DITP: Therme Singapore ศูนย์กลางท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพขนาดใหญ่แห่งใหม่ในสิงคโปร์

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 บริษัท Therme Group ผู้พัฒนาและบริหารจัดการจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพระดับโลกได้จัดพิธีวางศิลาฤกษ์เพื่อเริ่มการก่อสร้างโครงการ Therme Singapore มูลค่ากว่า 1 พันล้านเหรียญสิงคโปร์
โดยโครงการดังกล่าวมีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2573 และนับเป็นศูนย์สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (wellness
destination) แบบครบวงจรขนาดใหญ่แห่งแรกในภูมิภาคเอเชีย

แม้ว่า Therme Group จะยังเป็นแบรนด์ที่ค่อนข้างใหม่ในตลาดเอเชีย แต่บริษัทมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจศูนย์สุขภาพในประเทศเยอรมนีและโรมาเนีย ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการแฟล็กชิปแห่งแรกที่เปิดดำเนินการเมื่อปี 2559 นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนขยายการลงทุนไปยังประเทศอื่น ๆ ได้แก่ แคนาดา สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ดูไบ) และเกาหลีใต้

ทั้งนี้ โครงการ Therme Singapore ตั้งเป้ารองรับผู้เข้าใช้บริการประมาณ 2 ล้านคนต่อปี โดยคาดว่าสัดส่วนผู้ใช้บริการจะเป็นชาวสิงคโปร์และนักท่องเที่ยวต่างชาติในสัดส่วนใกล้เคียงกัน พร้อมทั้งกำหนดระดับราคาให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงได้

โครงการ Therme Singapore ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและศูนย์สุขภาพเชิงพรีเมียมขนาดใหญ่แห่งแรกของสิงคโปร์ โดยตัวอาคารมีความสูง 7 ชั้น คิดเป็นพื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 720,000 ตารางฟุต ภายในโครงการแบ่งออกเป็น 3 โซนหลัก เพื่อรองรับผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม ได้แก่ โซน Play สำหรับครอบครัว ซึ่งประกอบด้วยสระน้ำและเครื่องเล่นทางน้ำรวมถึงสไลเดอร์จำนวน 18 ทาง โซน Relax ที่เน้นการบำบัดและการพักผ่อนผ่านสระน้ำอุ่นและบ่อน้ำแร่
และโซน Restore สำหรับบริการซาวน่า สปา และทรีตเมนต์เพื่อสุขภาพมากกว่า 70 ห้อง

นอกจากนี้ โครงการยังสร้างความแตกต่างผ่านการผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่ อาทิ ระบบล็อกเกอร์อัจฉริยะที่ควบคุมด้วยแขนกลหุ่นยนต์ และสายรัดข้อมือ RFID สำหรับการชำระเงินแบบไร้เงินสด โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลกที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ควบคู่ไปกับการนำเสนอเอกลักษณ์ด้านการบำบัดแบบเอเชีย เช่น การนวดแผนจีนและการนวดชวา

Ms.Grace Fu รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า โครงการดังกล่าวจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพของสิงคโปร์ในการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวการดูแลสุขภาพ (Wellness) และนวัตกรรมเมืองในภูมิภาคเอเชีย โดยคาดว่าจะพัฒนาไปสู่การเป็นผู้นำระดับโลกด้านการเติบโตของการเดินทางและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวระยะยาว Tourism 20401

ทั้งนี้ การขยายตัวดังกล่าวได้รับแรงสนับสนุนจากความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นของนักเดินทางทั่วโลก ตลอดจนความต้องการด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องภายในภูมิภาค

ความคิดเห็นของสคต. และข้อเสนอแนะ

สิงคโปร์กำลังยกระดับยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวจากการเป็นเพียงศูนย์กลางธุรกิจ การประชุมและนิทรรศการ (MICE) สู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในเมือง ผ่านโครงการขนาดใหญ่ เช่น Therme Singapore แนวทางดังกล่าวสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของสิงคโปร์ในการสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีมูลค่าสูง ตอบสนองกระแสการดูแลสุขภาพทั้งด้านร่างกายและจิตใจที่เติบโตทั่วโลก อีกทั้งยังช่วยเพิ่มระยะเวลาการพำนักและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในระยะยาว

สำหรับประเทศไทย การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในลักษณะเดียวกันถือเป็นโอกาสสำคัญ เนื่องจากไทยมีจุดแข็งด้านบริการสปา นวดไทย สมุนไพร อาหารเพื่อสุขภาพ และการแพทย์เชิงบูรณาการที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลอยู่แล้ว ผู้ประกอบการไทยสามารถต่อยอดจุดแข็งดังกล่าวผ่านการพัฒนาประสบการณ์ด้าน wellness ที่ผสมผสานภูมิปัญญาไทยเข้ากับนวัตกรรมสมัยใหม่ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง ทั้งนี้ หากได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นระบบจากภาครัฐและภาคเอกชน ประเทศไทยย่อมมีศักยภาพที่จะก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของภูมิภาคได้เช่นกัน   นอกจากนี้ การขยายตัวของตลาด wellness ในสิงคโปร์ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพ เช่น บริการ/ผลิตภัณฑ์สปา นวดไทย สมุนไพร และอาหารเพื่อสุขภาพ พิจารณาขยายธุรกิจหรือร่วมลงทุนในสิงคโปร์ โดยใช้สิงคโปร์เป็นฐานในการขยายตลาดสู่ภูมิภาคอาเซียน รวมถึงเข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูงและให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเพิ่มมากขึ้น


สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงสิงคโปร์


แหล่งข้อมูล:

แหล่งอ้างอิง:

  1. Tourism 2040 คือ แผนยุทธศาสตร์และวิสัยทัศน์ระยะยาวฉบับใหม่ของ การท่องเที่ยวสิงคโปร์ (Singapore Tourism Board: STB) โดยมุ่งเน้นไปที่รูปแบบการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพสูง (Quality Tourism) และการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยสิงคโปร์ตั้งเป้าหมายที่จะสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวให้ได้สูงถึง 47,000 – 50,000 ล้านเหรียญสิงคโปร์ ภายในปี 2583 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2567 ถึง 1.7 เท่า ↩︎