แนวทางและข้อปฏิบัติของภาคธุรกิจการก่อสร้าง

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 หน่วยงานกำกับดูแลอาคารและสิ่งก่อสร้างสิงคโปร์ (Building and Construction Authority – BCA) ได้ประกาศแนวทางและข้อปฏิบัติใหม่เพื่อสนับสนุนและขับเคลื่อนธุรกิจภาคก่อสร้าง โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเร่งรัดการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของอุตสาหกรรมก่อสร้างในประเทศสิงคโปร์ให้มีความทันสมัยและตอบรับกับความท้าทายในปัจจุบัน โดยมาตรการใหม่ได้รับการผลักดันโดยนาย Chee Hong Tat รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาแห่งชาติสิงคโปร์ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อยกระดับผลิตภาพในภาคการก่อสร้างและสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ

ทั้งนี้ มาตรการหลักของ BCA แบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่

1. การยกเลิกการทดสอบทักษะในต่างประเทศ

หน่วยงาน BCA ได้กำหนดแนวทางการยกเลิกการทดสอบทักษะฝีมือแรงงานภาคบังคับ (Skills Evaluation Certificate – SEC(K)) ณ ประเทศต้นทาง โดยจะเริ่มดำเนินการยกเลิกการทดสอบสำหรับแรงงานจากไทย และจีนเป็นลำดับแรกในเดือนมกราคม 2570 และจะขยายผลการบังคับใช้มาตรการนี้ให้ครอบคลุมทุกประเทศต้นทางในเดือนมกราคม 2571 ซึ่งคาดว่าการดำเนินมาตรการนี้จะช่วยลดระยะเวลาดำเนินการจ้างแรงงาน จากเดิมที่ใช้ระยะเวลาประมาณ 4 เดือน ลดลงเหลือเพียงประมาณ 1 เดือน โดยแรงงานใหม่จะต้องเข้าทดสอบทักษะที่ประเทศสิงคโปร์และต้องทดสอบจนกว่าจะผ่านเกณฑ์ให้ได้ภายในระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่ได้รับใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) เพื่อให้สามารถต่ออายุใบอนุญาตทำงานได้

2. การใช้ทางเลือกใหม่ในการรับแรงงานต่างชาติเข้าทำงาน (Alternative Entry Pathways: AEP)

นายจ้างสามารถจ้างแรงงานที่มีทักษะฝีมือโดยไม่ต้องทดสอบ SEC(K) ผ่านทางเลือกพิเศษ ประกอบด้วย

  • การคัดเลือกแรงงานที่มีใบรับรองวิชาชีพ (Vocational Certification) จากสถาบันอาชีวศึกษาที่ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลของประเทศต้นทางและหน่วยงาน BCA  
  • บริษัทสามารถเสนอแนวทางการคัดเลือกและฝึกอบรมแรงงานของตน ภายใต้โครงการของ AEP

3. มาตรการ Buildability Type Approval

เป็นการลดขั้นตอนทางเอกสารสำหรับโครงการที่ใช้แนวคิดการใช้ชิ้นส่วนอาคารมาตรฐาน (Kit-of-Parts – KoP) โดยใช้ชิ้นส่วนอาคารมาตรฐานที่ได้รับการออกแบบและผลิตไว้ล่วงหน้า เพื่อลดความซับซ้อนในการออกแบบและลดภาระการจัดทำเอกสารของที่ปรึกษาโครงการ นอกจากนี้ การใช้ชิ้นส่วนสำเร็จรูปที่ได้รับการอนุมัติไว้แล้ว ยังช่วยลดระยะเวลาในการติดตั้งและลดจำนวนแรงงานที่ต้องทำงานหน้างานได้อย่างเป็นรูปธรรม

4. ระบบการให้คะแนนแบบสองทาง

ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 BCA เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนสามารถประเมินผลและให้ข้อเสนอแนะต่อการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันทั้งสองฝ่าย

