ธนาคารกลางสิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore: MAS) ได้ประกาศแผนยุติการใช้เช็คที่ออกโดยนิติบุคคล (Corporate Cheque) ในสกุลเงินดอลลาร์สิงคโปร์อย่างสมบูรณ์ ภายในวันที่ 1 มกราคม 2570 โดยธนาคารพาณิชย์ในสิงคโปร์ได้หยุดออกสมุดเช็คใหม่ให้แก่ภาคธุรกิจตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นมา มาตรการดังกล่าวสะท้อนทิศทางเชิงนโยบายของสิงคโปร์ในการยกระดับระบบการชำระเงินของประเทศให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัยและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของระบบการเงินดิจิทัล

การยุติการใช้เช็คมิได้เป็นเพียงการลดการพึ่งพาเครื่องมือการชำระเงินแบบดั้งเดิม หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการเงิน (financial infrastructure) ภายใต้วิสัยทัศน์ Smart Nation ของสิงคโปร์ที่มุ่งเน้นความปลอดภัย ความรวดเร็ว และการลดต้นทุนเชิงระบบของภาคการเงินและภาคธุรกิจโดยรวม

ปัจจัยสนับสนุนการเปลี่ยนแปลง

1. ปริมาณการใช้เช็คลดลงอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลของ MAS ระบุว่า ปริมาณธุรกรรมเช็คในสกุลเงินดอลลาร์สิงคโปร์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 61 ล้านรายการในปี 2559 เหลือต่ำกว่า 19 ล้านรายการในปี 2565 และต่ำกว่า 14 ล้านรายการในปี 2566 หรือลดลงประมาณร้อยละ 80 ในช่วงเวลาเพียง 7 ปี สะท้อนการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ใช้ทั้งภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจไปสู่การชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

2. ต้นทุนการเคลียร์เช็คที่เพิ่มสูงขึ้น
สืบเนื่องจากปริมาณการใช้งานเช็คที่ลดลงแต่ธนาคารยังต้องรักษาระบบการเคลียร์เช็คไว้หากไม่มีการยกเลิก จึงทำให้ต้นทุนของธนาคารในการเคลียร์เช็คต่อใบเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 0.10 ดอลลาร์สิงคโปร์ในปี 2559 เป็น 0.40 ดอลลาร์สิงคโปร์ในปี 2564 และเพิ่มขึ้นเป็น 1 ดอลลาร์สิงคโปร์ในปี 2567 และคาดว่าจะสูงถึง 20 ดอลลาร์สิงคโปร์ในปี 2574 ซึ่งเป็นภาระต้นทุนที่ระบบธนาคารไม่สามารถแบกรับได้อย่างยั่งยืนและจำเป็นต้องผลักภาระผ่านการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ใช้บริการ

3. ความพร้อมของระบบชำระเงินดิจิทัลทางเลือก
สิงคโปร์มีระบบ e-payment ที่ครอบคลุมและได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย อาทิ PayNow, FAST, GIRO และ MEPS+ ซึ่งสามารถตอบโจทย์ทั้งด้านความรวดเร็ว ความปลอดภัย และต้นทุนที่ต่ำกว่าเช็คอย่างมีนัยสำคัญ

พัฒนาการเชิงนโยบายและมาตรการสำคัญ

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2565 MAS และ Payments Council ได้เสนอแผนงานยุติการใช้ระบบเคลียร์เช็คแบบ Cheque Truncation System (CTS) ซึ่งใช้งานมาตั้งแต่ปี 2546 โดยแผนงานดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากทั้งภาคการเงินและภาคธุรกิจ ต่อมา MAS ได้ทำงานร่วมกับสมาคมธนาคารในสิงคโปร์ (Association of Banks in Singapore: ABS) เพื่อกำหนดกรอบเวลาการยุติการใช้เช็คนิติบุคคลภายในสิ้นปี 2568

ต่อมา เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2566 MAS ได้ประกาศกรอบเวลาการยุติการใช้เช็คที่ออกโดยนิติบุคคล (Corporate Cheque) อย่างเป็นทางการ พร้อมกำหนดให้ธนาคารท้องถิ่นขนาดใหญ่ (Domestic Systemically Important Banks: D-SIBs) เริ่มเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการใช้เช็คตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 และธนาคารอื่น ๆ ตั้งแต่วันที่1 กรกฎาคม 2567 เป็นต้นมา เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของระบบ

ระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ทดแทนเช็ค

สิงคโปร์มีระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์หลายรูปแบบเพื่อทดแทนการใช้เช็คและสนับสนุนการทำธุรกรรมที่รวดเร็ว ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ อาทิ

Fast and Secure Transfers (FAST) เป็นระบบโอนเงินทันทีระหว่างธนาคารโดยใช้หมายเลขบัญชีธนาคาร ธนาคารส่วนใหญ่ในสิงคโปร์รองรับ FAST ทำให้ธุรกิจสามารถโอนเงินได้สะดวกแม้จะเป็นการโอนเงินต่างธนาคารก็ตาม

PayNow เป็นบริการโอนเงินผ่านระบบ FAST โดยใช้เบอร์โทรศัพท์มือถือ หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนของสิงคโปร์ (National Registration Identity Card – NRIC) หมายเลขประจำตัวชาวต่างชาติ (Foreign Identification Number – FIN) หมายเลขนิติบุคคล (Unique Entity Number – UEN) หรือ Virtual Payment Address (VPA) แทนหมายเลขบัญชีธนาคาร เหมาะทั้งสำหรับการชำระเงินระหว่างธุรกิจด้วยกันและระหว่างธุรกิจกับลูกค้า

