ในการแถลงนโยบายในด้านงบประมาณปี 2569 รัฐบาลสิงคโปร์ได้กำหนดวาระเร่งด่วนด้านเศรษฐกิจ 2 เรื่องหลัก ได้แก่ การยกระดับยุทธศาสตร์เศรษฐกิจผ่านการลดภาษีนิติบุคคล การสนับสนุนธุรกิจเพื่อขยายสู่ตลาดต่างประเทศ และการเสริมระบบนิเวศวิสาหกิจ รวมถึงการวาง AI เป็นกลยุทธ์สำคัญของชาติเพื่อเพิ่มผลิตภาพของแรงงานและภาคธุรกิจสิงคโปร์ ดังนี้

1. ยกระดับยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ (Advance our refreshed economic strategy) ถือเป็นมาตรการหลักในการสนับสนุนภาคเอกชนและขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจสิงคโปร์ โดยครอบคลุมด้านสำคัญ ดังนี้

1.1 ช่วยเหลือด้านต้นทุนแก่ภาคธุรกิจ รัฐบาลจะให้ส่วนลดภาษีนิติบุคคลร้อยละ 40 ในปีงบประมาณ 2569 สูงสุด 30,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อบริษัท โดยมีสิทธิประโยชน์ขั้นต่ำ 1,500 ดอลลาร์สิงคโปร์ สำหรับบริษัทที่มีพนักงานท้องถิ่นอย่างน้อย 1 คนในปี 2568 ช่วยลดภาระต้นทุนและสนับสนุนการจ้างงานในประเทศ

1.2 สนับสนุนให้ธุรกิจขยายตัวไปต่างประเทศ รัฐบาลมุ่งส่งเสริมการเติบโตของภาคธุรกิจไปยังต่างประเทศผ่านโครงการและมาตรการสนับสนุน อาทิ

  • การให้เงินสนับสนุนสูงสุดร้อยละ 70 สำหรับ SMEs และสูงสุดร้อยละ 50 สำหรับธุรกิจที่ไม่ใช่ SMEs
  • ยกระดับเงินอุดหนุน Market Readiness Assistance เพื่อขยายฐานธุรกิจเดิมในต่างประเทศให้มั่นคงยิ่งขึ้น
  • ยกระดับโครงการสินเชื่อวิสาหกิจ (Enterprise Financing Scheme) โดยเพิ่มวงเงินกู้สูงสุดสำหรับสินเชื่อเพื่อการค้า  (Trade Loan) และสินเชื่อสินทรัพย์ถาวรสำหรับ SMEs (SME Fixed Assets Loan)

1.3 เสริมสร้างระบบนิเวศวิสาหกิจ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของบริษัทและสตาร์ตอัป รัฐบาลได้จัดสรรทุนสนับสนุนหลายโครงการ อาทิ

  • จัดสรรเงินทุน 1,500 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เพื่อสนับสนุนบริษัทในสิงคโปร์ที่มีการเติบโตสูงในการจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์
  • จัดสรรเงินทุน 1,500 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ พัฒนาโครงการด้านตลาดทุน Equity Market Development Programme
  • ขยายโครงการ Startup SG Equity กระตุ้นการลงทุนในสตาร์ตอัปกลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) ในระยะเริ่มต้น (Early-stage) และระยะขยายตัว (Growth-stage)

มาตรการเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการสร้างเศรษฐกิจที่เข้มแข็งและยั่งยืน สนับสนุนการเติบโตของธุรกิจทุกขนาด พร้อมเตรียมประเทศให้พร้อมรับความท้าทายในยุคโลกาภิวัตน์และการแข่งขันที่รุนแรง

2. ขับเคลื่อนด้วย AI (Harness Artificial Intelligence) รัฐบาลได้วาง AI เป็นกลยุทธ์สำคัญของชาติ โดยตั้งเป้าให้สิงคโปร์เป็นประเทศที่แรงงานและธุรกิจใช้ AI เป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพ และพัฒนาไปสู่การเป็นศูนย์กลางที่น่าเชื่อถือ (trusted hub) สำหรับบริษัทและนักวิจัย เพื่อมาพัฒนา ทดลอง และนำ AI ไปใช้งานจริง โดยอาศัยจุดแข็งของสิงคโปร์ในด้านการใช้งาน AI อย่างมีประสิทธิภาพ มีความรับผิดชอบ และรวดเร็ว ทั้งนี้ งบประมาณประจำปี 2569 มีมาตรการครอบคลุมด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ AI ดังนี้

2.1 ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง รัฐบาลจัดตั้ง National AI Council เพื่อกำหนดแนวทางและกลยุทธ์ด้าน AI และส่งเสริมการใช้ AI ช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงเร่งการใช้ AI ผ่านหลายมาตรการ ได้แก่

  • เปิดตัวโครงการ Champions of AI ช่วยธุรกิจรับมือความเสี่ยงและความท้าทายในการใช้ AI
  • ขยายโครงการ Enterprise Innovation Scheme ให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายด้าน AI ที่เข้าเกณฑ์
  • ขยายทุนสนับสนุน Productivity Solutions Grant ให้ครอบคลุมโซลูชันที่ใช้ AI มากขึ้น

2.2 เพิ่มศักยภาพแรงงาน เพื่อช่วยให้ชาวสิงคโปร์เรียนรู้ทักษะใหม่ ปรับตัวเข้ากับบทบาทงานใหม่ และใช้ AI เป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ โดยรัฐบาลมีมาตรการสนับสนุนต่าง ๆ ดังนี้

  • ขยายโครงการ TechSkills Accelerator ช่วยสร้างทักษะ AI ให้แรงงาน
  • ออกแบบเว็บไซต์ SkillsFuture ใหม่ ให้หาหลักสูตรด้าน AI ง่ายขึ้น  
  • มอบสิทธิ์การเข้าถึงเครื่องมือ AI พรีเมียมฟรี 6 เดือน เมื่อลงเรียนหลักสูตร AI ที่กำหนด

รัฐบาลมองว่า AI เป็นผู้ช่วยมากกว่าภัยคุกคามต่อตำแหน่งงาน และจะดำเนินนโยบายอย่างชัดเจนและแน่วแน่เพื่อเพิ่มความพร้อมและการนำ AI ไปใช้จริงในภาคแรงงานและภาคธุรกิจในอนาคต AI อาจกลายเป็นตัวคูณประชากร (population multiplier) ที่ช่วยให้ประเทศที่มีประชากรน้อยและกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสิงคโปร์สามารถสร้างผลิตผลทางเศรษฐกิจได้เทียบเท่าประเทศที่มีแรงงานมากกว่า

หากต้องการข้อมูลด้านอื่น ๆ ของงบประมาณสิงคโปร์ปี 2569 สามารถอ่านบทความในชุดเดียวกันได้ที่


ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย (BIC)
สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์


แหล่งข้อมูล: