นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาและมีลักษณะสอดคล้องกับข้อตกลงในลักษณะเดียวกันที่สิงคโปร์ได้ลงนามกับเวียดนาม ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เมื่อเดือนก่อนหน้า
ภายใต้บันทึกฯ นี้ ประเทศไทยจะให้การสนับสนุนการจำหน่ายข้าวให้แก่สิงคโปร์ตาม “เงื่อนไขที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน” เมื่อรัฐบาลสิงคโปร์มีความต้องการ ทั้งสองประเทศยังได้ให้คำมั่นที่จะรักษาการค้าข้าวให้ “เปิดกว้าง โปร่งใส และเป็นประโยชน์ร่วมกัน” รวมถึงหลีกเลี่ยง “มาตรการจำกัดที่ไม่จำเป็น”

ทั้งนี้ บันทึกความร่วมมือดังกล่าว เป็นการลงนามโดยนาง Grace Fu รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของสิงคโปร์ และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของประเทศไทย และในพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความร่วมมือฯในครั้งนี้ มีนายLawrence Wong นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย ร่วมเป็นสักขีพยาน นาย Lawrence Wong กล่าวว่า บันทึกฯ ดังกล่าวจะช่วยให้เกิดความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย โดยจะช่วยให้สิงคโปร์มีอุปทานข้าวที่มั่นคง ขณะเดียวกัน ก็เป็นการเปิดตลาดใหม่ให้แก่ผู้ผลิตข้าวของไทย

นอกจากบันทึกความร่วมมือด้านการค้าข้าวแล้ว สิงคโปร์และประเทศไทยได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านสาธารณสุข ระหว่าง Singapore Health Services: SingHealth) และกรมการแพทย์กระทรวงสาธารณสุข
โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้นำด้านสาธารณสุขของไทยในการรองรับสังคมผู้สูงอายุที่กำลังขยายตัว ทั้งนี้
สิงคโปร์และไทยยังมีความร่วมมือในสาขาอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ ข้อตกลงด้านคาร์บอนเครดิตที่ลงนามเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา1 และความร่วมมือในการป้องกันอาชญากรรมทางไซเบอร์และการหลอกลวง

นาย Lawrence Wong กล่าวในการแถลงข่าวร่วมกับนายอนุทินว่า ตลอด 60 ปีที่ผ่านมา สิงคโปร์และไทยได้สร้างความสัมพันธ์บนพื้นฐานของความไว้วางใจ ความเคารพ และมิตรภาพอันแน่นแฟ้น ปัจจุบัน ความสัมพันธ์ระหว่างสิงคโปร์และไทยมีความมั่นคงและแน่นแฟ้นยิ่งกว่าที่เคย ทั้งสองประเทศมีความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้น
โดยมีมูลค่าการค้าและการลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ สิงคโปร์เป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทยต่อเนื่องเป็นปีที่สอง แม้ความสัมพันธ์ระหว่างสิงคโปร์และไทยจะมีความเข้มแข็งและครอบคลุมหลายมิติอยู่แล้ว แต่ยังมีศักยภาพอีกมากที่ทั้งไทยและสิงคโปร์ยังสามารถพัฒนาร่วมกันต่อไปได้

ด้านนายอนุทินกล่าวว่า ประเทศไทยพร้อมประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสิงคโปร์ในประเด็นยุทธศาสตร์เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพและความเข้มแข็งของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) โดยไทยมุ่งมั่นที่จะผลักดันการบูรณาการทางเศรษฐกิจในภูมิภาค และปลดศักยภาพของประชากรกว่า 600 ล้านคนในอาเซียน ทั้งนี้ ไทยยังพร้อมสำรวจแนวทางความร่วมมือด้านการเชื่อมโยงในภูมิภาค ทั้งทางถนน รถไฟ ทางทะเล ด้านดิจิทัล
และพลังงาน รวมถึงพร้อมทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาคต่อไป

ภาพถ่ายของการประชุมระหว่างเจ้าหน้าที่จากสิงคโปร์และประเทศไทยที่มีการลงนามบันทึกความร่วมมือด้านการค้าข้าว โดยมีฉากหลังเป็นดอกไม้และพืชสีเขียวภายในห้องประชุม

ประเทศไทยในฐานะประธานข้อตกลงกรอบเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (Asean Digital Economy Framework Agreement: DEFA) มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือของภูมิภาคให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยข้อตกลงดังกล่าวคาดว่าจะมีการลงนามในปี 2569 และมีศักยภาพที่จะเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียนจากประมาณ 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เป็น 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2573 ทั้งนี้ รัฐบาลไทยยังให้ความสำคัญกับการผลักดันการบูรณาการและนวัตกรรมทางดิจิทัลภายใต้ DEFA รวมถึงให้ความสนใจในการเข้าร่วมข้อตกลงเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy Partnership Agreement: DEPA)2

ความคิดเห็นของสคต. และข้อเสนอแนะ


การลงนามข้อตกลงการค้าข้าวระหว่างสิงคโปร์และประเทศไทยถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของสิงคโปร์ ซึ่งต้องพึ่งพาการนำเข้าอาหารมากกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณบริโภคในประเทศ โดยไทยเป็นหนึ่งในผู้จัดหาข้าวรายสำคัญของสิงคโปร์ข้อตกลงนี้จะช่วยให้สิงคโปร์มั่นใจได้ถึงอุปทานข้าวที่มีเสถียรภาพและยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายของสิงคโปร์ในการพัฒนาระบบอาหารที่มีความยืดหยุ่นและพร้อมรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหารในอนาคต

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวด้วยว่า ข้อตกลงดังกล่าวไม่เพียงเปิดโอกาสให้เกษตรกรไทยสามารถขยายตลาดส่งออกข้าวไปยังสิงคโปร์ได้มากขึ้น แต่ยังเป็นการยกระดับภาพลักษณ์ประเทศสู่ความเป็นศูนย์กลางของมั่นคงทางอาหารในภูมิภาค ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการส่งออกสินค้าข้าวของไทยไปยังตลาดสิงคโปร์และตลาดโลกมากขึ้น


สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงสิงคโปร์


แหล่งข้อมูล:

  • ST/CNA/สำนักนายกฯ
  • รูปภาพ: ข่าวหุ้นธุรกิจ

ภาคผนวก:

  1. ถือเป็นข้อตกลงฉบับแรกของสิงคโปร์กับประเทศสมาชิกอาเซียน ทั้งนี้ ประเทศไทยยังได้ยืนยันการสนับสนุนโครงการเชื่อมโยงพลังงานระหว่างลาว–ไทย–มาเลเซีย–สิงคโปร์ ระยะที่สอง รวมถึงให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความร่วมมือด้านพลังงานหมุนเวียนในภูมิภาค ↩︎
  2. ความร่วมมือด้านการค้าดิจิทัลที่ริเริ่มโดยสิงคโปร์ นิวซีแลนด์ และชิลี ↩︎