ตามรายงาน StartupBlink Global Startup Ecosystem Index 2026 ซึ่งจัดทำโดย StartupBlink1 ระบุว่า เป็นครั้งแรกที่สิงคโปร์ได้รับการจัดลำดับให้เป็นเมืองที่มีระบบนิเวศสตาร์ทอัพที่ดีที่สุด 10 อันดับแรกของโลก

ดัชนีประจำปีดังกล่าวได้ทำการประเมินผลเมืองต่าง ๆ จำนวน 1,500 เมือง และประเทศอีก 100 ประเทศทั่วโลก โดยวัดผลการดำเนินงานของระบบนิเวศสตาร์ทอัพจากปัจจัยต่าง ๆ อาทิ ระดับกิจกรรมทางธุรกิจ คุณภาพของระบบนิเวศ สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ การถอนตัวของสตาร์ทอัพ (Startup Exits) มูลค่าประเมินของบริษัท การมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจ และการสนับสนุนด้านนวัตกรรม

การจัดอันดับในระดับเมืองพบว่า สิงคโปร์ขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 10 ของโลก ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่สิงคโปร์สามารถคว้าตำแหน่งในกลุ่มศูนย์กลางสตาร์ทอัพชั้นนำของโลกได้สำเร็จ โดยตามหลังศูนย์กลางนวัตกรรมที่จัดตั้งมาอย่างยาวนาน ได้แก่ ซานฟรานซิสโก นิวยอร์ก ลอนดอน ลอสแอนเจลิส และบอสตัน และยังตามหลังปักกิ่ง เทลอาวีฟ เซี่ยงไฮ้ และปารีส

StartupBlink ระบุว่า สิงคโปร์มีอัตราการเติบโตบันทึกไว้ที่ร้อยละ 26.7 ซึ่งสะท้อนถึงแรงขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องในกิจกรรมด้านสตาร์ทอัพและความแข็งแกร่งของภาคส่วนฟินเทค (Fintech) นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังประสบความสำเร็จในการครองอันดับที่ 1 ของโลกในด้านกิจกรรมของชุมชนสตาร์ทอัพ และอันดับที่ 2 ของโลกในด้านฟินเทคอีกด้วย

รายงานยังได้เน้นย้ำถึงบทบาทของบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ในการสนับสนุนระบบนิเวศนี้ โดยได้ระบุชื่อบริษัทสำคัญที่มีส่วนร่วม อาทิ Singtel, Crypto.com และ SMRT Corporation พร้อมทั้งระบุว่า Airwallex, Ninja Van และ Carousell เป็นสตาร์ทอัพที่โดดเด่นที่มีส่วนช่วยขับเคลื่อนภูมิทัศน์สตาร์ทอัพของเมือง

แม้ว่าสิงคโปร์จะบรรลุหมุดหมายใหม่ในการจัดอันดับระดับเมือง แต่อันดับในระดับประเทศของสิงคโปร์ยังคงเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยสิงคโปร์ยังคงรักษาตำแหน่งอันดับที่ 4 ของโลก2เอาไว้ได้ ด้วยแรงหนุนจากการเติบโตร้อยละ 24.4 และมีมูลค่าระบบนิเวศสูงถึง 292,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

StartupBlink ตั้งข้อสังเกตว่า อันดับระดับประเทศของสิงคโปร์มีความมั่นคงอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า เป็นการตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องของประเทศในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางชั้นนำสำหรับสตาร์ทอัพของโลก

ในด้านภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีอัตราการเติบโตร้อยละ 5.6 ซึ่งมีผลมาจากการหดตัวร้อยละ 7.9 ของประเทศจีน แต่ฮ่องกงยังคงเติบโตเป็นบวก ด้านอันดับระดับประเทศพบว่า อินเดียขยับขึ้นอันดับ 21 ญี่ปุ่นอันดับ 18 และเกาหลีใต้อันดับ 19 ขณะที่ไต้หวันก้าวเข้าสู่อันดับ 20 ของโลกได้เป็นครั้งแรกด้วยความแข็งแกร่งจากภาคอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ทั้งนี้ ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 49 โดยเข้าสู่ 50 อันดับแรกเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี  และเป็นอันดับ 4 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากสิงคโปร์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย

ความคิดเห็นของสคต. และข้อเสนอแนะ

สิงคโปร์สามารถก้าวเข้าสู่ 10 อันดับแรกของระบบนิเวศสตาร์ทอัพระดับโลกเป็นครั้งแรก สะท้อนถึงความสำเร็จของการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมที่อาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้อต่อการเติบโต ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีโลก

ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็นอันดับ 1 ของภูมิภาคอาเซียน(อันดับ 8 ของโลก) ด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ (MedTech) รวมถึงการที่กรุงเทพมหานคร ครองอันดับ 1 ด้านวิทยาการหุ่นยนต์ (Robotics) ในภูมิภาค แสดงให้เห็นการดึงดูดผู้ประกอบการ นักลงทุนจากทั่วโลกมายังประเทศไทยมากขึ้น

ผู้ประกอบการสตาร์ทอัพไทยอาจพิจารณาเข้าร่วมงานแสดงสินค้า งานประชุม และกิจกรรมด้านสตาร์ทอัพที่จัดขึ้นในสิงคโปร์ เพื่อเรียนรู้แนวโน้มเทคโนโลยี สร้างเครือข่ายกับนักลงทุน และแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการขยายตลาดและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล ทั้งนี้ งานสำคัญที่น่าสนใจ ได้แก่ SWITCH (Singapore Week of Innovation and Technology)3 ซึ่งเป็นเวทีนานาชาติด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำเสนอผลงาน สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ และเชื่อมโยงกับนักลงทุนจากทั่วโลก ขณะที่สตาร์ทอัพในกลุ่มเทคโนโลยีการเงิน (FinTech) อาจพิจารณาเข้าร่วมงาน Singapore FinTech Festival4 ซึ่งเป็นหนึ่งในงานฟินเทคที่ใหญ่ที่สุดของโลก เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ติดตามแนวโน้มอุตสาหกรรม และสำรวจโอกาสในการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ


สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงสิงคโปร์


แหล่งอ้างอิง:

  1. ศูนย์วิจัยระบบนิเวศสตาร์ทอัพระดับโลก ↩︎
  2. สหรัฐอเมริกายังคงรักษาตำแหน่งอันดับหนึ่งของโลก ตามมาด้วยสหราชอาณาจักรและอิสราเอล ↩︎
  3. งานจะจัดขึ้น 27-29 ตุลาคม 2569 ↩︎
  4. งานจะจัดขึ้น 18-20 พฤศจิกายน 2569 ↩︎
  • Cover Image: Pexels