มาตรการด้านภาษีแรงงาน (Levy) และการรักษามาตรฐานทักษะ

สำหรับแรงงานใหม่ที่เดินทางเข้ามาทำงานที่สิงคโปร์โดยยังไม่ผ่านการทดสอบ SEC(K) นายจ้างจะต้องชำระค่าธรรมเนียมการจ้างแรงงานต่างชาติในอัตราแรงงานทักษะพื้นฐาน (R2) ในช่วง 6 เดือนแรก อย่างไรก็ดี หากแรงงานยังไม่สามารถสอบผ่านเกณฑ์ได้ภายในระยะเวลาดังกล่าว จะทำให้ตั้งแต่เดือนที่ 7 เป็นต้นไปนายจ้างจะต้องชำระค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นอีก 600 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อเดือนจากอัตราปกติ และในกรณีที่แรงงานยังไม่สามารถสอบผ่าน SEC(K) ได้ภายในระยะเวลา 1 ปีนับจากวันที่ได้รับใบอนุญาตทำงาน ก็จะไม่สามารถดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ได้

ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและสุขภาพอนามัย

รัฐบาลสิงคโปร์ให้ความสำคัญสูงสุดกับมาตรฐานความปลอดภัยในสถานที่ก่อสร้าง โดยกำหนดให้แรงงานภาคก่อสร้างรายใหม่ทุกคนต้องผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยในการทำงาน (Apply Workplace Safety and Health (WSH) in Construction Sites) ก่อนที่จะได้รับใบอนุญาตทำงาน เพื่อให้มั่นใจว่าแรงงานมีความรู้ความเข้าใจในบทบาทและความรับผิดชอบด้านความปลอดภัยก่อนปฏิบัติงาน

ผลกระทบเชิงบวกต่อไทยจากนโยบายใหม่ของหน่วยงานกำกับดูแลอาคารและสิ่งก่อสร้างสิงคโปร์

  1. การลดระยะเวลาดำเนินการนำเข้าแรงงานต่างชาติ เนื่องจากมาตรการยกเลิกการทดสอบทักษะฝีมือแรงงานภาคบังคับ ณ ประเทศต้นทาง ทำให้ผู้ประกอบการสามารถจัดหาแรงงานเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของโครงการก่อสร้างได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงทีมากขึ้น
  2. การเพิ่มความยืดหยุ่นในการสรรหาแรงงานผ่านช่องทางเลือกใหม่ ถือเป็นการขยายช่องทางและเพิ่มความสะดวกในการจัดหาแรงงานที่มีทักษะตรงตามความต้องการ
  3. การลดต้นทุนและยกระดับผลิตภาพการก่อสร้าง การนำมาตรการประเมินแบบใหม่ที่ส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนอาคารมาตรฐานมาบังคับใช้ ช่วยลดระยะเวลาการทำงานของที่ปรึกษาโครงการลงได้อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งยังส่งผลดีในการช่วยลดต้นทุนการผลิตโดยรวมและลดความจำเป็นในการพึ่งพาแรงงานคนจำนวนมาก ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการด้านงบประมาณของผู้ประกอบการ
  4. การส่งเสริมความโปร่งใสและพัฒนาการทำงานร่วมกันและการนำระบบสำรวจและประเมินผลการทำงานแบบสองทางมาใช้จะช่วยสะท้อนปัญหาที่แท้จริง และนำไปสู่การปรับปรุงประสิทธิภาพในการประสานงานระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนให้ราบรื่นยิ่งขึ้น
  5. การรักษามาตรฐานด้านความปลอดภัยในการทำงานอย่างรัดกุม แม้ว่าจะมีการปรับลดทอนขั้นตอนบางประการเพื่อความรวดเร็ว แต่ภาครัฐยังคงให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัย เพื่อสร้างความ มั่นใจว่า สถานที่ก่อสร้างจะยังคงมีมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงเช่นเดิม

มาตรการใหม่ของ BCA มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารแรงงานภาคก่อสร้าง ควบคู่กับการรักษามาตรฐานทักษะแรงงานและความปลอดภัยในการทำงาน ซึ่งการปรับปรุงกระบวนการดังกล่าวอาจช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแรงงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันแรงงานต่างชาติจำเป็นต้องพัฒนาทักษะและปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องตามที่หน่วยงานกำหนด ทั้งนี้ หน่วยงาน BCA จะประกาศรายละเอียดขั้นตอนการนำเข้าแรงงานก่อสร้างรูปแบบใหม่ รวมถึงระบบการลงทะเบียนทดสอบภายในประเทศต่อไปในภายหลัง เพื่อให้ทุกบริษัทสามารถเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นได้

ทั้งนี้ ท่านสามารถตรวจสอบข้อมูลล่าสุดได้ที่ https://www1.bca.gov.sg/