
สิงคโปร์ – นิวซีแลนด์ ยกระดับความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์สู่ Comprehensive Strategic Partnership (CSP)
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2568 ในช่วงระหว่างการเยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ นายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสิงคโปร์ และนายคริสโตเฟอร์ ลักซอน (Christopher Luxon) นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ได้ลงนามแถลงการณ์วิสัยทัศน์ร่วม (Joint Vision Statement) เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีสู่กรอบหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์แบบเต็มรูปแบบ (Comprehensive Strategic Partnership: CSP)
การยกระดับความสัมพันธ์สิงคโปร์–นิวซีแลนด์สู่กรอบ CSP สะท้อนถึงรากฐานความร่วมมือทางการทูตที่มีมายาวนานกว่า 60 ปี และความตกลงการค้าเสรีกว่า 25 ปี โดยผลลัพธ์สำคัญ ได้แก่ การจัดประชุมผู้นำประจำปีเพื่อขับเคลื่อนความร่วมมืออย่างเป็นระบบ การเสริมความร่วมมือด้านการลงทุนและตลาดทุน โดยใช้สิงคโปร์เป็นประตูสู่ตลาดอาเซียน การลงนามข้อตกลงด้านสินค้าจำเป็นที่มีผลผูกพันทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองเสถียรภาพห่วงโซ่อุปทานในยามวิกฤต รวมถึงการขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจสีเขียวและนวัตกรรม ครอบคลุมเทคโนโลยีใหม่ อาหารแห่งอนาคต และระบบสุขภาพดิจิทัล
ความร่วมมือที่ครอบคลุมและเป็นระบบ กรอบ CSP วางทิศทางความร่วมมือภายใต้ 6 เสาหลักสำคัญ ได้แก่
- การค้าและเศรษฐกิจ (Trade and Economics)
- การป้องกันประเทศและความมั่นคง (Defence, Security and Safety)
- วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (Science, Technology and Innovation)
- ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน (People-to-People)
- การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและเศรษฐกิจสีเขียว (Climate Change and Green Economy)
- ห่วงโซ่อุปทานและการเชื่อมโยง (Supply Chains and Connectivity)
ข้อริเริ่มที่สำคัญ
- ข้อตกลงการค้าสินค้าจำเป็น (Agreement on Trade in Essential Supplies – AOTES) ระหว่างกระทรวงการค้าและการลงทุน (Ministry of Trade and Investment) สิงคโปร์ และกระทรวงการต่างประเทศและการค้า ( (Ministry of Foreign Affairs and Trade) นิวซีแลนด์ ถือเป็นข้อตกลงด้านความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานแบบทวิภาคีที่มีผลผูกพันทางกฎหมายฉบับแรกของสิงคโปร์ เพื่อให้ทั้งสองประเทศสามารถเข้าถึงสินค้าจำเป็นได้อย่างต่อเนื่องในยามวิกฤต
- การจัดตั้งเวทีผู้นำสิงคโปร์และนิวซีแลนด์ (New Zealand–Singapore Leadership Forum – NZSLF) ระหว่าง MTI และ MFAT โดยจะเกิดขึ้นในปี 2569 เพื่อส่งเสริมการเจรจาและความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อหาทางพัฒนาสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและส่งเสริมการลงทุน
- ข้อตกลงส่งเสริมการเติบโตร่วมกัน (Enhanced Partnership for Growth Arrangement) ระหว่าง EnterpriseSG และ New Zealand Trade and Enterprise (NZTE) เพื่อกระชับความร่วมมือทางการค้าและการเชื่อมโยง (Trade and Connectivity) โดยอาศัยจุดแข็งของสิงคโปร์ในฐานะศูนย์กลางระดับภูมิภาค เพื่อส่งเสริมการส่งออกของนิวซีแลนด์ไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สรุป
การยกระดับสู่ CSP ช่วยเสริมบทบาทของสิงคโปร์จากศูนย์กลางการเงินและการค้า ไปสู่การเป็นศูนย์กลางความร่วมมือระดับภูมิภาค โดยใช้จุดแข็งด้านตลาดทุน โครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายในอาเซียนเป็นช่องทางให้นิวซีแลนด์เข้าถึงภูมิภาค ช่วยกระตุ้นการค้าและการลงทุนระหว่างกัน ขณะเดียวกัน ข้อตกลงด้านห่วงโซ่อุปทานยังช่วยเสริมความมั่นคงด้านการนำเข้าสินค้าจำเป็น เช่น อาหารและพลังงาน ที่สิงคโปร์ต้องพึ่งพาจากต่างประเทศเป็นหลัก ทำให้สิงคโปร์มีภูมิคุ้มกันมากขึ้นและลดความเปราะบางของระบบห่วงโซ่อุปทานในภาวะวิกฤต
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์
แหล่งข้อมูล:
- https://www.straitstimes.com/singapore/politics/singapore-new-zealand-elevate-ties-commit-to-raising-relationship-to-new-heights
- https://www.channelnewsasia.com/singapore/lawrence-wong-new-zealand-singapore-christopher-luxon-5393731
- https://isomer-user-content.by.gov.sg/166/bcc87ab3-cb7c-4ba0-9107-e13351cdee9b/MTI%20Press%20Release%20on%20GEPA%20negotiations%20(31%20Oct%202025)_final.pdf
- Cover Image: Freepik