ปัจจุบันระบบ PayNow ของสิงคโปร์ ได้ขยายการเชื่อมโยงไปยังระบบชำระเงินในหลายประเทศเพื่ออำนวยความสะดวกในการโอนเงินข้ามแดนอย่างรวดเร็วและปลอดภัย โดยเชื่อมต่อกับ PromptPay ของไทย ตั้งแต่ปี 2564 ทำให้ผู้ใช้สามารถโอนเงินระหว่างกันโดยใช้หมายเลขโทรศัพท์มือถือโดยไม่ต้องกรอกบัญชีธนาคาร รวมถึงเชื่อมกับ DuitNow ของมาเลเซีย และ UPI ของอินเดีย เพื่อรองรับการโอนเงินข้ามภูมิภาค และล่าสุดยังได้ประกาศเชื่อมระบบกับ Bakong ของกัมพูชา

General Interbank Recurring Order (GIRO) เหมาะสำหรับการชำระเงินที่เกิดขึ้นประจำแบบอัตโนมัติ เช่น ค่าเช่า เงินเดือน ค่าเทอม ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นเรื่อย ๆ ใช้เวลาดำเนินการไม่เกิน 2 วันทำการ

MAS Electronic Payment System Plus (MEPS+) เหมาะสำหรับการโอนเงินมูลค่าสูงที่ต้องดำเนินการภายในวันทำการเดียวกัน เช่น ธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ หรือการซื้อขายหุ้นที่มีความเร่งด่วน

Electronic Deferred Payment (EDP และ EDP+) เพื่อตอบสนองความต้องการในการบริหารกระแสเงินสดของภาคธุรกิจซึ่งเดิมพึ่งพาเช็คเป็นหลัก สมาคมธนาคารแห่งสิงคโปร์ (ABS) ร่วมกับธนาคารพาณิชย์ท้องถิ่น (D-SIBs) ได้พัฒนาและเปิดตัวระบบ Electronic Deferred Payment (EDP และ EDP+) เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568

ระบบดังกล่าวถูกออกแบบเพื่อทดแทนการใช้เช็คในภาคธุรกิจ โดยอนุญาตให้ผู้ประกอบการสามารถชำระเงินล่วงหน้าหรือชำระเงินตามเงื่อนไขที่กำหนดได้โดยไม่ต้องใช้เช็ค EDP ทำหน้าที่คล้ายกับเช็คลงวันที่ล่วงหน้า (post-dated cheque) โดยเงินจากบัญชีผู้สั่งจ่ายจะถูกหักก็ต่อเมื่อผู้รับมายื่นขอรับเงินเท่านั้น ผู้สั่งจ่ายสามารถกำหนดวันที่มีผลล่วงหน้าได้สูงสุด 6 เดือน ขณะที่ EDP+ ทำหน้าที่คล้ายเช็คธนาคารหรือ cashier’s order โดยเงินจากบัญชีผู้สั่งจ่ายจะถูกหักทันทีเมื่อส่งคำสั่งจ่าย แต่ผู้รับจะได้รับเงินในวันทำการถัดไป ทำให้มั่นใจได้ว่าเงินมีสำรองอยู่จริง

ทั้ง EDP และ EDP+ สามารถใช้งานผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลของธนาคารโดยไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนเพิ่มเติม พร้อมระบบติดตามสถานะย้อนหลังและแจ้งเตือนทันที ซึ่งช่วยให้ทั้งผู้สั่งจ่ายและผู้รับสามารถตรวจสอบและติดตามสถานะการชำระเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความปลอดภัย และลดความเสี่ยงที่เคยเกิดจากการใช้เช็คแบบเดิม

ข้อสรุปและข้อมูลเพิ่มเติม

การเลิกใช้เช็คของสิงคโปร์เป็นสัญญาณชัดเจนถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบการชำระเงินดิจิทัลเต็มรูปแบบ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อภาคธุรกิจที่ต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับแนวทางใหม่ ธุรกิจในสิงคโปร์สามารถวางแผนการบริหารกระแสเงินสดได้แม่นยำ ลดความเสี่ยงจากเช็คเด้งหรือเช็คสูญหาย และลดต้นทุนในการเคลียร์เช็ค ทำให้กระบวนการชำระเงินมีประสิทธิภาพและโปร่งใสมากขึ้น

สำหรับภาคธุรกิจไทย การเลิกใช้เช็คในสิงคโปร์ถือเป็นทั้งแรงกดดันและแรงกระตุ้นให้ปรับตัว แม้ประเทศไทยจะมีจำนวนธุรกรรมแบบทันที (Real-time) อยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลกจากการใช้งาน PromptPay และธนาคารแห่งประเทศไทยก็มีแนวทางเตรียมความพร้อมรองรับการชำระเงินรูปแบบใหม่อยู่แล้ว แต่สำหรับธุรกิจที่มีการค้าหรือทำธุรกรรมกับคู่ค้าสิงคโปร์ การปรับใช้ระบบชำระเงินดิจิทัลยังมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ทั้งการใช้ PromptPay การโอนเงินผ่านธนาคารแบบเรียลไทม์ หรือระบบชำระเงินล่วงหน้าแบบ EDP/EDP+ เพื่อให้การทำธุรกรรมข้ามประเทศเป็นไปอย่างรวดเร็วและปลอดภัย


ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์


แหล่งข้อมูล: