
DITP: กระแส “โปรตีนสูง”: ค่านิยมชั่วคราว หรือบรรทัดฐานใหม่ด้านโภชนาการในสิงคโปร์
ท่ามกลางกระแสการเติบโตอย่างรวดเร็วของวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพในสิงคโปร์ ผลิตภัณฑ์ที่ชูจุดเด่นด้าน “โปรตีนสูง” มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องบนชั้นวางสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตสะท้อนการปรับตัวของอุตสาหกรรมอาหารต่อความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับโภชนาการและการใช้ชีวิตเชิงป้องกันโรค
นอกเหนือจากอาหารสดที่เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูง เช่น ไก่ แซลมอน และไข่ ปัจจุบันยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปหลากหลายชนิดที่ถูกวางจำหน่ายพร้อมการสื่อสารทางการตลาดว่าเป็น “โปรตีนสูง” ตั้งแต่ซีเรียล โยเกิร์ต ไปจนถึงขนมขบเคี้ยวและเครื่องดื่มบางประเภท แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนการขยายตัวของตลาดโปรตีนจากกลุ่มผู้บริโภคเฉพาะทาง เช่น ผู้ที่ออกกำลังกาย ไปสู่ผู้บริโภคทั่วไปในวงกว้างมากขึ้นในสิงคโปร์
Ms Emil Fazira ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกด้านอาหารประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จากบริษัทวิจัยตลาด Euromonitor International กล่าวว่า กระแสผลิตภัณฑ์โปรตีนสูงในปัจจุบันได้ขยายตัวไปสู่กลุ่มผู้บริโภคใหม่ ๆ และแทรกซึมเข้าสู่หมวดหมู่สินค้าและช่องทางการจัดจำหน่ายอย่างมีนัยสำคัญ
ธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่อย่าง 7-Eleven ได้เพิ่มสัดส่วนสินค้ากลุ่มโปรตีนสูงกว่า 100 รายการ ทั้งจากแบรนด์ในประเทศและต่างประเทศ ครอบคลุมเครือข่ายร้านมากกว่า 460 สาขา ในสิงคโปร์ โดยประมาณร้อยละ 60 ของสาขา ได้จัดทำโซนสินค้าโปรตีนสูงโดยเฉพาะ รวมถึงเพิ่มป้ายระบุโปรตีนอย่างชัดเจนในตู้แช่ ซึ่งมีตัวเลือกหลากหลายทั้งแบบพร้อมดื่มและพร้อมรับประทาน
ขณะเดียวกัน ตัวแทนจากแพลตฟอร์มสั่งอาหารและของชำออนไลน์ Foodpanda ระบุว่า บริษัทพบแนวโน้มการค้นหาสินค้าที่เกี่ยวข้องกับโปรตีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น โยเกิร์ตโปรตีน โปรตีนเชค กราโนลาบาร์ และผลิตภัณฑ์โปรตีนสูงอื่น ๆ บนแอปพลิเคชัน
นอกจากนี้ แบรนด์ต่าง ๆ ในสิงคโปร์ยังได้ขยายไลน์สินค้าโดยพัฒนาผลิตภัณฑ์เดิมให้มีกลุ่ม “โปรตีนสูง” มากขึ้น เช่น แบรนด์นมข้าวโอ๊ต Oatside ได้เปิดตัวนมข้าวโอ๊ตสูตรโปรตีนสูงในรสช็อกโกแลตและวานิลลา รวมถึงแบรนด์เครื่องดื่ม Magnolia และ 100Plus ก็เร่งเปิดตัวผลิตภัณฑ์สูตรโปรตีนสูง สะท้อนถึงความต้องการของตลาดที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ผู้บริโภคยังยินดีจ่ายสำหรับสินค้ากลุ่มโปรตีนสูงในราคาสูงกว่าสินค้าปกติขณะเดียวกัน ตัวอย่างเช่น นมช็อกโกแลตไขมันต่ำแบรนด์ Meiji ขนาด 475 มล. มีราคา 2.47 ดอลลาร์สิงคโปร์ ขณะที่นมโปรตีนสูงของแบรนด์เดียวกัน ขนาด 350 มล. มีราคาสูงกว่าประมาณสองเท่าก่อนการส่งเสริมการขาย
กระแสความสนใจต่อ “โปรตีน” ส่งผลให้ทั้งธุรกิจขนาดใหญ่และขนาดเล็กในสิงคโปร์นำสารอาหารดังกล่าวมาเป็นจุดศูนย์กลางของการสื่อสารทางการตลาดมากขึ้น เช่น เครือร้านอาหารเม็กซิกัน Guzman y Gomez ได้จัดโปรโมชั่นสองช่วงในเดือนมีนาคมและเมษายน ภายใต้แคมเปญ “double-protein” ซึ่งเปิดโอกาสให้ลูกค้าเพิ่มไส้โปรตีนในมื้ออาหารได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โดยบริษัทระบุว่า แคมเปญดังกล่าวได้รับผลตอบรับ “เกินความคาดหมายอย่างมาก” โดยเกือบครึ่งหนึ่งของคำสั่งซื้อทั้งหมดบนแอปพลิเคชันในช่วงเวลาดังกล่าวมีการเลือกใช้โปรโมชั่นนี้
