สิงคโปร์ประกาศบังคับใช้เชื้อเพลิงการบินยั่งยืน (SAF) ปี 2569 หนุนอุตสาหกรรมการบินลดคาร์บอนอย่างเป็นรูปธรรม

สำนักงานการบินพลเรือนสิงคโปร์ (Civil Aviation Authority of Singapore – CAAS) ประกาศเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ถึงมาตรการใหม่ในการผลักดันการใช้เชื้อเพลิงการบินยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel – SAF) ในอุตสาหกรรมการบินของประเทศ โดยจะเริ่มจัดเก็บภาษี SAF Levy สำหรับเที่ยวบินที่ออกจากสิงคโปร์ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 และมีการจำหน่ายบัตรโดยสารและบริการ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป

เชื้อเพลิงการบินยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel) คืออะไร

เชื้อเพลิงการบินยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel – SAF) เป็นเชื้อเพลิงชนิดหนึ่งที่ผลิตจากวัตถุเหลือใช้หรือทรัพยากรหมุนเวียน เช่น น้ำมันใช้แล้ว เศษชีวมวล ขยะอินทรีย์ หรือแม้แต่คาร์บอนที่ดักจับจากกระบวนการอุตสาหกรรม โดย SAF สามารถใช้กับเครื่องบินพาณิชย์ที่มีอยู่ในปัจจุบันได้โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์หรือโครงสร้างอากาศยาน

ข้อได้เปรียบสำคัญของ SAF คือศักยภาพในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดวงจรชีวิตเชื้อเพลิง ลงได้สูงสุดราวร้อยละ 65 – 80 เมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงการบินแบบดั้งเดิม

สรุปมาตรการของสิงคโปร์

สิงคโปร์กำหนดเป้าหมายให้เชื้อเพลิงการบินยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel) มีสัดส่วนประมาณร้อยละ 1 ของปริมาณเชื้อเพลิงเครื่องบิน (jet fuel) ที่ใช้ในปี 2569 (ค.ศ. 2026) และมีเป้าหมายจะขยายสัดส่วนดังกล่าวเป็นร้อยละ 3–5 ภายในปี 2573 (ค.ศ. 2030) โดยขึ้นอยู่กับพัฒนาการของตลาด SAF และความพร้อมของอุปทานทั่วโลก

ภาษีเชื้อเพลิงการบินยั่งยืน (SAF Levy) จะถูกจัดเก็บในเที่ยวบินขาออกจากสิงคโปร์ ที่ออกเดินทางตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป และมีการจำหน่ายบัตรโดยสารและบริการตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ภาษีดังกล่าวจะครอบคลุมทั้งผู้โดยสารขาออก สินค้าขนส่งทางอากาศ และเที่ยวบินทั่วไป/เที่ยวบินธุรกิจ โดยสำหรับผู้โดยสารคิดเป็นอัตราต่อคนขึ้นอยู่กับระยะทางและชั้นโดยสาร โดยมีอัตราตั้งแต่ 1 – 10.40 ดอลลาร์สิงคโปร์สำหรับที่นั่งชั้นประหยัด และ 4 – 41.60 ดอลลาร์สิงคโปร์ สำหรับชั้นพรีเมียมหรือชั้นธุรกิจ/ชั้นหนึ่ง ขณะที่เที่ยวบินบางประเภท เช่น เที่ยวบินฝึกบินและเที่ยวบินด้านมนุษยธรรมหรือกู้ภัย จะได้รับการยกเว้นจาก Levy ดังกล่าว

การคำนวณอัตรา SAF Levy

SAF Levy สำหรับผู้โดยสารขาออก คำนวณจากปัจจัยด้านระยะทางแบ่งตามโซนและชั้นโดยสาร1

โซนอัตราภาษี SAF ต่อผู้โดยสาร 1 คน (ดอลลาร์สิงคโปร์)
ชั้นประหยัดชั้นพรีเมียม
โซน 1: อาเซียน14
โซน 2: เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ เอเชียใต้ ออสเตรเลีย ปาปัวนิวกินี2.811.2
โซน 3: แอฟริกา เอเชียกลางและตะวันตก ยุโรป ตะวันออกกลาง หมู่เกาะแปซิฟิก นิวซีแลนด์6.425.6
โซน 4: ทวีปอเมริกา10.4041.60

ภาษี SAF สำหรับสินค้าขนส่งทางอากาศ คำนวณจากระยะทางตามโซนและน้ำหนัก

โซนอัตราภาษี SAF ต่อน้ำหนักสินค้า 1 กิโลกรัม (ดอลลาร์สิงคโปร์)
โซน 1: อาเซียน0.01
โซน 2: เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ เอเชียใต้ ออสเตรเลีย ปาปัวนิวกินี0.04
โซน 3: แอฟริกา เอเชียกลางและตะวันตก ยุโรป ตะวันออกกลาง หมู่เกาะแปซิฟิก นิวซีแลนด์0.09
โซน 4: ทวีปอเมริกา0.15

บทสรุป

มาตรการ SAF ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บทศูนย์กลางการบินอย่างยั่งยืนของสิงคโปร์ (Singapore Sustainable Air Hub Blueprint) ซึ่งตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานของสนามบินลงร้อยละ 20 ภายในปี 2573 (ค.ศ. 2030) และขับเคลื่อนการบินภายในประเทศและระหว่างประเทศไปสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 (ค.ศ. 2050) โดยมองว่าเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องอาศัยกลไกตลาด โครงสร้างต้นทุน และแรงจูงใจทางเศรษฐกิจควบคู่กัน

การขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุกเช่นนี้สะท้อนแนวทางที่สิงคโปร์ใช้เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจและการคมนาคมระหว่างประเทศ ตลอดจนเป็นตัวอย่างของประเทศที่ใช้เครื่องมือด้านราคาและกฎระเบียบเพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านพลังงานและนวัตกรรมสีเขียวในระดับระบบอย่างเป็นรูปธรรม


ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์


แหล่งข้อมูล:

ภาคผนวก (Appendix):

  1. ชั้นประหยัด หมายรวมถึงชั้นประหยัดและชั้นประหยัดพรีเมียม ชั้นพรีเมียม หมายรวมถึง ชั้นธุรกิจและชั้นหนึ่ง ↩︎