ผลกระทบจากวิกฤตพลังงานภูมิภาคตะวันออกกลางต่อค่าไฟฟ้าในสิงคโปร์

เหตุการณ์โจมตีโรงไฟฟ้าและศูนย์กลางการผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของกาตาร์ที่ Ras Laffan Industry City
ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดพลังงานโลกอย่างรุนแรง และส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิงคโปร์ในฐานะประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเกือบทั้งหมด

ความสำคัญของ Ras Laffan

Ras Laffan คือ ศูนย์กลางการส่งออก LNG ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีสัดส่วนประมาณ 1 ใน 5 ของอุปทาน LNG โลก ความเสียหายจากการโจมตีครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา จะทำให้กำลังการส่งออก LNG ของกาตาร์ลดลงถึงร้อยละ 171 เป็นระยะเวลาสูงสุดถึง 5 ปี คิดเป็นมูลค่าความสูญเสียประมาณ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

ผู้เชี่ยวชาญจาก Wood Mackenzie ระบุว่า อุปทานในตลาด LNG โลกขาดแคลนไปแล้วถึง 12 ล้านตันเมื่อเทียบกับที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผลกระทบของเหตุการณ์ดังกล่าวมิได้จำกัดอยู่เพียงในระยะสั้น แต่จะส่งผลต่อโครงสร้างตลาดพลังงานโลกในระยะกลางถึงระยะยาว

เหตุใดสิงคโปร์จึงได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แผนที่แสดงการนำเข้า LNG ของสิงคโปร์จากประเทศต่างๆ ในปี 2024 โดยมีข้อมูลแสดงเปอร์เซ็นต์และปริมาณจากแต่ละประเทศ เช่น กาตาร์, ออสเตรเลีย, สหรัฐอเมริกา, โมซัมบิก, และตรินิแดดและโตเบโก

สิงคโปร์มีความเปราะบางต่อวิกฤตพลังงานครั้งนี้เป็นพิเศษ ด้วยเหตุผล 2 ประการหลัก

ประการแรก คือ การพึ่งพาพลังงานนำเข้า ไฟฟ้าของสิงคโปร์ถึงร้อยละ 95 ผลิตจากก๊าซธรรมชาตินำเข้า ทั้งในรูปแบบ LNG และก๊าซท่อจากประเทศเพื่อนบ้าน

ประการที่สอง คือ การพึ่งพากาตาร์สูง กาตาร์เป็นคู่ค้า LNG รายใหญ่อันดับสองของสิงคโปร์ โดยในปี 2567 สิงคโปร์นำเข้า LNG จากกาตาร์ถึง 1,685 ล้านกิโลกรัม คิดเป็นร้อยละ 25 ของการนำเข้า LNG ทั้งหมด เมื่อกาตาร์ประกาศ Force Majeure2 สิงคโปร์จึงต้องออกหาแหล่งนำเข้าทดแทนอย่างเร่งด่วน (ผ่าน Spot Market3)

กลไกการส่งผ่านราคาสู่ค่าไฟฟ้า

สัญญาระยะยาว (Long-term Contracts) สัญญาระยะยาวมีการกำหนดราคาผูกกับราคาน้ำมันดิบ และการเปลี่ยนแปลงราคาจะมีระยะเวลาล่าช้า 3 ถึง 6 เดือน ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขสัญญา ซึ่งหมายความว่าผลกระทบจากวิกฤตครั้งนี้จะค่อย ๆ ทยอยปรากฏในต้นทุนของสิงคโปร์ในช่วงไตรมาสถัดไป

ตลาด Spot การจัดหาสินค้าทดแทนจากตลาด Spot ซึ่งซื้อขายในราคาตลาดปัจจุบัน จะมีผลกระทบต่อราคาทันที นอกจากนี้ แม้สิงคโปร์จะมีทางเลือกในการจัดหา LNG จากออสเตรเลียและสหรัฐอเมริกา แต่สินค้าทดแทนดังกล่าวมีแนวโน้มจะมีราคาสูงกว่า เนื่องจากราคาในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นแล้ว

ผลกระทบในตลาดไฟฟ้า

สัญญาณของผลกระทบได้เริ่มปรากฏในตลาดไฟฟ้าของสิงคโปร์ โดย Uniform Singapore Energy Price (ซึ่งเป็นราคาพลังงานรายครึ่งชั่วโมงในตลาดไฟฟ้าขายส่ง) ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากประมาณ 120 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อเมกะวัตต์ชั่วโมงในช่วงต้นปี มาอยู่ที่ 170 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อเมกะวัตต์ชั่วโมงในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี ผู้บริโภคจะยังไม่ได้รับผลกระทบโดยทันที เนื่องจากผลกระทบต่อที่พักอาศัยจะมีความล่าช้า เพราะอัตราค่าไฟฟ้าได้รับการกำกับดูแลและปรับตั้งใหม่ทุกไตรมาสตามต้นทุนเชื้อเพลิงจริง อย่างไรก็ดี การทบทวนอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับช่วงเดือนเมษายน – มิถุนายน 2569 มีแนวโน้มจะถูกกำหนดให้สูงขึ้นเพื่อสะท้อนต้นทุนเชื้อเพลิงที่แท้จริง

แนวโน้มระยะกลางและข้อควรระวังสำหรับภาคธุรกิจ

อัตราค่าไฟฟ้ามีแนวโน้มจะทรงตัวในระดับสูงในระยะกลางและอาจยาวตลอดปีนี้ หากความขัดแย้งยืดเยื้อหรือเกิดความเสียหายเพิ่มเติมต่อโครงสร้างพื้นฐาน LNG ในตะวันออกกลาง สำหรับภาคธุรกิจ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูง เช่น การผลิต การก่อสร้าง และโลจิสติกส์ ควรประเมินความเสี่ยงด้านต้นทุนพลังงานในสัญญาระยะกลาง พิจารณากลยุทธ์การป้องกันความเสี่ยงด้านราคา (Energy Hedging) และติดตามการประกาศอัตราค่าไฟฟ้าของ Energy Market Authority ในรอบถัดไปอย่างใกล้ชิด


[1] เหตุสุดวิสัยที่ทำให้คู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามพันธะผูกพันในสัญญาได้

[2] ตลาดซื้อขายที่ส่งมอบและชำระเงินทันทีหรือภายใน 2 วันทำการ


ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์


แหล่งข้อมูล:

แหล่งอ้างอิง (Appendix):

  1. https://www.channelnewsasia.com/world/iran-attacks-wipe-out-17-qatars-lng-capacity-up-five-years-qatarenergy-ceo-says-6006401 ↩︎
  2. เหตุสุดวิสัยที่ทำให้คู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามพันธะผูกพันในสัญญาได้ ↩︎
  3. ตลาดซื้อขายที่ส่งมอบและชำระเงินทันทีหรือภายใน 2 วันทำการ ↩︎