กระแสการดูแลสุขภาพและการออกกำลังกายในยุคหลังโควิด ประกอบกับในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความนิยมของการแข่งขันฟิตเนสอย่าง Hyrox1 และการออกกำลังกายความเข้มข้นสูงอย่าง CrossFit ส่งผลให้ชาวสิงคโปร์ให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพในการฟื้นตัวของร่างกายมากขึ้น
Ms Emil Fazira วิเคราะห์ว่า กระแส “โปรตีนสูง” ในปัจจุบันไม่ได้เป็นปรากฏการณ์ใหม่โดยแท้จริง หากแต่เป็นการปรับรูปแบบจากเทรนด์เดิมที่เคยเกิดขึ้นในช่วงก่อนหน้า และคาดว่า แนวโน้มดังกล่าวอาจเริ่มชะลอตัวลงจากภาวะความอิ่มตัวของตลาด เมื่อผู้บริโภคเริ่มรู้สึกว่ามีสินค้าจำนวนมากเข้าสู่ตลาด และผลิตภัณฑ์ที่ที่ไม่สามารถส่งมอบคุณค่าทางโภชนาการได้อย่างแท้จริงจะค่อย ๆ ถูกคัดออกไป อย่างไรก็ตาม ด้วยทัศนคติด้านสุขภาวะที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างถาวร ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มโปรตีนยังมีแนวโน้มคงอยู่เป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมการบริโภคของผู้คนในสิงคโปร์ต่อไปในระยะยาว
ความคิดเห็นของสคต. และข้อเสนอแนะ
ข้อมูลจาก Euromonitor International ระบุว่า ตลาดผลิตภัณฑ์โปรตีนเพื่อการกีฬาเติบโตจาก 106.8 ล้านเหรียญสิงคโปร์ในปี 2563 เป็น 141.5 ล้านเหรียญสิงคโปร์ในปี 2568 หรือเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 33 ภายใน 5 ปี ขณะเดียวกัน ตลาดอาหารเสริมโปรตีน2 เติบโตร้อยละ 18 ในช่วงเวลาเดียวกัน จาก 5 ล้านเป็น 5.9 ล้านเหรียญสิงคโปร์สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มความต้องการของผู้บริโภคในสิงคโปร์ที่เพิ่มสูงขึ้นต่อผลิตภัณฑ์และอาหารที่มีโปรตีนสูงอย่างต่อเนื่อง
กระแสความนิยมผลิตภัณฑ์โปรตีนดังกล่าวถือเป็นโอกาสสำคัญที่เอื้อต่อผู้ประกอบการไทยในการขยายมูลค่าและปริมาณการส่งออกมายังตลาดสิงคโปร์ เนื่องจากสิงคโปร์มีการนำเข้าสินค้าอาหารหลักจากไทยอยู่แล้ว อาทิ ไข่ไก่ เนื้อไก่ นม และผลิตภัณฑ์นม ในขณะเดียวกัน สินค้าในกลุ่มนมโปรตีนสูง รวมถึงผลิตภัณฑ์อกไก่พร้อมรับประทาน สามารถตอบสนองต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวกสบายในวิถีชีวิตเร่งรีบ ตลอดจนรองรับความต้องการด้านโภชนาการที่เพิ่มขึ้นในสังคมสูงวัยของสิงคโปร์ อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการไทยจะต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาอายุการเก็บรักษาของสินค้าอาหาร (Shelf Life Extension) เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าจะยังคงคุณภาพดีเมื่อถึงมือผู้บริโภคในต่างประเทศ
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยควรให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามมาตรฐานและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอาหารของสิงคโปร์อย่างเคร่งครัด เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้า และสนับสนุนความยั่งยืนของการส่งออกในระยะยาว
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงสิงคโปร์
แหล่งข้อมูล:
- Cover Image: Freepik