ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมอาหารฮาลาลของสิงคโปร์เติบโตอย่างต่อเนื่อง และก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูงที่สุดของภูมิภาค ปัจจัยสำคัญมาจากสัดส่วนประชากรมุสลิมที่สูงถึงร้อยละ 18 ของประชากรทั้งหมด 6.11 ล้านคน1 ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับประเทศที่ไม่ใช่รัฐสุลิม ส่งผลให้ความต้องการสินค้าละบริการฮาลาลในประเทศที่มีความมั่นคงและเติบโตต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน มูลค่าตลาดฮาลาลของโลกคาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 2.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 25682 สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสทางธุรกิจที่กำลังเปิดกว้างในหลากหลายอุตสาหกรรม

ด้วยอุปสงค์ภายในประเทศ ประกอบกับโครงสร้างพื้นฐานด้านอาหารและระบบการรับฮาลาลของสิงคโปร์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล สิงคโปร์จึงมีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจฮาลาลเพื่อเปิดประตูสู่ผู้บริโภคมุสลิมทั้งในระประเทศและในภูมิภาค

กรอบการกำกับดูแลอาหารฮาลาลในสิงคโปร์

นอกจากการดำเนินธุรกิจร้านอาหารจะต้องได้รับการอนุมัติจากสำนักงานอาหารสิงคโปร์ (Singapore Food Agency – SFA) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่กำกับดูแลด้านความปลอดภัยอาหารของประเทศแล้ว หากผู้ประกอบการประสงค์จะให้บริการอาหารฮาลาล ต้องยื่นขอรับรองฮาลาลจากสภาศาสนาอิสลามแห่งสิงคโปร์ (Majlis Ugama Islam Singapura – MUIS) โดยกระบวนการรับรองครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ การแปรรูป การปรุงอาหาร ไปจนถึงการจัดแสดง การจำหน่าย และการให้บริการผลิตภัณฑ์ฮาลาลแก่ผู้บริโภค เพื่อให้มั่นใจว่ามาตรฐานฮาลาลได้รับการปฏิบัติครบถ้วนตามหลักศาสนาอิสลาม

เพื่อรักษามาตราฐานดังกล่าว MUIS จัดให้มีการตรวจสอบสถานประกอบการเป็นประจำ ทั้งแบบแจ้งล่วงหน้าและไม่แจ้งล่วงหน้า พร้อมกำหนดบทลงโทษที่เข้มงวดในกรณีฝ่าฝืน โดยเฉพาะการแสดงข้อมูลฮาลาลอันเป็นเท็จ ซึ่งถือเป็นความผิดทางอาญา มีโทษปรับสูงสุดถึง 10,000 ดอลลาร์สิงคโปแร์ ย้ำถึงความน่าเชื่อถือในการดำเนินอาหารฮาลาลในสิงคโปร์

เจาะลึกธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในสิงคโปร์: แนวทางจากผู้ประกอบการไทย

คุณคิตตี้ เจ้าของร้าน Two Bake Boys ยิ้มอยู่ในร้านคาเฟ่ พร้อมกับโลโก้แบรนด์และข้อมูลติดต่อในพื้นหลัง

โครงการ “The Business Journey | เปิดตำราธุรกิจไทยในสิงคโปร์” โดยศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์ (Business Information Centre – BIC) ได้ลงพื้นที่สัมภาษณ์ผู้ประกอบการไทยที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในสิงคโปร์ หนึ่งในนั้น คือ “คุณคิตตี้” กิตติยา รัตนจิรเศรษฐ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Two Bake Boys คาเฟ่ที่ได้รับความนิยมในสิงคโปร์

จุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจครอบครัวในสิงคโปร์

คุณคิตตี้เริ่มต้น Two Bake Boys จากธุรกิจทำขนมแบบ Home-based ในช่วงโควิด โอยอาศัยครัวในบ้านเป็นพื้นที่ผลิตหลัก ซึ่งถือเป็นรูปแบบที่กฎหมายสิงคโปร์อนุญาตให้ดำเนินการได้โดยไม่จำเป็นต้องขอใบอนุญาตค้าปลีกอาหารจากสำนักงานอาหารสิงคโปร์ (SFA) หากยังเป็นธุรกิจในระดับเล็กและไม่กระทบต่อชุมชน อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการ Home-based ต้องปฏิบัติตามกฎหมายด้านอาหารและสุขอนามัย เช่น Sale of Food Act (SOFA) และ Environmental Public Health Act (EPHA) ซึ่งเป็นมาตราฐานพื้นฐานที่ช่วยให้ธุรกิจเริ่มต้นได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย

