
อาเซียน: ตลาดน่าสนใจของ SMEs
อาเซียนมีประชากรกว่า 700 ล้านคน เป็นตลาดที่กำลังเติบโตและมีศักยภาพสูง เนื่องจากกลุ่มชนชั้นกลาง (middle class) กำลังขยายตัว มีการคาดการณ์ว่าอาเซียนจะก้าวขึ้นเป็นเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 4 ของโลกในปี 2573 หลายธุรกิจทั้งวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises – SMEs) จึงให้ความสนใจและมุ่งมาที่ตลาดอาเซียน
ที่ผ่านมา มีการประชุมในสิงคโปร์เพื่อแนะนำโอกาสทางธุรกิจในอาเซียน ได้แก่ การประชุม Small and Medium Enterprises and Infocomm Commerce Conference (SMEICC) 2025 ครั้งที่ 28 เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 ภายใต้แนวคิด A Shared Future: Business Reimagined จัดโดย Singapore Chinese Chamber of Commerce & Industry (SCCCI) ณ Suntec Singapore Convention & Exhibition Centre มีข้อสรุปที่น่าสนใจ ดังนี้
ศักยภาพในตลาดอาเซียน โอกาสและความท้าทายของ SMEs
SMEs ของสิงคโปร์มีความสำคัญต่อภาคเศรษฐกิจอย่างมาก เนื่องจากคิดเป็นร้อยละ 99 ของธุรกิจและทำให้เกิดการจ้างงานถึงร้อยละ 70 ของแรงงานสิงคโปร์ ปัจจุบันมีความร่วมมือเพื่อส่งเสริม SMEs สิงคโปร์ทั้งในด้านดิจิทัล ความยั่งยืน และการขยายตลาดสู่ต่างประเทศ
จากผลสำรวจที่เปิดเผยในงาน SMEICC พบว่าธุรกิจร้อยละ 50.1 พยายามขยายธุรกิจไปต่างประเทศ เพิ่มจากร้อยละ 44 เมื่อปี 2567 โดยมีมาเลเซีย จีน อินโดนีเซีย เวียดนาม และไทยเป็นตลาดที่ SMEs สิงคโปร์ให้ความสนใจ
ผลสำรวจยังพบว่า หลายธุรกิจต่างให้ความสนใจและมุ่งมาที่ตลาดอาเซียนเนื่องจาก
1) ศักยภาพตลาดของอาเซียน (ร้อยละ 61.4)
2) การจัดหาสินค้าในภูมิภาค (ร้อยละ 29.3) และ
3) การจัดการความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และเพิ่มความยืดหยุ่นให้ธุรกิจ (ร้อยละ 25.2)
อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันโลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม และความผันผวนทางการเมือง ทำให้ห่วงโซ่อุปทานเปราะบางและการแข่งขันรุนแรงขึ้น
ผลสำรวจระบุว่า ความกังวลหลักของผู้ประกอบธุรกิจ ได้แก่
1) ต้นทุนที่สูงขึ้น (ร้อยละ 58.5)
2) การขาดแคลนแรงงานที่เหมาะสม (ร้อยละ 44.7)
3) การปรับเปลี่ยนธุรกิจและการกำหนดทิศทางการเติบโต (ร้อยละ 27) ซึ่งการปรับเปลี่ยนธุรกิจมีความท้าทายหลักจาก
3.1) การขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญและทรัพยากรในองค์กร (ร้อยละ 40.9)
3.2) แรงต้านทานจากบุคลากรในองค์กร (ร้อยละ 36.7)
3.3) ความไม่แน่นอนหลังจากการปรับเปลี่ยน (ร้อยละ 34.6)
ข้อสังเกตและข้อมูลเพิ่มเติม
จากการประชุม SMEICC มีการเสนอแนวทางว่า SMEs ในอาเซียนควรเน้นการเสริมกันในเชิงธุรกิจด้วยจุดแข็งของแต่ละประเทศมากกว่าการแข่งขันกันเอง เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้ธุรกิจและลดความเสี่ยงจากสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไป การมองภาพรวมทั้งภูมิภาค โดยมองทั้งอาเซียนเป็นตลาดเดียว และการร่วมมือกัน เช่น สร้างศูนย์กลางเศรษฐกิจในด้านต่าง ๆ และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับประเทศมหาอำนาจอื่น เพื่อช่วยต่อยอดการเติบโตทางเศรษฐกิจ สร้างความน่าดึงดูดต่อภาคธุรกิจ และส่งเสริมการลงทุนในอาเซียน
สำหรับสิงคโปร์ SMEs เป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจและการจ้างงานในประเทศ แต่ยังเผชิญความท้าทายจากภายในองค์กร ทั้งด้านต้นทุน แรงงาน และการปรับเปลี่ยนธุรกิจ ตลอดจนความท้าทายจากภายนอก อาทิ การเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม และความผันผวนทางการเมือง SMEs สิงคโปร์จึงกำลังเร่งพัฒนาทักษะแรงงานและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจและขยายตลาดสู่ ต่างประเทศ ทั้งนี้ รัฐบาลสิงคโปร์มุ่งสนับสนุน SMEs ผ่านกฎระเบียบและโครงการต่าง ๆ เช่น SkillsFuture,Technology for Enterprise Capability Upgrading (T-Up) เพื่อให้ SMEs สามารถยกระดับทักษะแรงงาน พัฒนาผลิตภัณฑ์ และใช้เทคโนโลยีขยายธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์
แหล่งอ้างอิง:
- Cover Image: Shutterstock