เมื่อธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็วจากช่องทางออนไลน์ คุณคิตตี้ตัดสินใจพัฒนาธุรกิจสู่รูปแบบบริษัทและเข้าสู่การเป็นธุรกิจแบบ SME ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญเพราะสามารถเข้าถึงกลไกช่วยเหลือรัฐบาล (Government Grants) ได้หลายประเภทซึ่งรวมถึงระบบจัดการหลังบ้าน (back-of-house systems) ไปจนถึงการทำการตลาดดิจิทัล สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ Two Bake Boys ก้าวจากการเป็นผู้ประกอบการ Home-based สู่การเปิดร้านค้าคาเฟ่เต็มรูปแบบได้ในเสลาไม่นาน และสร้างความพร้อมสำหรับการขยายฐานลูกค้าไปยังตลาดฮาลาลที่มีศักยภาพสูงในสิงคโปร์

การยกระดับมาตรฐานธุรกิจ

การเข้าสู่ตลาดฮาลาลไม่ใช่เพียงการเพิ่มกลุ่มผู้บริโภค แต่เป็นการยกระดับมาตราฐานธุรกิจโดยรวมตามข้อกำหนดของสภาศาสนาอิสลามแห่งสิงคโปร์ (MUIS) ผู้ประกอบการต้องปฎิบัติตาม Halal Certifications (HCC) อย่างครบถ้วน ตั้งแต่การใช้วัตถุดิบที่ปราศจากสิ่งต้องห้าม การแยกอุปกรณ์ครัวและพื้นที่ประกอบอาหารฮาลาลอย่างชัดเจน ไปจนถึงการมีระบบควบคุมคุณภาพฮาลาล (HalMQ) ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกขั้นตอน ร้านต้องมีพนักงานมุสลิมและแต่งตั้ง Muslim Representative ทำหน้าที่กำกับดูแลเพื่อให้การผลิตเป็นไปตามหลักศาสนาอย่างเคร่งครัด อีกทั้งยังมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการป้องกันการปนเปื้อนในกรณีที่ให้บริการหรือจัดส่งอาหารร่วมกับอาการทั่วไป เช่น การปิดผนีกบรรจุภัณฑ์อย่างเหมาะสม แม้จะเข้มงวดแต่กฏระเบียบเหล่านี้ช่วยสร้างเชื่อมั่นให้ลูกค้า และทำให้ Two Bake Boys สามารถสร้างมาตรฐานใหม่ทางธุรกิจที่มั่นคงและยั่งยืนในตลาดสิงคโปร์ได้

A variety of desserts and drinks from Two Bake Boys, a Thai-inspired cafe in Balestier, Singapore, featuring layered cakes, pastries, and beverages.

กรณีศึกษาของ Two Bake Boys สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการไทยสามารถประสบความสำเร็จในตลาดสิงคโปร์ได้ หากมีความเข้าใจในโครงสร้างตลาด กฎระเบียบ และมาตราฐานที่ประเทศให้ความสำคัญ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมฮาลาลที่กำลังเติบโตทั้งในสิงคโปร์และระดับโลก การวางรากฐานธุรกิจอย่างเป็นระบบ การปรับตัวอย่างยืดหยุ่น และการยกระดับมาตรฐานให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของ SFA และ MUIS ล้วนเป็นปัจจุยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจสามารเติบโตได้อย่างมั่นคง

**นอกจากนี้ สามารถติดตามวีดีทัศน์ Thai Business Journey | เปิดตำราธุรกิจไทยในสิงคโปร์ ทั้ง 2 ตอนได้ที่


ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์


แหล่งข้อมูล:

  1. จากรายงาน Population Trends 2025 ของกรมสถิติสิงคโปร์ (Singapore Department of Statistics) พบว่า ณ เดือนมิถุนายน 2025 สิงคโปร์มีประชากรทั้งหมด 6.11 ล้านคน ขณะที่รายงานของ Pew Research/ CNA ระบุว่า ชาวมุสลิมคิดเป็นร้อยละ 18 ของประชากร ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูงมากสำหรับประเทศที่ไม่ได้เป็นรัฐมุสลิม (non-Muslim country) ↩︎
  2. https://www.halaltimes.com/singapore-aims-become-global-halal-hub/ ↩︎